แมงลัก กินดีอยู่ดีมีประโยชน์

Chia Seeds ดีต่อสุขภาพ

แมงลัก ใครไม่รู้จักบ้าง รู้ไหมว่ามีประโยชน์มากมายนานาประการเลยทีเดียว เป็นต้นว่าเริ่มตั้งแต่ใบ ลำต้น เมล็ด ราก ฯลฯ เรียกได้ว่าทุกส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

แมงลัก เป็นพืชล้มลุกที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย คล้ายกระเพราและโหระพา ใบมีสีเขียวอ่อนหยักเล็กน้อยมีขนอ่อนที่ใบและก้าน ทั้งต้นของแมงลักจะมีกลิ่นหอม ดอกเป็นช่อยาวชูขึ้น มีสีขาว เมล็ดสีดำ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำ เจริญเติบโตดีหากได้น้ำหรือปลูกในฤดูฝน ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว หรือไม่ก็ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ใบแมงลักกินได้ทั้งสดๆ หรือนำมาประกอบอาหาร

การนำใบแมงลักมาประกอบอาหารจะนิยมกินที่ยอดอ่อนของมันหรือใบที่ยังไม่แก่ บางคนไม่ชอบกินแมงลักเพราะมีรสเผ็ดนิด ๆ และมีกลิ่น บางคนก็ชอบทานสด ๆ เช่นทานเป็นผักคู่กับขนมจีน นำมาทำแกงเลียงรสชาติหอม หรือนำมาทำแกงกะทิใบแมงลักจะได้รสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ เมล็ด ใช้ผสมกับน้ำหวานหรือน้ำเชื่อม กินแล้วช่วยดับร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ บำรุงหัวใจให้ชื่นฉ่ำ

สรรพคุณทางยาของแมงลัก

เมล็ดแมงลักเป็นยาระบาย ช่วยให้ถ่ายสะดวก ส่วนที่ใช้เป็นยา คือ เม็ดแมงลักแก่ ใบแมงลักช่วยขับเหงื่อ ขับลม โดยรับประทานใบสดหรือกับขนมจีน แก้ไอ แก้โรคทางเดินอาหาร หรือโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ โดยรับประทานน้ำต้มใบแมงลัก และบรรเทาอาการปวดฟัน โดยอมหรือบ้วนปากด้วยน้ำต้มใบแมงลักเช่นกัน

แมงลักจัดเป็นสมุนไพรไทย

  • รากแก้พิษตายซาง และช่วยเจริญอาหาร ขับลม แก้ท้องขั้นอืดเฟ้อในเด็ก สมานแผล
  • ต้นแก้พิษตาน ซาง แก้จุกเสียด ขับลมในลำไส้ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อในเด็ก
  • ใบแก้ไอ แก้หวัด แก้หลอดลมอักเสบ แก้โรคผิวหนัง ขับเสมหะ แก้กลากเกลื้อน แก้ลมวิงเวียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ แก้พิษตานซาง แก้โรคลำไส้พิการ แก้ปวดศีรษะ แก้ปวดท้อง ช่วยย่อย แก้สะอึก หยอดหูแก้ปวด แก้หูตึง ทำให้ประจำเดือนเป็นปกติ ขับเหงื่อ แก้อาเจียน
  • ดอก แก้ลมตานซาง เมล็ด แก้พิษตานซาง ขับลม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อในเด็ก ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย สมานแผลล้างแผลทุกชนิด แก้ลงราก แก้ท้องเสีย แก้ร้อนใน แก้โรคบิด
  • เปลือก แก้ลม สมานแผลล้างแผลทุกชนิด ส่วนทั้งห้า แก้พิษตานซาง แก้ลม ขับผายลม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อในเด็ก ขับเหงื่อ แก้ไอ โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร บรรเทาอาการปวดฟัน
  • น้ำมัน แก้ปวดท้อง ขับผายลม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อในเด็ก แก้ไอ

สรรพคุณและข้อแนะนำในการใช้ตามระบุในงานสาธารณสุขมูลฐาน รักษาอาการท้องผูก วิธีการใช้ ใช้เมล็ดแก่ 1-2 ช้อนชา ล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำอุ่น 1 แก้ว (250 มิลลิเมตร)

แมงลัก

องค์ประกอบทางเคมีในแมงลัก

นอกเหนือจากน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีอนุพันธ์โมโนเทอร์ปีน เช่น caryophyllene,1, 8-cineol, Geraniol, limonene, linalool เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว ในแมงลักยังมีรายงานองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นอนุพันธุ์สารกลุ่มอื่นๆโดย เฉพาะอนุพันธุ์ฟลาโวนอยด์1-4 เช่น scutellarein, luteolin, cirsiliol, apigenin, dimethoxyapigenin, pilosin, cirsimaritin, cirsilineol, ladanein, 5- desmethylsinensetin, xanthomicrol, salvigemin, 8-hydroxysalvigenin, nevadennin, acacetin, pectolinarigennin, genkwanin, 5-desmethylnobiletin, gardenin, B, hispiulin, pisolin และ อนุพันธุ์โพรพานอยด์5 เช่น cirsilineol, cirsimaritin,isothymusin, isothymonin, rosmarinic acid, eugenol

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา-ฤทธิ์ทางชีวภาพ

ฤทธิ์การรักษาอาการท้องผูก จากผลการศึกษาฤทธิ์ต่อการรักษาอาการ ท้องผูกในสัตว์ทดลอง พบว่าหนูขาวและหนูถีบจักรที่ได้รับเมล็ดแมงลักที่ละลายน้ำจนพองตัวมีการ เคลื่อนไหวของลำไส้เทียบเท่ากับการให้กินยาถ่าย Metamucil

สำหรับการทดลองทางคลินิก ผลของการรับประทานเมล็ดแมงลักเพื่อเป็นยาระบาย มีผลเทียบเท่ากับการใช้เมล็ดเทียนเกล็ดหอย โดยมีผลเพิ่มจำนวนครั้งในการถ่าย เพิ่มปริมาณอุจจาระ และทำให้อุจจาระอ่อนตัวกว่าปกติ นอกจากนั้น จากการศึกษาการใช้เมล็ดแมงลักเพื่อเป็นยาระบายในคนไข้หลังผ่าตัดพบว่า ได้ผลดีและสามารถใช้เมล็ดแมงลักเพื่อลดอาการท้องผูกในคนไข้หลังผ่าตัดได้ และจากการศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ไม่พบการแสดงอาการพิษใดๆ รวมถึงไม่พบการเปลี่ยนแปลงของตับ ลำไส้เล็ก และสำไส้ใหญ่ในสัตว์ทดลอง

น้ำแมงลัก

น้ำแมงลัก

วัตถุดิบที่ใช้ เม็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง น้ำแข็งทุบละเอียด 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ จัดการเลือกเศษผงออก แล้วต้มน้ำใส่หม้อต้มจนเดือด พอเดือดก็เทใส่ในภาชนะที่เม็ดแมงลักอยู่คนให้เข้ากัน เม็ดแมงลักจะพองตัวออก มีลักษณะเป็นพอกขาวใสตรงกลางเม็ดแมงลักจะมีสีดำๆ เม็ดแมงลักจะพองตัวออกมามาก ปล่อยไว้ให้เย็นลง ผสมน้ำตาลทราบแดงเข้าไปคนให้กันดีกับน้ำ

ดื่มก่อนเข้านอนจะช่วยให้เกิดการระบายท้องไส้ได้ดีอย่างวิเศษนักแล

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรสำหรับงานสาธารณะสุขมูลฐาน ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤษศาสตร์ และศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ภาพประกอบ Yui and artisansweet(at)hotmail.com

share on: