การคุมกำเนิด ด้วย โปรเจสโตเจน

การให้นมบุตรและการใช้ยา

โปรเจสโตเจน เป็นตัวหลักในการยั้บยั้งการตกไข่ของหญิงสาว การเกิดภาวะตกขาว สารตัวนี้ได้รับการพัฒนาอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่ม 17 – hydroxyprogesterone เป็นกลุ่มที่มีคุณสมบัติต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ที่มีใช้ในประเทศไทยคือ cyproterone acetate ซึ่งหลายๆ คนก็นิยมนำมาใช้รักษาสิว และอีกกลุ่มคือ กลุ่ม 19 – nortestosterone ซึ่งมีหลายรุ่น ปัจจุบันพัฒนามาถึงรุ่นที่ 3 แต่ที่นิยมและใช้มากที่สุดคือ levonorgestrel (LNG) ซึ่งจัดอยู่ในรุ่นที่ 2 สำหรับโปรเจสโตเจนรุ่นที่ 3 ที่มีใช้ในเมืองไทยคือ desogestrel (DSG) และ gestodene (GSD)

การคุมกำเนิด มีหลายวิธี แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ ยาเม็ดคุมกำเนิด และยาเม็ดคุมกำเนิด ที่นิยมมากที่สุดคือยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งประกอบด้วย เอสโตรเจน และ โปรเจสโตเจน

โปรเจสโตเจน ที่ได้กล่าวไปแล้ว สำหรับเอสโตรเจนนั้น ได้มีการพัฒนามาโดยตลอด โดยการลดปริมาณเอสโตรเจน จากที่เคยใช้ถึง 100 ไมโครกรัม จนลดลงเหลือ 20 ไมโครกรัมในยาเม็ดคุมกำเนิดบางยี่ห้อ ส่วนชนิดของเอสโตรเจนในปัจจุบันยาเม็ดคุมกำเนิดรุ่นใหม่ทุกยี่ห้อใช้เอสโตรเจนชนิด ethinyl estradiol (EE) เหมือนกันหมด การลดปริมาณของเอสโตรเจนก็เพื่อลดอาการข้างเคียง ที่เกิดจากเอสโตรเจน

ยาเม็ดคุมกำเนิด สำหรับผู้หญิง

Gracial เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ biphasic คือมีฮอร์โมน 2 ตัว แต่ปริมาณของฮอร์โมนในแต่ละเม็ดมีไม่เท่ากัน ส่วนประกอบที่สำคัญคือ 7 เม็ดแรก ประกอบด้วย ethinyl estradiol (EE) 40 ไมโครกรัมและ DSG 25 ไมโครกรัม ส่วน15 เม็ดที่เหลือประกอบด้วย EE 30 ไมโครกรัมและ DSG 125 ไมโครกรัม เหตุผลก็คือในช่วง7 วันแรกต้องมีปริมาณเอสโตรเจนให้เพียงพอให้เยื่อบุโพรงมดลูก เจริญเติบโตเต็มที่และสามารถคงอยู่ต่อด้วยโปรเจสโตเจนที่สูงในช่วงหลัง ทำให้สามารถควบคุมรอบระดูให้ปกติได้ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กินยาเม็ดคุมกำเนิด แล้วมีเลือดระดูออกผิดปกติระหว่างที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดสิว ผิวมัน ขนดกได้ด้วย

โปรเจสโตเจน กับการคุมกำเนิด

Yasmin เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่บริษัท Berlex Laboratories, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Schering ได้พัฒนาขึ้นมา เพิ่งได้รับการอนุมัติจาก FDA องค์การอาหารและยาของสหรัฐ ให้จำหน่ายได้ในสหรัฐเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2544 ในชื่อการค้าว่า yasmin ซึ่งประกอบไปด้วยเอสโตรเจน ethinyl estradiol (EE) 30 ไมโครกรัม และ โปรเจสโตรเจนตัวใหม่ drospirenone 3 มิลลิกรัม ซึ่งจัดเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด ชนิดฮอร์โมนต่ำอีกสูตรหนึ่ง ข้อเด่นของยาเม็ดคุมกำเนิดยี่ห้อนี้ คือ

โปรเจสโตเจน drospirenone ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม spironolactone มีคุณสมบัติลดการคั่งน้ำและเกลือโซเดียม และมีคุณสมบัติต้านฮอร์โมนเพศชาย ผู้ผลิตอ้างว่าไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม และสามารถรักษาสิวได้ด้วย

Cerazette เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่ไม่มีเอสโตรเจน คือมีแต่โปรเจสโตเจน อย่างเดียว คือ มีตัวยา DSG (Desogestrel) ปริมาณ 75 ไมโครกรัม ผู้ผลิตอ้างว่าสามารถระงับการตกไข่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับสตรี ที่มีข้อห้ามในการใช้เอสโตรเจน เช่นเป็นโรคหัวใจ มีเส้นเลือดอุดตัน สตรีสูงวัยอายุเกิน 35 ปี หรือสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอด

Implanon เป็นยาฝังคุมกำเนิดชนิดแท่งเดี่ยว ก็แท่งเดียวนั่นแหละครับ ซึ่งแต่เดิมที่เรามีใช้ในเมืองไทย คือ Norplant-6 ซึ่งประกอบด้วยแท่งยา 6 แท่ง ฝังใต้ผิวหนังที่หน้าแขนใกล้ข้อศอก ใช้คุมกำเนิดได้ 5 ปี แต่ยาตัวใหม่นี้มีแท่งเดียว ใส่ง่าย เอาออกง่าย ใช้ได้ 3 ปี แท่งยาเป็นรูปทรงกระบอกยาว 4 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 มิลลิเมตร มีตัวยาโปรเจสโตเจนที่ชื่อ etonogestrel เมื่อฝังไปแล้วระดับยาในกระแสเลือดจะสูงขึ้น ในระยะ7 วันแรกแล้วจะค่อยๆ ลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถคุมกำเนิดได้ และจะคงอยู่ในระดับนั้นเป็นเวลา 3 ปี

NuvaRing เป็นวงแหวนใส่ช่องคลอด เป็นอีกทางเลือก สำหรับคนที่ไม่อยากกินยาหรือไม่อยากกินยาทุกวัน มีลักษณะเป็นวงแหวนขนาดเล็ก มีความยืดหยุ่น ตัวแหวนจะปล่อยยาออกมา 2 ตัว คือ EE ปริมาณ 15 ไมโครกรัม และ etonogestrel 120 ไมโครกรัมออกมาทุกวัน การใช้ก็เพียงสอดเข้าช่องคลอดแล้วคาไว้ในนั้น 3 สัปดาห์ จึงเอาออก เว้นไว้หนึ่งสัปดาห์แล้วใส่อันใหม่อีก วนเวียนไปอย่างนี้ การใส่ก็สามารถใส่ได้ด้วยตนเอง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์

การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดในผู้ชาย

นอกจากทำหมันกับใช้ถุงยางอยามัยแล้ว ไม่มียาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายบ้างเลยหรือ? คำตอบก็คือ มี หลายๆ บริษัท พยายามพัฒนายาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย การพัฒนาถึงขั้นสามารถยับยั้งการสร้างตัวอสุจิ ได้อย่างสมบูรณ์แบบได้แล้ว แต่ติดปัญหาตรงวิธีการให้ยาคือต้องฉีดยาบ่อย และบางตัวก็มีผลให้อารมณ์ทางเพศลดลง บางบริษัทใช้ฮอร์โมนเพศชาย testosterone ชนิด enantate ฉีดเข้ากล้ามสัปดาห์ละ 50 มิลลิกรัม ร่วมกับการรับประทาน DSG วันละ 300 ไมโครกรัม พบว่าสามารถระงับการสร้างอสุจิได้ 100 % แต่ปัญหาก็คือจะมีผู้ชายสักกี่คนที่ยอมกินยาทุกวัน แล้วยังต้องฉีดยาทุกสัปดาห์อีกด้วย ก็ได้พยายามใหม่หลีกเลี่ยงการฉีดยา โดยการฝังยา testosterone ชนิด pellets ฝังครั้งละ 3 เดือน ร่วมกับการกินยาทุกวัน ก็ได้ผลเช่นกัน

ยาคุมกำเนิดสำหรับชายจึงยังต้องศึกษาค้นคว้าและวิจัยกันต่อไป เพื่อหาวิธีการคุมกำเนิด แบบชั่วคราวที่สะดวก ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นผู้ชายคงไม่ยอมใช้แน่

share on: