โพแทสเซียมกับโรคไต

ปวดหลัง สร้างปัญหาหนักอก

คนเป็นโรคไต ต้องควบคุมและจำกัดพฤติกรรมการกินไม่แพ้คนเป็นโรคเบาหวาน

แต่คนเป็นไตนั้นจะเน้นหนักไปในด้านการรับ วิตามิน K หรือ โพแทสเซียม มากกว่าอย่างอื่น เพราะโพแทสเซียมมีหน้าที่ในการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อลาย ซึ่งทั้งสองสิ่งนั้นทำให้เซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แต่หากในร่างกายมีโพแทสเซียมมากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อ ระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือดเกิดความผิดปกติ

คนเป็นโรคไตจึงไม่ควรเลือกกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงในปริมาณมาก เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชจากรำข้าว นมโค กล้วย แคนตาลูป กีวี่ ท้อ พรุน ส้ม ลูกเกด มะเขือเทศ มันฝรั่ง ฟักทอง ถั่วแห้ง มันเทศ พริกขี้หนู ดู โพแทสเซียมกับโรคไต

อาหารกลุ่มไหนอันตรายต่อไต

เนื่องจากไตทำหน้าที่ในการขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อไตเสื่อม ย่อมส่งผลให้ระบบขับถ่ายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติในการถ่ายปัสสาวะ และมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ ดังนั้นเหตุที่ผู้ป่วยโรคไตมีอาการแทรกซ้อนของโรคเพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไป จึงส่งผลให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ส่วนอาหารที่ทำให้ไตผิดปกติ นายแพทย์อุปถัมภ์ แจกแจงให้ฟังเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

โพแทสเซียม

เป็นสารอาหารที่ช่วยในการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ปกติคนเราสามารถรับโพแทสเซียมได้วันละ 18 กรัม โดยไม่มีอันตราย เนื่องจากโพแทสเซียมส่วนเกินจะถูกขับออกทางไต ในคนที่มีไตปกติ สามารถปรับการขับโพแทสเซียมได้มากน้อยตามปริมาณที่ได้รับจากอาหาร แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไตจะไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้อย่างที่ควรจะเป็น

โพแทสเซียมกับโรคไต

หากไตขับโพแทสเซียมน้อยเกินไป จะทำให้มีโพแทสเซียมคั่งในเลือด ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้อล้า หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไตจึงจำเป็นต้องควบคุมระดับโพแทสเซียมในร่างกายให้อยู่ในระดับที่สมดุล เพื่อป้องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยงดผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น หัวปลี มันเทศ เห็ดฟางมะเขือพวง ผักชี หน่อไม้ฝรั่ง ฟักทอง หอมแดง ดอกกะหล่ำ ทุเรียน กล้วย มะละกอสุก กระท้อน ผลไม้แห้งเช่น ลูกเกด ลูกพรุน เป็นต้น และรับประทานผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมน้อย เช่น เห็ดหูหนู บวบ ถั่วพลู แตงกวา บวบ ฟักเขียว ถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ แตงโม สับปะรด ชมพู่

นอกจากโปรตีนแล้วคนเป็นโรคไตเรื้อรังต้องระวังไม่กินอาหารที่มีโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสสูง คนเป็นโรคไตเรื้อรังในระยะแรกที่ยังไม่มีปัญหาว่ามีโพแทสเซียม และ/หรือฟอสฟอรัสในเลือดสูงอาจไม่จำเป็นต้องควบคุมก็ได้ เพราะไตยังสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ดีพอสมควร

อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ที่ควรระวัง ได้แก่

  • ถั่วเมล็ดแห้ง โดยเฉพาะถั่วดำและถั่วปากอ้า
  • ผักที่มีสีเขียวเข้ม สีเหลืองเข้ม เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ ใบคะน้า ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ แครอต (ผักที่มีโพแทสเซียมไม่สูงมากและกินได้ เช่น แตงกวา น้ำเต้า บวบ ฟักเขียว มะเขือยาว ถั่วฝักยาว ผักกาด)
  • ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น ส้ม กล้วย ทุเรียน มะม่วงสุก ขนุน มะขามหวาน และผลไม้แห้งทุกชนิด เช่น ลูกเกด ลูกพรุน

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ที่ควรระวัง ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง นมสด เนยแข็ง เมล็ดพืช ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง เม็ดมะม่วงหิมพานต์

อาหารที่มีโซเดียมสูง ที่ควรระวัง ได้แก่ อาหารที่มีรสเค็ม จากการใช้เครื่องปรุงรสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม น้ำบูดู ซุปก้อน ผงปรุงรสต่างๆ

คนที่มีปัญหาเรื่องไต ต้องระวังไม่ใส่เครื่องปรุงรสต่างๆ มากในขณะประกอบอาหาร โดยทั่วไปเติมเกลือได้ครึ่งช้อนชาต่อวัน หรือ เติมน้ำปลา ซีอิ๊วรวมกันได้ไม่เกิน 3 ช้อนชาต่อวัน และต้องไม่เติมเครื่องปรุงรสเหล่านี้เพิ่มในระหว่างการกินอาหาร รวมทั้งต้องหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารตากแห้ง อาหารว่างที่ออกรสเค็ม อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม หมูยอ หมูหยอง อาหารสำเร็จรูป จำพวกโจ๊ก บะหมี่ วุ้นเส้น และขนมขบเคี้ยวต่างๆ ทุกชนิด

share on: