ปัญหากลิ่นปากและการป้องกัน

beautifull เคล็ดลับสุขภาพ เคล็ดลับความงาม เคล็ดลับผิวขาว

ผู้หญิงที่มี กลิ่นปาก นับเป็นปัญหาหนึ่งที่สร้างความกังวลใจและความรู้สึกไม่มั่นใจให้แก่บรรดาสาวๆ ได้อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะพยายามใช้น้ำยาบ้วนปาก ยาอม แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร หรือแม้แต่หันมาใช้สเปรย์ดับกลิ่นปากบ่อยๆ ก็ทำได้แค่การระงับกลิ่นปากชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หากว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขที่ตรงสาเหตุแล้ว ปัญหากลิ่นปากก็ยังคงอยู่

ปัญหากลิ่นปากนี้เป็นกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นได้คล้ายๆ กับกลิ่นเหม็นที่เกิดจากส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยส่วนมากจะเป็นกลิ่นที่เกิดจากการหมักหมมของอาหารที่ถูกขจัดไปได้ไม่หมด เป็นผลให้แบคทีเรียกลุ่มที่ทำให้เกิดการย่อยสลายโดยไม่ต้องการอากาศได้มีโอกาสเติบโตและย่อยสลายทำให้เกิดกลิ่น ดังนั้นบริเวณใดที่มีเศษอาหารตกค้าง แบคทีเรียก็จะทำการย่อยสลายเศษอาหารนั้นทำให้เกิดการบูดเน่าและมีกลิ่นเหม็นขึ้นได้ ดังนั้น อะไรก็ตามที่มีผลให้มีเศษอาหารตกค้างหมักหมมก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย

ลมหายใจเหม็นที่มาจากช่องปาก เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียที่บริเวณช่องระหว่างฟัน และ ด้านหลังของโคนลิ้น (อาจจะเกิดจากการที่สารคัดหลั่งจากโพรงจมูก ไหลเข้าสู่คอหอยส่วนปาก จึงเกิดการสะสมขึ้น) โดยเชื้อโรคที่ทำให้เกิดกลิ่นปากส่วนใหญ่ ได้แก่ กลุ่มแบคทีเรียกรัมลบที่ไม่ต้องการอากาศ ที่สำคัญ คือ Porphyromonas gingivalis, Fusobacterum nucleatum, Prevotella intermedia และ เชื้อแบคทีเรียชนิดเกลียว หรือสภาวะที่ทำให้มีสาร VSCs เพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะที่คาร์โบไฮเดรตต่ำ ภาวะความเป็นกรด เป็นกลาง หรือ เป็นด่าง และภาวะที่ไม่มีอากาศ และภาวะเหงือกอักเสบ และ periodontitis สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้ แต่กลิ่นปากก็สามารถพบได้ในคนที่ไม่เป็นโรคเหล่านี้เช่นเดียวกัน

กลิ่นปากนั้นบริเวณที่จะพบบ่อยๆ คือที่ลิ้น ร่องเหงือก ใต้ขอบเหงือก ส่วนอื่นที่สามารถพบได้อีกคือ บริเวณที่อุดฟัน ครอบฟันไม่พอดี การเป็นโรคปริทันต์ เหงือกอักเสบ มีฟันผุรูกว้าง ซอกฟัน ฟันปลอมชนิดถอดได้ ทำให้มีเศษอาหารตกค้างในบริเวณดังกล่าว จึงเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ จึงควรแปรงลิ้นหลังการแปรงฟันทุกครั้ง และแปรงให้ลึกถึงโคนลิ้น จะช่วยทำความสะอาดน้ำเมือกตกค้าง ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้

การแก้ปัญหา กลิ่นปาก ลมหายใจ การแก้ อาการ ปากเหม็นหลายๆ คนนั้นมีวิธีการแก้ปัญหากลิ่นปากด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปาก สเปรย์ หรือลูกอมรสมินต์ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหต และที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการสิ้นเปลืองอย่างมากด้วย การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมคลอเฮ็กซิดีนในระยะยาวจะมีผลเสียทำให้เกิดคราบสีที่ฟัน ซึ่งน้ำยาบ้วนปากจะช่วยลดกลิ่นปากได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้กำจัดสาเหตุที่แท้จริงออกไป ทำให้อาการของโรคถูกปิดบังจนเกิดอาการรุนแรงได้โดยไม่รู้ตัว และในบางครั้งกลิ่นของน้ำยาบ้วนปากก็อาจไปผสมกับกลิ่นเศษอาหารในปากจนทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

การรักษา ปัญหา กลิ่นปาก ในผู้ป่วยที่ทราบสาเหตุ ควรจะรักษาตามสาเหตุ ส่วนผู้ที่ไม่พบสาเหตุ หรือไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน ก็สามารถบรรเทาได้โดยวิธีต่างๆ คือ

  • การดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างดี
  • การทำความสะอาดโคนลิ้นด้วยแปรงทำความสะอาดลิ้น
  • การบ้วนปาก และ กลั้วปากด้วยน้ำยาทำความสะอาด
  • การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารเยอะ หรือกินหมากฝรั่ง
  • การรับประทานน้ำอย่างเพียงพอ

เวลาที่จะทำการบ้วนปากด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่ดีที่สุด คือ ช่วงเวลาก่อนนอน เนื่องจากจะทำให้น้ำยาทำความสะอาดตกค้างในปากได้นาน และออกฤทธิ์ได้นาน รวมถึง ขณะที่นอนหลับนั้น กลิ่นปากหรือกลิ่นลมหายใจจะเหม็นที่สุด เนื่องจากไม่มีการหลั่งน้ำลาย และจุลชีพทำงานได้ดีที่สุด

ข้อควรระวังในการเกิดกลิ่นปาก ที่สำคัญได้แก่ หลังกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว ฝาด กรด หรือด่าง เช่น ยาน้ำ ยาลดกรด เครื่องดื่มกระตุ้นผสมกาเฟอีน ฯลฯ 30-60 นาที ผิวฟันจะอ่อนลงชั่วคราวจากการสัมผัสกรดหรือด่าง และควรบ้วนปากทันที แล้วบ้วนปากเป็นระยะๆ รอให้เวลาผ่านไป 30-60 นาทีค่อยแปรงฟันเบาๆ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า การกินผลไม้ทั้งผลก่อนอาหารแทนหลังอาหารมีส่วนช่วยให้ไม่ต้องรอเวลาแปรงฟันหลังอาหารนานมากนัก

การแก้ปัญหาปากเหม็น หรือการแก้ปัญหากลิ่นปากนั้นวิธีที่ดีที่สุดของการรักษากลิ่นปากก็คือ การค้นหาและกำจัดโรคที่เกิดขึ้น และการแปรงฟันที่สะอาดอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ทพ. รัชภูมิ เผ่าเสถียรพันธ์ / health2u.exteen.com / เรียบเรียงใหม่โดย beautyfullallday.com

share on: