อาหารเช้า สำคัญต่อสุขภาพที่สุด

อาหารเช้าสำคัญที่สุด

ในสังคมปัจจุบันนี้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ที่คนส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า เนื่อง จากต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเรียนหรือไปทำงาน คนไทยเราจะให้ความสำคัญกับอาหารเย็น เน้นว่าเป็นมื้อที่ต้องรับประทานอาหารหนักๆ มากกว่ามื้อกลางวัน ส่วนมื้อเช้านั้นบางคนข้ามไปเลย บางคนก็ดื่มกาแฟเพียง 1 ถ้วยเท่านั้น สังเกตให้ดีจะพบว่าคุณจะรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าถ้ามื้อเช้าคุณไม่ได้ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ คืออาหารโปรตีนสูงและไขมันอย่างพอเพียง อาหารเช้าที่หนักเกินไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ร่างกายต้องการเพียงสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณไม่มากนัก เพื่อที่คุณจะได้มีกำลังวังชา สมองปลอดโปร่ง กระปรี้กระเปร่า พลังงานจะอยู่ในร่างกายคุณเป็นเวลานานและทำให้คุณไม่หิวบ่อยถ้าได้รับประทานอาหารเช้าที่ดี อาหารเย็นไม่ควรเป็นมื้อหนักสำหรับคุณ เพราะคุณอาจยังไม่รู้สึกหิวในมื้อเช้า เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

แก้อาการแสบกระเพาะอย่างไร

โรคกระเพาะอาหารนั้นมีอาการปวดท้องและแสบกระเพาะซึ่งเป็นเรื่องแสนทุกข์ทรมานอย่าง ยิ่งสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถบำบัดเยียวยาอาการปวดแสบนั้นให้หายไปได้ก็คือ รับประทานอาหารแต่ละมื้อแต่ละวันเพียงเล็กน้อยพออิ่ม อย่ารับประทานมากๆ เพียงเพื่อความอร่อยเท่านั้น โดยเฉพาะอาหารเปรี้ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ควรงดเด็ดขาด การรับประทานกล้วยกับน้ำผึ้งหรือรับประทานเนยถั่วก็เป็นเมนูพิเศษที่ดีสำหรับป้องกันอาการปวดแสบหรือแสบเกี่ยวกับแผลในกระเพาะ แต่ไม่จำเป็นต้องรับประทานมากๆ เพียงครั้งคราวก็พอแล้ว หัวใจสำคัญอยู่ที่การรับประทานอาหารน้อยๆ เท่านั้นเอง และมีอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแสบกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือการสูบบุหรี่ ซึ่งคุณควรเลิกทันทีตั้งแต่เริ่มเป็นโรคกระเพาะ

อาหารเช้าสำคัญที่สุด

คุณแม่คนใหม่ไม่ควรแตะต้องบุหรี่และแอลกอฮอล

เมื่อคุณผู้หญิงตั้งครรภ์แล้ว การเตรียมตัวเป็นคุณแม่คนใหม่ที่ควรกระทำเป็นอันดับแรกก็คือ เลิกสูบบุหรี่ และเลิกดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด คุณรู้ไหมว่าลูกน้องที่เกิดมาจากคุณแม่ผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่าปกติ นอก จากนั้นยังมีผลกระทบถึงพฤติกรรมในเวลาต่อมา เช่น จะเป็นเด็กที่ตื่นตกใจง่าย เวลาร้องไห้ก็จะมีเสียงสั่นและแหลม การขยับแขนขาค่อนข้างรุนแรงกว่าในระดับปกติ

กินวิตามินซี ห่างไกลอาการเลือดออกตามไรฟัน

ถ้าช่วงใดที่คุณพบว่ามีเลือดออกตามไรฟันในขณะแปรงฟัน ตอนเช้าหรือก่อนนอน หรือบาง ครั้งก็มีเลือดออกมาตามไรฟันทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อยู่ในช่วงแปรงฟัน คุณจะต้องตระหนักทันทีว่าร่างกายขาดวิตามินซีแล้วในช่วงนั้น การเติมวิตามินซีให้ร่างกายอย่างพอเพียงนั้นก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่าคนเราต้องการวิตามินซีมากน้อยเท่าใดในแต่ละวัน สำหรับวัยผู้ใหญ่ควรได้วิตามินซีวันละ 40 มิลลิกรัม เด็กๆ ต้องการวิตามินซีประมาณ 30 มิลลิกรัม คนเราจะต้องกินอาหารที่มีวิตามินซีให้พอเพียงทุกๆ วัน เพราะวิตามินซีจะไม่ได้ถูกร่างกายเก็บสะสมไว้ แต่จะขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ ถ้าคนเรากินวิตามินซีมากเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ ดังนั้นคุณต้องกินวิตามินซีทุกๆ วัน ไม่ใช่กินวันนี้มากๆ เผื่อวันอื่นๆด้วย เพราะไม่ว่าจะกินมากอย่างไรร่างกายก็ดูดซึมไปไม่หมดแน่ แต่การกินวิตามินซีมากๆ นั้นไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ยิ่งจะมีประโยชน์ด้วยสำหรับการขับถ่าย โดยเฉพาะถ้าคุณกินวิตามินซีจากแหล่งอาหารอย่างผักและผลไม้ ถ้าคุณรับประทานมะม่วงดิบ 100 กรัม ก็จะได้วิตามินซีประมาณ 60 มิลลิกรัมอย่างสบายๆ

กระเทียมดูแลหัวใจ

กระเทียมเป็นของคู่ครัวที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในกระเทียมนั้นมีสาร อาหารสำคัญมากมายมหาศาลที่ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณทางยาอย่างน่าอัศจรรย์ กระเทียมช่วยป้องกันอาการหัวใจล้มเหลว ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ บำรุงประสาท กระตุ้นให้จิตใจสดใส ไม่หดหู่ ซึมเศร้า ไม่เป็นโรคเหน็บชา กล้ามเนื้อแข็งแรง มีกำลังวังชา กระตุ้นให้ร่างกายเกิดความอยากอาหาร เยียวยาอาการไอ รักษาโรคพยาธิ ขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคลำไส้ บำรุงเลือด ป้องกันโรคตับ โรคเส้นโลหิตตีบตัน บำบัดอาการโรครูมาติซึม โรคข้ออักเสบ ต้านทานโรคภูมิแพ้ ช่วยลดคอเลสเตอรอล นอกจากนั้นกระเทียมยังรักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนังได้อีกด้วย ถ้าคุณรับประทานกระเทียมสม่ำเสมอโรคภัยอันตรายต่างๆ จะไม่มากล้ำกรายร่างกายทำลายสุขภาพของคุณได้แน่นอน กระเทียมช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย คนที่มีไขมันอุดตันในเส้นเลือดมากอาจเกิดการหัวใจวายได้ การรับประทานกระเทียมเป็นประจำเท่ากับว่าคุณได้ดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรงไว้ก่อนที่จะมีอาการใดๆ เกิดขึ้น

เมื่อไร้เรี่ยวแรง หน้ามือ วิงเวียน แก้ไขรวดเร็วได้อย่างไร

เมื่อคุณทำงานหนักอย่างต่อเนื่องหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมคุณจะรู้สึกตัวสั่น หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม หรือรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แสดงว่าขณะนั้นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำลง คุณสามารถฟิตสภาวะของร่างกายให้สดชื่นขึ้นมาได้อย่างทันทีทันใดด้วยการรับประทานน้ำส้มคั้นสดๆ สัก แก้ว ซึ่งเป็นทางออกที่ถูกต้องและมีประโยชน์มากกว่าดื่มน้ำผสมกลูโคสหรือเครื่องดื่มที่ผสมสารรสหวานใดๆ อาหารประเภทบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ข้าว ขนมปัง ถั่วต่างๆ ผักสดและผลไม้สดๆ ทุกชนิด จะนำพลังและความสดชื่นมาสู่ร่างกาย นำน้ำตาลสู่สมองของคุณอย่างถูกต้องและปลอดภัย ได้ผลเร็วกว่าการดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลที่เรามักเข้าใจผิดกันมาโดยตลอด

น้ำมันตับปลา อาหารเสริมที่น่าสนใจ

เรามักเข้าใจว่าน้ำมันตับปลาเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับเด็กๆ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วแม้ แต่คนในวัยหนุ่มสาวและผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุก็สมควรสนใจอาหารเสริมตัวนี้อย่างจริงจังเช่นกัน น้ำมันตับปลาช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง กระตุ้นให้การเผาผลาญในร่างกายเป็นไปอย่างดีเยี่ยม เด็กๆ หรือ ผู้ใหญ่ที่เริ่มที่จะผอมแห้งแรงน้อย เจ็บป่วยง่าย ร่างกายขาดสารอาหาร ก็ควรรับประทานน้ำมันตับปลา ซึ่งปัจจุบันก็มีรสต่างๆ เพื่อให้รับประทานได้ง่าย และมีชนิดแคปซูลอีกด้วย

หอมหัวใหญ่ไม่ใช่ตัวประกอบ

ในอาหารจานต่างๆ ที่มีหอมหัวใหญ่ประกอบอยู่ด้วยนั้นส่วนใหญ่ดูเหมือนว่ามันเป็นเพียงตัว ประกอบที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารจากนั้น มิได้เป็นตัวเด่นตัวเอกแต่อย่างใด แต่แท้จริงแล้วหอมหัวใหญ่เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ มากมายเช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เอ บี1 และบี2 โดยเฉพาะ “กำมะถัน” คือแร่ธาติสำคัญที่จะบันดาลผิวพรรณอันเปล่งปลั่งสดใสให้กับคุณได้อย่างวิเศษ ซึ่ง มีกำมะถันในหอมหัวใหญ่มากมายทีเดียว ถ้าคุณรับประทานหอมหัวใหญ่สม่ำเสมอผิวพรรณของคุณจะดูผุดผ่อง มีสีเลือดฝาด บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีของผิวความเนียนละมุนละไมจะเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หอมหัวใหญ่ทำให้คุณขับถ่ายสะดวกสบายและยังทำให้นอนหลับได้ง่ายแบบสบายๆ อีกด้วย คนที่เป็นหวัดง่ายหรือแพ้อากาศก็ควรรับประทานหอมหัวใหญ่เสมอๆ ซุปมันฝรั่งใส่หอมหัวใหญ่ ไข่เจียวหอมหัวใหญ่ ยำต่างๆ สลัดต่างๆ เหล่านี้คือเมนูหอมหัวใหญ่ที่คุณควรใส่ใจ

มะเขือเทศอาหารวิเศษเพื่อสุขภาพ

มะเขือเทศฝานบางๆ สีแดงอมส้มสดใสน่ากินมักกลายเป็นเครื่องประดับอาหารจานอร่อย หลากหลายรายการ เป็นต้นว่าข้าวผัด ยำต่างๆ ของทอดของว่างต่างๆ โดยที่บางท่านไม่แตะต้องมันเลยสักชิ้น แต่คุณรู้บ้างไหมว่าถ้าคุณรับประทานมะเขือเทศเพียงวันละ 1-2 ลูกเท่านั้น จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายของ คุณมากมายมหาศาลเพียงใด ต้านโรคความดันโลหิตสูง บำรุงดวงตา บำรุงสายตา บำบัดอาการปัสสาวะขัด บำรุงเหงือกและฟัน ป้อง กันหลอดเลือดแข็งตัว เยียวยาโรคเลือดออกตามไรฟัน ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ คุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย แก้ท้องผูก บำรุงผิวพรรณ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้…ถ้าคุณรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ลูกทุกวัน สุขภาพของคุณก็จะสดชื่นแข็งแรง และได้ประโยชน์จากสรรพคุณอันแสนวิเศษของมะเขือเทศทั้งหมดนั้นอย่างแน่นอน

อายุมากไม่ควรกินยามาก

เมื่อคนเรามีอายุสูงขึ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะมาเยือนอยู่บ่อยๆ คนที่มีอายุมากขึ้นจึงหลีก เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องรับประทานยานานาชนิดอยู่เป็นประจำ แต่มีความจริงข้อหนึ่งที่เรายังไม่ตระหนักกันว่ายาบางชนิดที่คนสูงอายุต้องรับประทานเข้าไปบ่อยๆ หรือทุก วี่ทุกวันนั้นกลับไปทำให้คนสูงอายุตกอยู่ในสภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหาร ยาบางชนิดจะขับวิตามินและแร่ธาตุสำคัญออกไปจากร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค ไนอาซิน และปริมาณสังกะสี แมกนีเซียม โพรแทสเซียม ก็จะลดลงไปไม่น้อยอีกด้วย มียาอีกหลายชนิดที่แม้จะมีสรรพคุณเยียวยารักษาโรคหรืออาการบางอย่างได้ดีแต่ก็มีสารที่ไปทำลายสมองของผู้ป่วย โดยเฉพาะยาของคนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตโรคพิษสุรา โรคเกี่ยวกับจิตประสาท มักมีสารที่กระทบกระเทือน ทำให้สมองไม่คึกคักสดชื่นและระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าลดการรับประทานยาประเภทระงับอาการต่างๆ ลงไปได้บ้างก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนอายุมากอย่างแน่นอน

กินแมงกานีสวันละหน่อย ไม่ปวดหลัง ไม่ขี้ลืม ไม่เซื่องซึม

ถ้าร่างกายขาดแมงกานีสคุณจะรู้สึกว่าความจำไม่ค่อยดี ขี้หลงขี้ลืม หรืออาจมีอาการปวดหลัง ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม การย่อยอาหารก็ทำงานอย่างขาดประสิทธิภาพ แต่ถ้าร่างกายได้แมงกานีสอย่างพอเพียงกล้ามเนื้อของคุณจะมีการยืดตัวหดตัวดีเยี่ยม ไม่ปวดหลัง ความ เซื่องซึมอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็จะหมดสิ้นไป ความจำดี ไม่มีอาการขี้ลืมง่ายๆ ลดอาการระคายเคืองทางประสาท นอกจากนั้นคนที่ป่วยเป็นโรคลมบ้าหมูก็สามารถมีอาการดีขึ้นได้ถ้ารับประทานแมงกานีสอย่างพอเพียง แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแมงกานีส คือ ถั่วต่างๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วทอด นม เนย ไข่ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้

ลองรับประทานรำข้าว เพื่อบำรุงร่างกายบ้าง

รำข้าวเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์มาก โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ที่มี อยู่ในรำข้าว มีดังนี้ วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 บี6 กรดโฟลิก ไบโอติน วิตามินอี โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง สังกะสี กำมะถัน และคลอไรด์ คุณอาจลองรับประทานรำข้าวด้วยการผสมกับนมสด 1 แก้ว ดื่มทุกวันหรือหุงปนกับข้าวต้ม ข้าวสวย นำไปปรุงร่วมกับอาหารบางอย่างก็ได้ เช่น ไข่เจียวหรือผัดต่างๆ รำข้าวจะช่วยทำให้คุณหมดปัญหาในการขับถ่าย ช่วยป้องกันโรคนิ่ว โรคเกี่ยวกับลำไส้

เห็ดหอมอัศจรรย์

คุณประโยชน์มหาศาลที่เห็ดหอมจะบันดาลให้แก่สุขภาพของคนเราก็คือ บำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่นคึกคัก ลดคอเลสเตอรอล ช่วยในระบบย่อยอาหาร ป้องกันหลอดเลือดแดง แข็งตัว ต้านมะเร็ง รักษาหอบหืด ลดความเครียด ต้านไวรัส บำรุงระบบประสาท ช่วยให้หลับง่าย บำรุงปอด บำรุงหลอดลม ชะลอความชรา ฯลฯ คุณควรบำรุงสุขภาพด้วยการนำเห็ดหอมมาปรุงอาหารทุกๆ สัปดาห์เป็นประจำ โดยนำมาปรุงเป็นอาหารจานผัดๆ ต้มๆ แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป

ผมหงอกก่อนวัยกินอาหารช่วยได้

เมื่อคุณมีเส้นผมบางส่วนที่หงอกขาวทั้งๆ ที่อายุยังไม่มากนัก คุณแก้ไขด้วยการย้อมสีผมซึ่งจะ ช่วยได้ดีพอควร แต่ก็ต้องย้อมกันเป็นประจำตลอดไปแน่นอน อาหารบางอย่างมีคุณสมบัติช่วยบำรุงเส้นผม เล็บมือ และผิวของคนเราอย่างได้ผล เส้นผมหงอกนั้นเป็นเพราะขาดทองแดง กรดโฟลิก กรดแพนโทเทนิก และพาบา คุณสามารถแก้ไขเส้นผมที่หงอกขาวให้กลับมาดำสนิทดังเดิมได้ด้วยการรับประทานโยเกิร์ต ตับ และยีสต์ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องรับประทานปริมาณมากๆ ทุกมื้อและทุกๆ วันอย่างสม่ำเสมอ

คนสายตาสั้น ควรสนใจวิตามินใดบ้าง

อย่าคิดว่าเมื่อสายตาสั้นแล้วก็จะต้องสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เสมอไป เนื่องจากว่าเซลล์ประสาทตานั้นจะไม่เสื่อมลงไปถ้าได้รับการบำรุงที่ดี โดยมากเราจะเคยได้รู้เพียงว่าคนที่รับ ประทานวิตามินเอเป็นประจำสม่ำเสมอจะมีดวงตาสวย สายตาดี เพราะวิตามินเอเกี่ยวข้องกับสายตาโดยตรงอยู่แล้ว แต่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ค้นคว้าพบว่าวิตามินบี1 และวิตามินอีมีคุณสมบัติช่วยบำรุงเรื่องตาของคนเราได้เป็นอย่างดี การขาดวิตามินอีทำให้จอรับภาพของตาเสื่อม การขาดวิตามินบี1 ประสาทที่ทำหน้าที่นำภาพไปสู่สมองก็จะเกิดผิดปกติ มีผลทำให้ประสาทเสื่อม อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอี และ บี1 ที่ดี ได้แก่ ตับ นม ถั่วลิสง ถั่วต่างๆ ไข่แดง ข้าวซ้อมมือ เต้าหู้ เนื้อหมู งา กระเทียม และสาหร่าย

เลซิติน บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท

แหล่งอาหารที่มีเลซิติน ได้แก่ ตับ เนื้อวัว ไข่ เนยแข็ง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลีเป็นต้น เลซิตินจะให้ประโยชน์แก่ร่างกายในการบำรุงสมองอย่างดีเยี่ยมที่สุด นอกจากนั้นยังช่วยละลายไขมันในหลอดเลือด ช่วยบำรุงประสาท เพราะเลซิตินเป็นส่วนประกอบของแผ่น เนื้อเยื่อบางๆ ที่หุ้มรอบเส้นใยประสาทและยังเป็นตัวที่จำเป็นต้องการสร้างสารเคมีบางอย่างในระบบประสาท ผิวพรรณของคุณจะสดใส มีน้ำมีนวล ปราศจากรอยด่างดำ ริ้วรอยจุดกระต่างๆ รอยดำคล้ำรอบขอบตาจะหมดไป เลือดลมดี ไม่เหนื่อยง่าย อารมณ์แจ่มใส ก็ด้วยเลซิตินซึ่งมีอยู่มากเป็นพิเศษในถั่วเหลือง

share on: