รู้อะไรเกี่ยวกับ คอลลาเจน มากแค่ไหน

ผิวหนังที่มี ชั้นคอลลาเจน

คอลลาเจน มันก็แค่เป็นโปรตีนสำคัญอีกตัวหนึ่งของผิวหนัง เพราะเป็นส่วนสปริงของผิวหนังที่ใช้ในการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ ในชั้นผิวหนัง คอลลาเจนมีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย คอลลาเจนใต้ผิวหนังของเราจะอยู่ในผิวหนังชั้นหนังแท้ และจะทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน ชุ่มชื่น แต่น่าเสียดายที่ภายหลังอายุ 20 ปีขึ้นไป คอลลาเจนโปรตีน จะเสื่อมสภาพลง ทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลง เป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวพรรณ

ปัจจุบัน การนำสารสกัดโปรตีนจากปลาทะเลบางประเภท ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้างของคอลลาเจนของผิวคน โดยวิธีการ (Enzymatic Hydrolysis) มาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วพบว่าภายหลังการรับประทานไประยะหนึ่ง จะสามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน แต่ผลที่ได้ก็เทียบกับการรับประทานโปรตีนเสริมทั่วๆ ไป เพราะกรดอมิโนที่เป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายโปรตีน ก็สามารถหาได้จากสิ่งมีชีวิตหลายรูปแบบ ที่มีคอลลาเจนแตกต่างกันออกไป การบริโภคคอลลาเจนเข้าไปทดแทนส่วนที่ขาดหายไปทำได้ แต่เพียงบางส่วน เพราะคอลลาเจนไม่สามารถนำเข้าสู่ร่างกายโดยทางอื่นได้ นอกจากการบริโภค และร่างกายต้องเปลี่ยนโปรตีนคอลลาเจน ให้เป็นกรดอมิโน และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจากลำไส้เล็กเท่านั้น ไม่สามารถดูดซึมทางผิวหนังได้

ผิวหนังที่มี ชั้นคอลลาเจน

ปฏิเสธไม่ได้ที่ว่า เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายและผิวหนังจะเสื่อมสภาพไป และร่างกายก็สร้างคอลลาเจนทดแทนได้น้อยลง จึงเป็นเหตุให้ผิวหนังเหี่ยวย่น แต่สำหรับในเรื่องของ การบริโภคคอลลาเจนจากแหล่งอื่นเข้าไป เพื่อที่จะเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกายให้เพิ่มได้นั้น เป็นข้อมูลที่หมกเม็ดข้อเท็จจริงบางอย่าง ไว้ และเลือกใช้ถ้อยคำโฆษณาที่ฟังดูดีเท่านั้น จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการขายสินค้าเท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คอลลาเจน และความเข้าใจผิดๆ

ข้อเท็จจริงประการแรก คือ คอลลาเจน ในธรรมชาตินั้น ไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่เท่าที่ค้นพบในปัจจุบันแบ่งได้ถึง 29 ชนิด และแต่ละชนิดก็เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อแบบต่างๆ ส่วนคอลลาเจนที่อยู่ในชั้นผิวหนัง คือคอลลาเจน แค่ไม่กี่ชนิด นอกจากนี้คอลลาเจนของสัตว์แต่ละชนิดล้วนแตกต่างกันออกไปอีก สังเกตได้ง่ายๆ จากเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อปลา จะมีลักษณะและความยืดหยุ่นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นความแตกต่างของคอลลาเจนในสัตว์แต่ละชนิดจึงทำให้ไม่สามารถนำคอลลาเจนจากสัตว์อื่นๆ มาทดแทน หรือรวมเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างพื้นฐานของผิวหนังของมนุษย์ได้

ข้อเท็จจริงประการที่สอง การดูดซึมโปรตีนเข้าสู่ร่างกายนั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยเสียก่อน โปรตีนทุกชนิดจะถูกเอนไซม์หลายชนิดในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กย่อยสลาย จากโปรตีนที่เป็นสายยาวจะถูกเอนไซม์ตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหลือเพียงหน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือ กรดอะมิโน แล้วร่างกายจึงดูดซึมกรดอะมิโนเพื่อนำไปประกอบกันขึ้นใหม่เป็นโปรตีนที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ สำหรับซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ๆ

รู้อะไรเกี่ยวกับ คอลลาเจน มากแค่ไหน

คอลลาเจน ก็ต้องถูกย่อยจนกลายเป็นกรดอะมิโน ไม่เหลือสภาพความเป็นคอลลาเจนอีกต่อไปไม่แตกต่างจากโปรตีนชนิดอื่นๆ คอลลาเจนไม่ได้ถูกดูดซึมไปทั้งเส้นแล้วตรงไปประกอบเข้าเป็นผิวหนังอย่างที่หลายคนจินตนาการจากคำโฆษณา คอลลาเจนชนิดที่ทาผิวก็ไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ เช่นกัน ด้วยตรรกะง่ายๆ ว่า ลำไส้ที่เป็นอวัยวะสำหรับดูดซึมสารต่างๆ จากภายนอกโดยเฉพาะ ยังไม่สามารถดูดซึมโปรตีนเล็กๆ สักโมเลกุลเดียว คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้น ผิวหนังย่อมไม่สามารถดูดซึมได้อย่างแน่นอน

เมื่อคอลลาเจนไม่สามารถรับจากภายนอกได้ ไม่สามารถรับจากสัตว์อื่นๆ ได้ หากต้องการให้ร่างกายมีคอลลาเจนอย่างเพียงพอ มีเพียงการบำรุงรักษากลไกของร่างกายที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาจนเท่านั้น การบำรุงรักษานั้นเพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเอง วัตถุดิบที่จำเป็นในการสังเคราะห์คอลลาเจนเราได้รับอย่างเพียงพอจากอาหารอยู่แล้ว การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้กลไกทำงาน และการพักผ่อนช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายสึกหรอช้าลง

รู้อะไรเกี่ยวกับ คอลลาเจน มากแค่ไหน

แม้จะเป็นวิธีการง่ายๆ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ชอบเท่าใดนัก มักอ้างว่าไม่มีเวลา ไม่สะดวก และไม่อยากทำอย่างต่อเนื่อง อยากได้ทางลัด ทางสบาย หรือวิธีการสำเร็จรูป จึงเป็นจุดอ่อนให้ผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพทั้งหลายเอามาใช้

คำโฆษณาของคอลลาเจนหลากหลายรูปแบบเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ไม่มีแก่นสาร เป็นการใช้ถ้อยคำที่ฟังเข้าใจยากมาประกอบคำโฆษณาให้ดูหรูหราเพื่อเพิ่มมูลค่าเท่านั้น หากย้อนกลับไปที่ความรู้พื้นฐานข้างต้นจะเห็นว่าคอลลาเจนจากสัตว์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ไม่ว่าจะมาจากน้ำลึกหรือไม่ ล้วนไม่สามารถใช้แทนคอลลาเจนในร่างกายเราเอง คอลลาเจนที่ถูกอ้างว่าผ่านกระบวนการสกัดเย็นทำให้มีโปรตีน 3 สาย หรือที่เรียกว่าคอลลาเจนสดเอง ก็ไม่ได้มีคุณค่าใดมากไปกว่าคอลลาเจนจากเนื้อหมู เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นโปรตีนชนิดใด เป็นคอลลาเจนกี่สายก็ตาม ล้วนแต่ถูกย่อยจนเหลือเพียงกรดอะมิโนก่อนจะดูดซึมทั้งนั้น

อะไรๆ ก็ คอลลาเจน ข่าวคราวและเนื้อหาโฆษณาเกี่ยวกับ คอลลาเจน ที่ว่าสารสกัดจากสิ่งมีชีวิตที่มี คอลลาเจน ไม่ว่าจะเป็น จากปลาทะเลลึก คุณภาพเกรดA มีอย.รับรอง หรือสกัดจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ได้คอลลาเจนมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อบำรุงร่างกายและไว้สำหรับทาตามเนื้อตัวแล้วนั้น เนื่องจากคอลลาเจนเป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่ซึ่งมีผลในด้านการดูดซึม จึงแนะนำให้ทานวิตามินซีที่มีผลช่วยให้คอลลาเจนดูดซึมได้ดีขึ้น

เราได้เสียเวลาเสียเงินซื้อสิ่งที่เรียกว่า คอลลาเจน โดยไม่ได้ศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังเกี่ยวกับ คอลลาเจน ว่ามันคืออะไร มีที่มาอย่างไร และร่างกายเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อะไรบ้าง กับคำถามนี้มีคำตอบอยู่ด้านบนแล้ว

คอลลาเจน ดีจริงหรือ

คำโฆษณา สารสกัดคอลลาเจน บางยี่ห้อเช่น คุณภาพเกรด A มีอย.รับรอง ปลอดภัย ไม่มีอันตราย (ซึ่ง อย. ที่ได้รับรองว่า ใช้แล้วไม่เป็นอันตรายเท่านั้น แต่ไม่ได้รับรองว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกาย) สามารถลบริ้วรอยเหี่ยวย่น ปรับผิวพรรณให้กระชับ เต่งตึง ให้ชุ่มชื้นดูมีน้ำมีนวล ชนิดเม็ดปริมาณเข้มข้น สะดวก ทานง่าย เห็นผลทั่วทั้งตัว แตกต่างจากคอลลาเจนชนิดครีมที่มีผลเฉพาะบริเวณที่ทา ฯลฯ

ผู้บริโภคต้องฉลาดในการเลือกซื้อ ถามว่า คอลลาเจน ดูดซึมทางผิวหนังได้ไหม ตอบว่า ไม่มีทาง ทางเดียวที่ร่างกายจะได้รับคอลลาเจนนั้นคือ การรับประทานเข้าไป โดยกระเพาะและลำไส้เล็ก เป็นตัวย่อยและสกัดคอลลาเจนที่เป็นโปรตีนให้เป็นกรดอมิโน แล้วดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางลำไส้เล็ก เท่านั้น

ย้ำว่า เป็นการเปลี่ยนคอลลาเจนที่เป็นโปรตีนให้เป็นกรดอมิโนเพื่อดูดซึมไปใช้ต่อไป เห็นไหมว่า สุดท้ายก็จะกลายเป็นกรดอมิโน ที่ร่างกายต้องนำไปใช้แล้วเหตุใดเราต้องจ่ายแพงๆ กับสินค้าหลายๆ อย่างเพื่อที่สุดท้ายก็จะได้แค่กรดอมิโนธรรมดาๆ ที่ได้จากโปรตีน จากอาหารที่เรากินเข้าไป

เหมือนกับว่า จ่ายค่าเนื้อปลาแซลมอน 1 กิโลกรัม แทนที่จะได้ปลาแซลมอน กลับได้มาแค่โปรตีนในหมูแค่ 1 กรัมเท่านั้น

share on: