กินอาหารแบบ Locavores

โลว์คาร์บ ไฮโปรตีน low carb beautyfullallday

เราได้รู้กันแล้วว่า อาหาร Locavores เกิดขึ้นจากกลุ่มคนรักษ์โลกกลุ่มหนึ่งในในเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่เล็งเห็นถึงปัญหา โดยกำหนดชื่อวิธีการเพื่อให้เป็นแบบอย่างว่า Lacavores หรือ 100 Miles Diet

เป็นการที่ผู้บริโภคจะต้องเลือกกินอาหารที่ปลูกและเลี้ยง หรือผลิตโดยบริเวณใกล้เคียงในรัศมีไม่เกิน 100 ไมล์ หรือประมาณ 160 กิโลเมตร ซึ่งการรณรงค์วิธีกินแบบนี้ ได้รับความนิยมอย่างมากจนไปเข้าตา New Oxford American Dicationary ที่เห็นถึงความสำคัญและนำไปบัญญัติเป็นคำศัพท์ว่า Locavores โดยเป็นคำผสมคำระหว่าง Local ที่แปลว่าท้องถิ่น กับคำว่า Vorous หรือการกิน เข้าไป

และจากความนิยมที่มีมากส่งผลให้ การกินอาหาร แบบ Lacavores กลายเป็นคำศัพท์ยอดฮิตแห่งปี 2007 ติดอันดับ 2007 Word of the Year ไปเลยทีเดียว แล้วทำไม 100 Miles Diet จึงสำคัญต่อโลกและท้องถิ่นนัก…

เรื่อง Lacavores> หรือ 100 Miles Diet นั้นเป็นไปได้ยากในบางประเทศ เพราะทราบกันดีโดยเฉพาะเกษตรกรว่า หลายประเทศในโลกนี้ต่างก็มีการนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างแดนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี แม้บางประเทศจะสามารถผลิตได้เอง แต่ก็ยังคงมีการนำเข้าเพราะความนิยมและจำนวนการบริโภคไม่เพียงพอหรือผลผลิตที่ได้ในประเทศไม่เป็นที่นิยมแก่นักบริโภคนิยม ทำให้เฉลี่ยแล้วอาหารส่วนใหญ่มักจะถูกส่งมาไกลเป็นระยะทางเกินกว่า 1,500 ไมล์ ก่อนที่จะนำมาปรุงและเสิร์ฟบนจานอาหาร ทำให้วัตถุดิบเหล่านั้นอาจไม่สด เท่ากับวัตถุดิบที่หาได้จากพื้นที่ใกล้เคียงในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งสามารถใช้เวลาเก็บเกี่ยวและส่งถึงจานได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แม้จะมีระบบการทำความเย็นและเก็บความสดของอาหารที่ดีมากมาย แต่ก็เชื่อว่า ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

100 Miles Diet Lacavores>

นอกจากความสด ใหม่ ของวัตถุดิบแล้ว เมื่อเอ่ยถึงรสชาติอาหารบางอย่างก็ไม่สามารถสู้กับอาหารประเภทเดียวกันที่มาจากท้องถิ่นใกล้เคียงได้ ทั้งยังอดลองลิ้มชิมรสอาหารชนิดนั้นในขณะที่มีรสชาติที่ดีที่สุดของฤดูกาลไปอย่างน่าเสียดาย ที่สำคัญ คุณยังอาจได้รับคุณค่าทางโภชนาการในอาหารเหล่านั้นลดน้อยลง และถูกเติมแต่งด้วยสารเคมีบางอย่างที่ ผู้ผลิตบางรายหัวใส ก็เป็นไปได้

เหตุผลต่อมาก็เพื่อเป็นการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมของโลก เนื่องจากการขนส่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างจะมีอยู่อย่างจำกัด แถมถูกทนแทนด้วยราคาที่ต้องบวกการบริการและการขนส่งต่างๆ แล้ว ก็ทำให้รู้ว่า มันอาจจะไม่คุ้มกันเลย อาหารที่ต้องใช้ความสดใหม่และนำเข้ามักจะถูกขนส่งมาทางเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นวิธีการขนส่งที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าวิธีการขนส่งแบบอื่น นั่นเท่ากับการกินอาหารของคุณหรือของเราๆ ท่านๆ ได้ทำลายชั้นบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของโลกนี้โดยตรง โดยที่คุณหรือใครอาจนึกไม่ถึง

เหตุผลข้อสุดท้ายที่หลายคนหลงลืมกันไปมากที่สุดคือ การนำเข้าสินค้าอาหาร เป็นการทำร้ายสินค้าเกษตรกรของท้องถิ่น คุณภาพชีวิตให้กับคนในท้องถิ่นนั้นๆ

จะกินอาหารแบบ Lacavores อย่างไร

มันก็ไม่ได้มีวิธีที่ซับซ้อนอะไรมาก ถ้าหากได้อ่านมาแต่แรกในเรื่องของต้นกำเนิดของ Lacavores เพราะเพียงแค่อาศัยระยะทาง หรือ Food Miles เป็นตัวกำหนดให้เลือกกินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น…

คนกรุงเทพ อาจเลือกกินปลาทะเลจากแหล่งผลิตที่อยู่ในบริเวณจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกบางส่วนได้ อย่าง ชลบุรี หรือสมุทรปราการ เลือกนมจากราชบุรี ผลไม้จากรอบๆ ปริมณฑล ทุเรียนจากปราจีนบุรี แต่หากสั่งอาหารทะเลจากประจวบฯ หรือหาซื้อลำใยจากเชียงใหม่ แบบนี้ก็อาจไม่คุ้ม หรือไม่ถูกหลัก ยกเว้นในช่วงฤดูกาลของผลไม้นั้นๆ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ผลไม้ที่มีฐานผลิตไกลออกไปยังต่างประเทศ แม้จะอร่อยก็ตามแต่เชื่อได้ว่า ความสดและอร่อยและคุณค่า ไม่เทียบเท่ากับได้จากในท้องถิ่นแน่นอน

100 Miles Diet Lacavores>

นอกจากนี้ การกินอาหาร แบบ Lacavores ยังมีระดับความเข้มข้นในการเลือกกินที่ไม่เท่ากัน

  • กลุ่ม Ultrastrict เป็นกลุ่มที่เคร่งครัดที่สุด ซึ่งจะเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบที่ผลิตและได้จากท้องถิ่นเท่านั้น
  • กลุ่ม Marco Polo Rule กลุ่มนี้อาจยกเว้นให้ใช้เครื่องเทศตากแห่งจากต่างถิ่นได้บ้าง
  • กลุ่ม Wild Card กลุ่มนี้อาจจะเหมาะกับวิถีชีวิตของคนทั่วไป และมีข้อจำกัดน้อย อนุโลมให้เลือกกินอาหารบางอย่างที่คนรู้สึกว่า จำเป็นต่อการดำรงชีพ ได้บ้างเช่น กาแฟ ช๊อกโกแลต

แล้วคุณเป็นคนกลุ่มไหนกันนะ

ที่มา : http://www.farmerlanding.com/locavores.html
แนะนำ : อาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้หญิง

share on: