ไขความลับ สารอาหารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่

antioxidant การต้าน อนุมูลอิสระ การชะลอความแก่

วันนี้จะมาไขความลับในส่วนของ สารอาหารต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความชรา โดยบิวตี้ฟูลออลเดย์ กันซะเลย เพราะดูเหมือนว่าเจ้าสารตัวนี้จะมีคนสนใจไม่แพ้ สารจำพวกแอนตี้ออกซิแดนอื่นๆ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า อนุมูลอิสระ นั้นคืออะไร แล้วค่อยแยกย่อยต่อไปเกี่ยวกับการป้องกันและทางแก้ เคล็ดลับความงาม ในเรื่องของความแก่ชรา

อนุมูลอิสระ ที่คนทั่วไปรู้จักนั้น เป็นสารพิษที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และเกิดภายในร่างกายเป็นปกติ เจ้านี่เป็นสารที่มีอิเล็กตรอนซึ่งไม่มีคู่อยู่ในวงรอบของอะตอม หรือโมเลกุล เราให้ความสำคัญกับสารซึ่งมีออกซิเจนเป็นศูนย์กลาง คือ hydroxyl radical, superoxide, peroxyl, alkoxyl และ oxides ของ nitrogen

โดยปกติแล้วสารเหล่านี้เกิดขึ้นโดยปฏิกิริยาในร่างกายอยู่แล้ว และร่างกายเราสามารถกำจัดได้เองในระดับหนึ่ง เวลามีธาตุเหล็ก ทองแดง แมงกานีส โคบอลต์ โครเมียม นิเกิล อยู่เป็นจำนวนน้อยๆ มักเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่และร่างกายก็จะมีระบบของแอนติออกซิแด้นท์ขจัดออกไป แต่เมื่อคนเราสูงวัยขึ้นประสิทธิภาพการกำจัดสารตัวนี้จะเสื่อมถอยลงไปตามอายุขัย ทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย ผลจากความเสื่อมที่เราเห็นคือผิวขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยขณะเดียวกันก็เกิดความเสื่อมของอวัยวะภายในร่างกาย

antioxidant การต้าน อนุมูลอิสระ การชะลอความแก่สารอนุมูลอิสระนี้ยังสามารถรับได้จากภายนอกด้วยเช่นกัน กรณีร่างกายได้รับสารอนุมูลอิสระจากภายนอกมากเกินไป เช่น ได้รับจากอาหารบางชนิด จากขบวนการประกอบอาหาร เช่น การย่างเนื้อสัตว์ที่มีส่วนประกอบของไขมันสูง การนำน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารที่อุณหภูมิสูงๆ มาใช้อีก หรือจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงอาทิตย์ซึ่งมีรังสี ultraviolet การแผ่รังสี (radiation) รังสี x-ray หรือจากมลพิษ เช่น ควันบุหรี่ ก๊าซจากท่อไอเสียรถยนต์

การมีสารอนุมูลอิสระที่มากเกินไปนั้น ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ความจำเสื่อม มะเร็ง ฯลฯ ดังนั้น จึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่มีปริมาณมากพอ และมีความหลากหลายที่จะช่วยเสริมฤทธิ์กัน เพื่อชะลอความเสื่อมและการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี โคแอนไซม์ คิวเทน กรดอัลฟา ไลโปอิก รูติน และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น สังกะสี ซิลิเนียม

แต่ถ้าสารเหล่านี้มีมากกว่าความสามารถของแอนตี้ออกซิแด้นท์ในร่างกายจะขจัดหมด หรือในภาวะที่จำนวนแอนติออกซิแด้นท์ในร่างกายลดลง เช่น ผู้สูงอายุ ก็จะทำให้มีสารอนุมูลอิสระและสารที่ไม่ใช่อนุมูลอิสระเช่น ไฮโดเจนเพอออกไซด์ ซึ่งมีออกซิเจนเป็นศูนย์กลางเช่นกัน โดยรวมเรียกว่า reactive oxygen species (ROS) มากเกินไปก่อให้เกิดอันตรายได้

อนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่อนุมูลอิสระมีแหล่งที่มา 2 แหล่งคือจากภายในร่างกาย เช่น การเผาผลาญอาหาร การหายใจ การออกกำลังกายหักโหม การติดเชื้อ ความเครียด และภายนอกร่างกายคือ อาหารไหม้เกรียม สารกันบูด ยาฆ่าแมลง แสงอุลตราไวโอเล็ต และมลพิษต่างๆ

นอกจากนั้นเมื่อคนเราอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์จะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้นและความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระก็ลดลง จึงทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม้ว่าร่างกายจะสร้างเอนไซม์ที่ใช้กำจัดอนุมูลอิสระได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ต้องกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมด้วย

สารต้านอนุมูลอิสระ พบได้ทั้งในผักผลไม้ เช่น วิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน สังกะสี ซีลีเนียม และยังพบมากในเมล็ดกาแฟสดที่ยังไม่ผ่านการคั่ว ชื่อว่า “กรดคลอโรจินิก” ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็ก ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี แต่กรดคลอโรจินิกจะเกิดการสลายตัวเมื่อโดนความร้อนจากการคั่วเมล็ดกาแฟ จึงมีการนำเมล็ดกาแฟสดที่ยังไม่ผ่านการคั่วมาผสมกับกาแฟที่ผ่านการคั่วแล้ว ผลิตออกมาเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป เพื่อให้มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง

อนุมูลอิสระที่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อไขมัน (โดยเฉพาะ low density lipoprotein) โปรตีน หน่วยสารพันธุกรรม DNA และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้ ทำให้เพิ่มอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลายชนิด โรคที่สำคัญและมีการศึกษากันมาก ได้แก่ โรคหลอดเลือดตีบและแข็งตัว โรคมะเร็งบางชนิด Alzheimer’s disease หรือโรคความจำเสื่อม โรคไขข้ออักเสบ โรคความแก่

เราจึงควรหลีกเลี่ยงการที่จะได้รับสารอนุมูลอิสระเข้าไปในร่างกาย เช่น มลพิษในสิ่งแวดล้อม ก๊าซจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันบุหรี่ และรับประทานผลไม้เป็นประจำทุกวัน และควรใส่ใจในการดูแลสุขภาพผิวร่วมด้วย เท่านี้ก็ไม่เป็นปัญหาในการชะลอความแก่แล้ว

อ้างอิงจาก bknowledge.org / the-than.com / thairunning.com เรียบเรียงโดย beautyfullallday.com

share on: