การทานผลไม้เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก

ผลไม้สําหรับคนเป็นเบาหวาน

การล้างพิษ แม้ว่าในช่วงหลังๆ นี้จะไม่ค่อยฮิตกันเหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่ายังเกาะอยู่ในกระแส เพราะยังเป็นที่สนใจสําหรับคนที่อยากลดความอ้วน วันนี้จึงขอนําเสนอทางเลือกหนึ่งในการล้างพิษจากหลากหลายวิธีด้วยกัน

การล้างพิษ หรือ detoxify ในภาษาอังกฤษ ให้ความหมายว่าเป็นการขับเอาสารที่เป็นพิษออกจากร่างกาย แต่การล้างพิษไม่ได้หมายความว่าให้เอาสารอะไรไปล้างอะไร แต่ใช้วิธีส่งเสริมหรือเร่งให้ร่างกายขับล้างพิษออกไปให้มากกว่าปกติ การล้างพิษมีหลายวิธี วิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือ การอดกิน การอดในที่นี้คือ การกินให้น้อยกว่า 800 แคลอรี่ต่อวัน ดังนั้นการอดจึงมีหลายวิธี หากจะกินผลไม้ทั้งวัน ดื่มน้ำผลไม้ทั้งวัน หรือกินผลไม้ และดื่มน้ำผลไม้ทั้งวันก็ได้ ดื่มน้ำเปล่าๆ ทั้งวันก็ได้ หรือจะไม่กินอะไรเลยทั้งวันก็ได้ แต่ถ้าหากคุณจะเริ่มอด แนะนําให้ใช้วิธีกินผลไม้อย่างเดียว และแนะนําให้อดเพียงวันเดียว (24 ชั่วโมง) เพราะหากไม่กินอะไรเลยร่างกายจะป่วยได้

เริ่มต้นจากให้เลือกผลไม้ที่ชอบมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกเว้นทุเรียน น้อยหน่า ลําไย ลิ้นจี่ ขนุน เพราะผลไม้เหล่านี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง จะทําให้ระบบย่อยไม่ได้พักอย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่ควรเลือกสับปะรด เพราะอาจจะกัดปาก เมื่อเลือกได้แล้วก็ให้กิน ผลไม้นั้นเป็นอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ถ้าคุณหิวก็ให้ดื่มน้ำผลไม้เป็นมื้อเบรกได้

วันที่คุณตั้งใจจะล้างพิษด้วยการอด ควรเป็นวันที่อยู่กับบ้าน แล้วเริ่มต้นอดตั้งแต่มื้อเช้าไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าของอีกวัน เป็นการเลิกอดด้วยการดื่มน้ำ 2 ลิตร แต่ละลิตรให้บีบน้ำมะนาวลงไป 2 ลูก ใส่เกลือลงไปลิตรละ 2 ช้อนชาพูนๆ ดื่มให้หมด จากนั้นคุณจะถ่ายออกมาเป็นน้ำ (ที่คุณดื่มเข้าไปนั่นแหละ) เป็นการทําความสะอาดล้างท่อลําไส้

ผลไม้ที่ช่วยในการล้างพิษ

แอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสําหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนําสารพิษไปกําจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลําไส้เกิดการบูดเน่า แถมยังมีเส้นใยมากที่จะทําหน้าที่ทําความสะอาดลําไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยอาหารทํางานได้ดีขึ้น และยังเหมาะกับคนที่กําลังลดน้ำหนักอีกด้วย

องุ่น : เป็นสารฟอกล้างสําหรับผิวหนัง ตับ ลําไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่อง จากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนําไปใช้ได้ง่าย อุดมด้วยเกลือแร่ จึงช่วยบํารุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ

มะละกอ มะม่วง : มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่มะม่วงจะมีสารสําคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ที่จะช่วยทําให้ของเสียที่เป็นโปรตีน แตกตัวได้เร็วเช่นเดียวกับโปรเมลิน

แตงโม : จะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทําให้สบายท้อง ผลที่คาดว่าจะได้จากการล้างพิษโดยการอดคือ น้ำหนักจะลดลง ควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น ไขมันในเลือดจะลดลง ความดันเลือด ลดลง กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ผู้ที่เป็นเบาหวาน จะควบคุมเบาหวานได้ง่ายขึ้น การอด 24 ชั่วโมง นี้ ถ้าคุณไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรืออ่อนเพลียมาก ก็สามารถทําได้เองที่บ้าน

แต่ข้อควรตระหนักประการหนึ่งคือ คนท้องและเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี ห้ามอดเด็ดขาดและถ้าคุณมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ เบาหวาน หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ผักผลไม้ลดเบาหวาน

น้ำมะเขือพวงสามารถลดระดับอนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์ อนุมูลอิสระไนตริกออกไซด์ในเลือดหนูที่เป็นเบาหวานได้ ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดสภาวะเครียดออกซิเดชันในหนูทดลองที่มี อาการของโรคเบาหวาน ส่งผลต่อสภาวะเครียดออกซิเดชันในเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้น้ำสมุนไพรมะเขือพวงยังลดไขมันที่ถูกออกซิไดซ์เป็นไขมันตัวร้าย ในหนูทดลองที่มีอาการเบาหวาน ผลจากการศึกษาวิจัยยังพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานเหล่านี้ลดลงเช่นกัน หลังจากได้รับมะเขือพวง 6 สัปดาห์ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเครื่องดื่มที่มีมะเขือพวงเป็นองค์ประกอบมีฤทธิ์ในการลด ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เกิดจากเบาหวานได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตพิการ จอตาพิการ ประสาทพิการ โรคที่เท้า และอวัยวะพิการ

มะเขือพวงมีปริมาณเพกตินมากกว่ามะเขือยาวถึง 3 เท่า และมากกว่ามะเขือเปราะถึง 65 เท่า ในมะเขือพวงจึงได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องของสารเส้นใย เนื่องจากมีปริมาณเส้นใยมากที่สุดเมื่อเทียบกับพืชผักพื้นบ้านอื่นๆ

นักวิจัยเผยสรรพคุณมะเขือพวง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวาน เตือนอย่าบริโภคผลสดในปริมาณมากเกินไปเพราะมีสารพิษรวมอยู่ด้วย โดย ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ ไชยสุต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สถาบันนวัตกรรมสุขภาพก้าวหน้า เปิดเผยผลการวิจัยเกี่ยวกับมะเขือพวงว่าเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวคนไทนมาช้านาน บรรพบุรุษของเรามิได้คำนึงถึงรสชาติแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังมองถึงทางด้าน สรรพคุณของเครื่องเทศและสมุนไพรที่ใช้ไว้อีกด้วยและได้สกัดสารอันตราย คือ “สารอัลคาลอยน์” ในมะเขือพวง ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป ในปัจจุบันมีการศึกษาพัฒนามะเขือพวง โดยนำมาอบแห้งและผ่านกรรมวิธี ลดปริมาณสารอัลคาลอยน์ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วจึงนำมาสกัดให้อยู่ในรูปของชามะเขือพวง

จากการทดสอบกับอาสาสมัครที่เป็นโรคเบาหวาน โดยให้ดื่มชามะเขือพวงในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันพบว่า ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เมื่อร่วมกับการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค นอกจากนี้ยังช่วลดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

share on: