ไข้เลือดออก ภัยจากยุงลาย

ไข้เลือดออก โรคร้ายจากยุงลาย

หน้าฝนนี้ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่หลีกหนียุงไม่พ้น แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าฝนก็ยังจะมียุงชุม ยุงแต่ละชนิดก็นำไข้ นำเชื้อโรคมาต่างกัน แต่มีมากสุดเห็นจะเป็นยุงลาย เพราะเกิดบ่อย ฆ่าให้ตายง่ายแต่กำจัดให้หมดนั้นยาก ถึงแม้ยุงหลายสายพันธุ์ไม่ได้เป็นพาหะนำโรค แต่หากถูกกัดก็ก่อความรำคาญได้ง่ายๆ ยิ่งในคนที่แพ้ยุง ยิ่งเป็นหนัก ไข้เลือดออก โรคร้ายที่มาจากยุง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนไทย ป่วยไข้ได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กๆ

เมื่อสมัยแรกๆ มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราวในไม่กี่ประเทศ แต่ปัจจุบันไข้เลือดออกมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออกเป็นโรคประจำท้องถิ่นของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความรุนแรงมากในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ประชากรประมาณ 2,500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่าครึ่งล้านคนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1 ในประเทศไทยเองก็มีการระบาดของโรคนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่แถบต่างจังหวัด และที่ฝนตกชุก

สาเหตุของไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก โรคร้ายจากยุงลายโรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง

ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออก เดงกี (Dengue) จะต้องมีหลักฐานการรั่วของพลาสมา (มีความเข้มข้นของเลือด[Hct]เพิ่มขึ้น 20% หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือในช่องท้อง) และมีเกร็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ

  • Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก
  • Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย
  • Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้

ไข้เลือดออก โรคร้ายจากยุงลาย

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการระวังไม่ให้ถูกยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งอาจเป็นภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง ยิ่งหน้าฝนด้วยแล้ว น้ำจะสามารถขังได้แม้กระทั่งกะลามะพร้าว หรือใบไม้แห้งที่เป็นลักษณะแอ่งหลุมหรือก้นกระทะ เรารู้อยู่แล้วว่าหากมีภาชนะเก็บน้ำควรมีฝาปิดมิดชิด นอกจากนี้การฉีดพ่นยาทุกๆ เดือนก็เป็นการป้องกันการเจริญเติบโตของลูกน้ำยุงลายได้อีกทางหนึ่ง

ปัจจุบันนี้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ดังนั้น การหาทางป้องกันตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ไปก่อนจะดีที่สุด แต่หากมีอาการไข้สูงก็ควรจะไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อตรวจดูอาการให้แน่ชัดและเพื่อวางแผนในการรักษาให้เหมาะสมต่อไป หากทิ้งระยะเวลาไว้อาจไม่ทันการณ์ได้

ปัจจุบันในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วประมาณ 10,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไปแล้วถึง 7 รายด้วยกัน เพราะฉะนั้น ควรป้องกันและรักษาร่างกายให้เป็นปกติอยู่เสมอจะดีที่สุด

share on: