บร็อกโคลี่ ต้านมะเร็งผิวหนัง

high fiber สำหรับคนไม่ชอบทานผัก รับประทานไฟเบอร์ได้อย่างง่าย ด้วยผักเม็ด

คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของบร็อกโคลี่ ต้านมะเร็งผิวหนัง จากรายงานของวารสารวิชาการ วิทยาการต่อมไร้ท่อและไฟธาตุ อเมริกัน รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าน้ำคั้นผักบร็อกโคลี่ มีสรรพคุณป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแดดได้เหนือกว่าครีมกันแดด พวกเขาแจ้งว่า มันมีสารซัลโฟราเฟน อันเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีสรรพคุณป้องกันอาการเกรียมแดดและการเกิดเนื้อร้าย

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญการดูแลผิวหนัง เคลลี เคอร์ติส ได้กล่าว วิจารณ์ครีมกันแดดว่า ครีมกันแดดรุ่นใหม่ ได้เปลี่ยนหันมาใช้สิ่งที่ช่วยบดบังแดด แทนที่ใช้ตัวยาเคมี เพื่อจะลดปริมาณสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย แต่มันยังมีปัญหาอยู่ว่า จะทำให้คนเกิดความหลงผิดว่าตนปลอดภัยแล้ว เมื่อใช้มันลูบไล้ทาตัว ก็คิดว่ามันจะช่วยปกป้องไปได้ทั้งวัน ราวกับมันเป็นเกราะของนักรบ แต่ที่จริงจะต้องคอยทาอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหากลงไปว่ายน้ำ

มะเร็งผิวหนัง

ผิวหนัง นั้นทำหน้าที่ปกคลุมและป้องกันอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นผิวหนังจึงต้องเผชิญกับสิ่งแวด ลอมมากว่าอวัยวะอื่น ๆ ทำให้เกิดโรคได้ง่าย รวมทั้งโรคมะเร็งของผิวหนังด้วย มะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป

สาเหตุของมะเร็งผิวหนังนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่บว่าการรบกวนหรือการระคายเคืองต่อผิวหนังเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ เช่น แสงแดดและแสงอัลตราไวโอเล็ต ยารับประทานที่เข้าสารหนู ยาทาที่เข้าน้ำมันดิน หรือการระคายเคืองของหูด ไฝ ปาน

อาการของมะเร็งผิวหนัง เริ่มเป็นก้อนหรือตุ่มเล็ก ๆ ที่ผิวหนัง ค่อย ๆ ขยายกว้างออกไป แะก้อนจะแตกออกลุกลามเป็นแผลบานออกไปเป็นดอกกะหล่ำปลี การวินิจฉัยโรค จะทำโดยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษามะเร็งผิวหนัง ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และตำแหน่งของมะเร็ง ซึ่งอาจจะรักษาโดยการผ่าตัดหรือฉายรังสี ซึ่งรักษาให้หายขาดได้ ส่วนในระยะที่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ แล้วต้องรักษาโดยวิธีเคมีบำบัดร่วมด้วย สำหรับการป้องกันมะเร็งผิวหนังนั้นสามาระทำได้โดย ไม่ให้ผิวหนังถูกแดดจนไหม้เกรียม ระมัดระวังการใช้ยาที่เข้าสารหนู หรือยาทาที่เข้าน้ำมันดิน สังเกตความเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน บาดแผลที่ิผิวหนัง ถ้ารักษาไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์

มะเร็งผิวหนัง

ไฝและขี้แมลงวัน มีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนัง

ไฝ และขี้แมลงวัน มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ Melanocyte (ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยมีหน้าที่ใน การสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งปริมาณและขนาดของเมลานิน จะเป็นตัวกำหนดสีผิวของคนเรา ว่าจะมีผิวขาว ผิวคล้ำ มากน้อยเพียงใด ) แล้วเกิดเป็นเนื้องอกจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซท์ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วนขี้แมลงวันจะเป็นตุ่มราบสีดำ และอยู่ตื้นกว่าไฝ โดยทั่วไป ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีการเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างช้าๆ ซึ่งมักจะสังเกตได้ในช่วงวัยรุ่น หรือตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณทั่วตัวพร้อมๆ กัน และมีการติดตามแล้วพบว่า ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ที่เรียกว่า Melanoma ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ในคนไทยพบได้น้อย ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่แรกเริ่ม จึงมีความจำเป็น และแก้ไขได้ทันท่วงที

มะเร็งผิวหนัง

บล็อคโคลี ต้านมะเร็งผิวหนัง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ายังมีบางคนที่ไม่ชอบทานผักอยู่ แม้ว่ากระแสรักสุขภาพจะมาแรงแค่ไหน บล็อคโคลี เป็นผักเพื่อสุขภาพ ที่มีต้นกำเนิดมาจากอิตาลี ตั้งแต่สมัยโรมัน โดยถูกจัดให้อยู่ใน กลุ่มของผักจำพวกกำหล่ำปลี และกะหล่ำดอก เพราะมีส่วนประกอบ ที่ใกล้เคียงกันทั้งรสชาติ และปริมาณเส้นใย รวมทั้งธาตุกำมะถัน ที่มักจะมีอยู่มากในผัก ที่มีสารอาหารบำรุงสุขภาพ ในทางการแพทย์นั้นมี การวิจัยมาแล้วว่า การรับประทานบล็อคโคลีเป็นประจำนั้นสามารถช่วยยับยั้งการลุกลามแถมยังช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งผิวหนังได้ ทั้งนี้เพราะว่าในบร็อคโคลีนั้นมีสารที่ชื่อว่า ไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่มีความสามารถช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งปอดนั่นเอง แถมนอกจากนี้แล้วบล็อคโคลียังสามารถป้องกันอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย

สาร Sulforaphane ที่มีอยู่อย่างมากมาย ในบร็อกโคลี มีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษ ของเซลล์มะเร็งผิวหนัง โดยการวิจัยของ มหาวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ ในสัตว์ทดลองที่ได้รับแสง UV จากการอาบแดดเป็นเวลา 20 สัปดาห์ติดต่อกัน และหลังจากนั้น ก็รักษา ด้วยการทาสารสกัด จากบร็อกโคลี ลงบนผิวหนังเป็นเวลา 11 สัปดาห์ พบว่า บร็อกโคลีสกัด ทำให้เซลล์ผิวหนัง ที่กำลังจะตอบสนอง ต่อการเกิดมะเร็งมีปริมาณลดลง

บร็อคโคลีป้องกันหัวใจได้

แม้ว่าบร็อกโคลีจะเป็นพืช แต่มันมากด้วยประโยชน์ ที่จะส่งผลให้ อัตราการเกิดโรคหัวใจลดลง ซึ่งจากการศึกษาเกี่ยวกับ meta-analysis ในกลุ่มทดลองจำนวน 100,000 คน ซึ่งรับประทานบร็อกโคลี ที่อุดมไปด้วยflavonoids เป็นประจำ พบว่าอัตราความเสี่ยง ในการเกิด โรคหัวใจลดลง 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับสารอาหาร จำพวกflavonoids

นอกจากนี้ จากการศึกษาของ University of Saskatchewan ในหนูทดลอง ที่มีระดับความดันโลหิตสูง และเกิดการอุดตันของเส้นโลหิต เมื่อกินอาหาร ที่ประกอบไปด้วยบร็อกโคลีแล้ว พบว่ามีการสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อป้องกันอนุมูลอิสระ การอักเสบของหัวใจลดลง รวมทั้งความดันโลหิต ก็ลดลงด้วย

บร็อคโคลี บำรุงสายตา

ใบผักใบเขียวจะประกอบไปด้วยสารอาหาร ที่อยู่ในกลุ่มของแคโรทีน โดยบร็อกโคลี ก็เป็นหนึ่งในนั้น และยังมีแคโรทีน ชื่อว่า lutein และ zeaxanthin ซึ่งมีความจำเป็น ต่อร่างกายที่จะนำไปใช้ เพื่อบำรุงสายตา จากการศึกษา ในกลุ่มคนที่กินบร็อกโคลี มากกว่า 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ พบว่าความเสี่ยง ในการเกิดต้อกระจกลดลง 23% เมื่อเทียบกับคน ที่กินผักน้อยกว่า 1 ครั้ง ต่อเดือน

เห็นไหมว่าพืชผักสวนครัวก็มีประโยชน์มากมาย

share on: