น้ำมันชา ต้านกรดไขมัน TFA ป้องกันเบาหวาน ดีต่อสุขภาพ

น้ำมันชา ต้านกรดไขมันทรานส์ ป้องกันเบาหวาน รักษาสุขภาพ

กรดไขมันทรานส์ หรือ Trans Fatty Acids หรือ ไขมันทรานส์ (Trans Fat) ที่เรียกย่อๆ ว่า TFA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่โครงสร้างบริเวณพันธะคู่แตกต่างไปจากเดิม มีการจัดเรียงตัวของไฮโดรเจนที่พันธะคู่อยู่ด้านตรงข้ามกันเป็นอันตรายต่อร่างกาย และไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นไขมันที่ได้จากการผ่านกระบวนไฮโดรเจนเนชั่น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ไขมันแข็งตัวด้วยวิธีทางฟิสิกส์และเคมี เช่น การทำมาร์การีน หรือการทำครีมเทียม กรดไขมันชนิดทรานส์หากกินมากๆ จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกับการกินอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัว ผลการศึกษากรดไขมันชนิดทรานส์ต่อสุขภาพพบว่าการกินอาหารที่มีกรดไขมันชนิดทรานส์มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณคอเลสเตอรอลแอลดีแอล (LDL) ซึ่งเป็นไขมันตัวร้าย และยังทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลเอชดีแอล (HDL) ซึ่งเป็นไขมันตัวดีลดลงอีกด้วย หากคนเรามีปริมาณคอเลสเตอรอลแอลดีแอลและเอชดีแอลตามมาตรฐานที่กำหนด จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และในคนที่มีคอเลสเตอรอลเอชดีแอลสูงก็จะช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลแอลดีแอลไม่ให้ทำอันตรายต่อร่างกายได้ง่าย จากเหตุผลดังกล่าวจึงได้มีการรณรงค์ให้ผู้บริโภคกินอาหารที่มีกรดไขมันชนิดทรานส์น้อยลง

บทความนี้จากการเรียบเรียงใหม่ จากต้นฉบับหลายๆ แห่ง ถูกรวบรวมไว้ในเนื้อหาสำคัญภายใต้หัวข้อ เคล็ดลับสุขภาพ น้ำมันชาต้านกรดไขมัน TFA ป้องกันเบาหวาน ดีต่อสุขภาพ จาก www.beautyfullallday.com เท่านั้น

ผลของไขมันทรานส์ต่อสุขภาพ จากการศึกษาวิจัยพบว่ากรดไขมันทรานส์ให้ผลร้ายเช่นเดียวกับกรดไขมันอิ่มตัว เนื่องจากกรดไขมันทรานส์ไปส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ cholesterol acyltranferase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการเมตาบอลิซึมของคอเลสเตอรอล ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol )และคอเลสเตอรอลตัวไม่ดี ( LDL- cholesterol) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ( Coronary heart disease )
ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในประเทศทั้งหมดระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการ ในประเทศแคนาดามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่12 ธันวาคม 2548 ในสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2549

น้ำมันชา ต้านกรดไขมันทรานส์ หรือ Trans Fatty Acids ป้องกันเบาหวาน ดีต่อสุขภาพ

แหล่งอาหารที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยอาหารที่พบว่ามีกรดไขมันทรานส์ คือ ขนมอบหรือเบเกอรีที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้พบใน ครีมเทียม อาหารอบ อาหารทอด และอาหารที่ระบุว่ามีการติมไฮโดรเจนลงในไขมัน สำหรับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ เช่น เนย นม ชีส เนื้อวัวมีกรดไขมันทรานส์ในปริมาณเล็กน้อย

วิจัยชาน้ำมัน ของมูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตผลได้ทั้งบริโภคและความงาม ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ดำเนินการศึกษาและวิจัยชาน้ำมัน โดยโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ หม่อมราชวงศ์ ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นผู้อำนวยการการผลิต (ปลูกบนเกษตรที่สูง) และให้ มูลนิธิชัยพัฒนา ทำการศึกษาในการแปรรูปน้ำมัน โดยมูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันขึ้น โดยสร้างโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชา และพืชน้ำมัน อื่นๆร่วมด้วย อาทิ มะรุม งา ทานตะวัน ฟักทอง ผักน้ำมัน ดอกคำฝอย ฯลฯ ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 เป็นต้นมา

นางขวัญจิรา ชีวานนท์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เผยถึงการผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาว่า ชาน้ำมัน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia Oleifera Abel, Theaceae เป็นพืชในสกุล Camellia เช่นเดียวกับชาที่ใช้ชงดื่ม แต่เป็นคนละสายพันธุ์กัน โดยที่ลักษณะต้นนั้นจะมีความสูงราว 5 ถึง 10 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทา ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ จะบานเป็นรูปถ้วยสีขาว ผลชาสีเขียวมีลักษณะกลม ขนาดเท่าลูกมะนาว เมื่อผลแก่เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้งแตกออก ภายในเปลือกจะเต็มไปด้วยเมล็ดชาสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ซึ่งจะนำมาบีบน้ำมันและเข้าสู่กระบวนการผลิตให้สะอาดและบริสุทธิ์

จากการวิจัยพบว่า น้ำมันชา มีประโยชน์มากมาย เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายและไม่มีกรดไขมันทรานส์ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามิน A D E และ K ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกรดไขมันอิ่มตัวซึ่งไม่ดีต่อร่างกายต่ำ ในขณะที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว หรือ กรดโอเลอิก 87-81% กรดไขมันไม่อิ่มตัว หลายตำแหน่ง ประมาณ 13-28% และกรดแอลฟาไลโนเลอิก ประมาณ 1-3% สามารถช่วยลดระดับ LDL (คอเลสเทอรอลชนิดไม่ดี) และเพิ่มระดับ HDL (คอเลสเทอรอลชนิดดี) ในร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคอัมพาต โรคความดัน โรคเบาหวาน และ โรคหัวใจ จึงดีต่อสุขภาพของ สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุต้องมีวิธีลดน้ำตาลในเลือดโดยด่วน

น้ำมันชา ต้านกรดไขมันทรานส์ ป้องกันเบาหวาน รักษาสุขภาพ

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง อย่างวิตามินอีและ สารคาเทชิน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น มีจุดเดือดเป็นควันสูงถึง 252 องศาเซลเซียส ทำให้ประกอบอาหารได้หลายวิธีทั้งทอดหรือผัด หรือเป็นส่วนผสมของน้ำสลัดหรือซอสหมักเนื้อสัตว์ จากการวิจัย นอกจากใช้บริโภคแล้ว ยังนำไปผลิตเป็น เครื่องสำอางบำรุงเส้นผมและผิวพรรณต่างๆ เช่น ครีมและโลชั่นบำรุงผิว ครีมกันแดด สบู่ ยาสระผม ฯลฯ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมัน ตั้งอยู่ บริเวณ กม.ที่ 888 สี่แยกก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย เชียงราย และ กิจกรรมงานวิจัยของศูนย์ก็มิได้เป็นความลับแต่อย่างใด หากสนใจเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันในเวลาราชการ หรือต้องการผลิตภัณฑ์ กริ๊งกร๊างได้กด 0-5373-4140-2, 0-5373-4440

ที่มา nutrition.anamai.moph.go.th / ไทยรัฐออนไลน์

share on: