ช้อนกลาง ปลอดภัยจากเชื้อโรคแค่ไหน

โรคตับอักเสบ ตับแข็ง ความเสี่ยงเกิดโรคตับ

ไม่ใช้ช้อนกลาง ปลอดภัยแค่ไหน เห็นหลายปีก่อนมีการรณรงค์กันเรื่องของ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เกี่ยวกับเชื้อไข้หวัดนก หรือไข้หวัด 2009 และในปัจจุบัน การรณรงค์ให้ใช้ช้อนกลาง ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากว่าเชื้อโรคและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในประเทศหลายๆ ประเทศ แต่ในประเทศไทยเองกลับหลงลืมอะไรกันไปหรือเปล่า ที่ว่าไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ยามเชื้อโรคเข้ามาทีนึง ก็รณรงค์กันทีนึง หลังจากนั้นก็เริ่มจางหายไปพร้อมกับสายลม ทั้งๆ ที่คนป่วยคนตายด้วยเชื้อเดียวกันก็ยังไม่ได้ลดลงเลยแต่อย่างใด

โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ ซึ่งนพ.รัชวิชญ์ เจริญกุล ให้คำตอบว่า ไวรัสตับอักเสบบี จะไม่ติดต่อผ่านการรับประทานอาหาร น้ำลายหรือการสัมผัส แต่สามารถติดต่อได้ 3 ทางคือ เลือด เพศสัมพันธ์ และแม่สู่ลูกขณะคลอด (ก็คงจะเหมือนเชื้อเอดส์) ซึ่งยังคงเป็นช่องทางการติดเชื้อที่สำคัญในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแล้ว วัคซีนจะป้องกันไม่ให้เป็นตับแข็งและมะเร็งตับ และหากวางแผนมีบุตร ยังสามารถตั้งครรภ์และให้กำเนิดทารกได้อย่างปลอดภัย

ไวรัสตับอักเสบซี เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่สำคัญของภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและมะเร็งตับ แต่ไม่ง่ายเหมือนกับไวรัสตับอักเสบบี โดยติดทางเลือดเป็นหลัก ส่วนทางเพศสัมพันธ์และจากแม่ไปสู่ลูกนั้นน้อยมาก จากข้อมูลการบริจาคเลือด พบว่า มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี 1-2% ของประชากร ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนไวรัสตับอักเสบซี ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบซีนั้น ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจพบได้โดยการตรวจเลือดเท่านั้น ซึ่งหากกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และไม่ได้รับการรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แต่ ตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมากกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายรักสนุก มีพฤติกรรมเสี่ยงๆ หลายอย่าง มีคู่นอนหลายคน โดยลืมตระหนักไปว่า ผู้หญิงเองก็มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้เท่าๆ กับผู้ชาย โดยเฉพาะในประเทศไทย ช่องทางการติดเชื้อที่สำคัญส่วนใหญ่ยังคงมาจากแม่สู่ลูก ส่วนโอกาสที่จะกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับนั้น ก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะสาวๆ ที่เป็นหรือมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้ว และชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด อาหารหมักดอง ถั่ว หรือธัญพืชบางชนิดที่อาจมีสารอะฟลาท๊อกซินที่เกิดจากเชื้อรา ก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดเป็นโรคตับได้เทียบเท่าผู้ชาย

สาวๆ ที่ชอบซื้อยาหรือวิตามินมาทานเอง โดยเฉพาะวิตามินที่มีผลต่อตับ โดยขาดการศึกษาข้อมูลที่เพียงพอ หรือไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ บิวตี้ฟูลออลเดย์บอกได้เลยว่า เป็นพฤติกรรมที่เอื้อให้เกิดภาวะตับอักเสบและตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้โดยง่ายเท่าๆ กับผู้ชายที่มีความเสียงของพฤติกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะสาวๆ คอทองแดงมีสิทธิ์เสี่ยงมากกว่าผู้ชาย หรือแทบไม่ต่างกันเลยที่จะเกิดโรคตับหรือมะเร็งตับ

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบไม่ว่าชนิดใดก็ตาม คุณหมอรัชวัชญ์แนะนำว่า แนวทางปฏิบัติตัวขั้นพื้นฐานคือ ควรงดสุราและบุหรี่ หลีกเลี่ยงการรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อตับโดยไม่จำเป็น ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้และการรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อตับอย่างถี่ถ้วน หลีกเลี่ยงยาสมุนไพร พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหักโหม ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอแบบชนิดเจาะจงโรค เพื่อเฝ้าระวังตับแข็งและมะเร็งตับ พร้อมกับชี้แนะให้ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสและรับวัคซีนป้องกัน และระมัดระวังการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

โรคตับอักเสบ ตับแข็ง ความเสี่ยงเกิดโรคตับ

กรณีว่ามีข้อบ่งชี้ว่าเป็น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสตับอักเสบ เอ, บี, ซี, ดี, อี, จี แต่ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคตับแข็ง และมะเร็งตับ คือ ชนิด บี, ซี และดี ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับไวรัสตับอักเสบบีมาก เพราะประชากรบ้านเราติดเชื้อไวรัสนี้ประมาณ 4-5 ล้านคน แต่เราแทบจะไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบซีเลย ไวรัสตับอักเสบ ซี คือ ….ไวรัสที่ติดเข้าไปร่างกายแล้วจะเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับและมักก่อให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง โดยมีการทำลายเซลล์ตับไปเรื่อยๆ มักพบว่าการทำลายเซลล์ตับจะรุนแรงกว่าชนิดบีมาก เมื่อผ่านไปในระยะเวลาหนึ่ง ตับที่ถูกทำลายจะกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

โรคตับอักเสบ ตับแข็ง ความเสี่ยงเกิดโรคตับ

เมื่อได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เข้าไปในร่างกายแล้ว อาจจะมีอาการหรือไม่มีอาการก็ได้ เช่นอาการที่พบอาจมีแค่เหนื่อยอ่อนเพลีย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มีอาการแต่จะตรวจพบได้โดยบังเอิญมากกว่าจากการตรวจเช็คสุขภาพร่างกายประจำปี ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะไม่มีอาการ แต่พบว่าไวรัสยังคงมีการทำลายตับไปเรื่อยๆ การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสซีจะประกอบด้วย

  • การตรวจการทำงานของตับ โดยพบว่าค่า SGPT จะสูงมากกว่าค่าปกติ 1.5 เท่า (ประมาณมากกว่า 60 U/L) ติดต่อนานกว่า 6 เดือน โดยที่ต้องไม่มีประวัติดื่มสุรา, รับประทานยาสมันไพร
  • การตรวจหาภูมิต้านทานจากเชื้อไวรัส (Anti HCV) ซึ่งตรวจโดยการเจาะเลือด, ไม่ต้องอดอาหาร, สามารถทราบผลได้ใน 24 ชม. สะดวกและรวดเร็ว
  • การตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (HCV-RNA) เป็นการเจาะตรวจทางเลือด แต่วิธีการตรวจค่อนข้างซับซ้อน เพื่อดูว่ามีปริมาณไวรัสในร่างกายมากน้อยเพียงใด สามารถพยากรณ์โรคว่าผู้ป่วยจะมีโอกาสเกิดตับแข็งและตอบสนองต่อการรักษาได้เพียงใด
  • การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ เพื่อดูความรุนแรงของโรค เพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจรักษา
  • บุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี คือ เคยมีประวัติได้รับเลือดมาก่อน, ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น, ใช้เข็มสักผิวหนังร่วมกับผู้อื่น, มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แต่อย่างไรก็ตามพบว่าประมาณ 50% ของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี ไม่สามารถพบปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

จากคำถามที่ว่าหากเราละเลยการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ก็คงไม่มีผลกับเชื้อไวรัสตัวนี้เท่าไหร่นัก แต่การกินร้อนใช้ช้อนกลางและล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ก็เป็นการป้องกันเชื้อโรคอื่นๆ ที่สามารถติดต่อทางน้ำลายและทางการสัมผัสได้นั่นเอง

อ้างอิง กรุงเทพธุรกิจ / โรคมะเร็งตับ โรงพยาบาลเอกชน

share on: