ครีมหน้าขาว อันตรายต่อ ผิวขาว

วิธีเลือกซื้อ ครีมหน้าขาว ครีมผิวขาว ครีมหน้าใส อันตรายจากสารปรอท

คุณสมบัติของครีมหน้าขาว คือทำให้ผิวขาว แต่อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวขาว อยู่ดีๆ ผิวจะขาวขึ้นได้อย่างไร หากว่าไม่ได้ใช้สารเคมี ที่เป็นตัวทำลายผิวอย่างรุนแรง เพื่อขัดเอาเม็ดสีที่อยู่ในผิวหนังให้หลุดออกมา นั่นก็ถือว่าเป็นการทำลายผิวหน้างอย่างร้ายแรงที่สุด อันตรายของครีมหน้าขาวที่ตัวครีม มีส่วนผสมของ ไฮโดรควิโนน โดย อ. ดร. เอกรัตน์ จันทราทิตย์ ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลว่า

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาวนั้นได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย บริษัทเครื่องสำอางจึงได้ทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครีมที่ทำให้ผิวหน้าขาวใส ในปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางจำหน่ายอยู่มากมายในท้องตลาด ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ก็มีส่วนประกอบของสารสำคัญที่ทำให้ผิวขาวแตกต่างกันไป

ไฮโดรควิโนน เป็นสารเคมีซึ่งเป็นที่นิยมในการนำมาเตรียมครีมที่ทำให้หน้าขาวในอดีต เนื่องจากเห็นผลได้เร็วไฮโดรควิโนนออกฤทธิ์โดยการการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง หรือที่เรียกว่า เมลานิน จึงมีผลทำให้ผิวขาวขึ้นได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนในครีมผิวขาวนั้นควรใช้กับผู้ที่มีปัญหาฝ้า หรือรอยด่างดำจากสิวที่รุนแรงและจะต้องมีเปอร์เซ็นต์ของตัวยาที่แน่นอนระบุอยู่ นอกจากนี้ควรใช้ในระยะเวลาที่จำกัด ไม่ควรใช้นานเกินไป และไม่ควรหยุดใช้ยาทันทีเนื่องจากอาจจะทำให้ผิวคล้ำลงกว่าเดิมได้จากการที่ผิวหนังเร่งผลิตเซลล์เม็ดสีมาทดแทน นอกจากนี้ไฮโดรควิโนนเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด ซึ่งหากทายาที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนแล้วไม่ทาครีมกันแดด ฝ้าจะดำกว่าเดิมได้

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตรวจสอบครีมดังกล่าว พบสารไฮโดรควิโนนซึ่งเป็นอนุพันธ์ของปรอท ส่วนว่าจะทำให้ติดเชื้อหรือไม่นั้นยังสันนิษฐานได้ลำบาก เพราะแพทย์ที่รักษาระบุว่า การระบุสาเหตุที่ทำให้การติดเชื้อในกระแสโลหิตค่อนข้างลำบาก เพราะดูแล้วมีอาการหอบและไม่รู้สึกตัว ไม่มีข้อมูลของผู้ป่วยในขณะนี้ อีกทั้งไม่มีการผ่าศพพิสูจน์ดังกล่าว นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับสารไฮโดรควิโนน กรณีที่เคยเจอมี 1 ในหมื่นหรือหลายหมื่นราย เหมือนโรคสตีเว่นจอห์นสัน ซินโดรม โอกาสแพ้มีทุกตัวคำตอบคือแพ้ได้ แต่ไม่รุนแรง ผิวที่ลอกไม่ได้ลอกทั้งตัว

ครีมหน้าขาว เครื่องสำอางที่มีสารอันตราย

ในปัจจุบันนี้ไฮโดรควิโนนได้ถูกสั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายทั่วไป อย่างไรก็ตามในคลินิกที่จ่ายยารักษาฝ้าโดยแพทย์ ยังสามารถจ่ายให้ผู้ป่วยได้ตามความเหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เช่น การหาซื้อครีมทาฝ้ามาใช้เอง อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะผสมไฮโดรควิโนนในปริมาณสูงมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ 3-5%[สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้ผสมสารไฮโดรควิโนนในการรักษาฝ้าได้ไม่เกิน 2%]ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ได้ เริ่มจาก อาการระคายเคืองต่อผิว เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย ทำให้เกิดโรคผิวหนังขึ้น เกิดตุ่มนูนสีดำบริเวณโหนกแก้มและสันจมูก ซึ่งเป็นบริเวณที่ทายาบ่อยๆหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำได้ ซึ่งอาจเกิดจากการที่ผิวหนังมีการปรับตัวให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ครีมหน้าขาว เครื่องสำอางที่มีสารอันตราย ของ ครีมผิวขาว

ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่นางปัญญา บุญจันทร์ อายุ 45 ปี ชาว จ.ระยอง ไปซื้อครีมทรีเดย์มาใช้จนใบหน้าเสียโฉม ว่าเครื่องสำอางยี่ห้อดังกล่าวเป็นเครื่องสำอางที่มีการลักลอบผลิต โดยนำสารต้องห้ามที่เป็นอันตรายมาใช้ อย.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ผลิตตามที่แจ้ง ในฉลากแล้วพบว่าเป็นสถานที่ตัดเย็บเสื้อผ้า เมื่อตรวจสอบกลับไปยังบริษัทผู้ผลิตคือ บริษัททรีเดย์ เนเชอรัล จำกัด จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าบริษัทได้ย้ายไปอยู่ย่านถนนบางนา-ตราด แต่เมื่อไปตรวจสอบกลับกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และให้ข้อมูลว่าผู้ผลิตได้เลิกกิจการแล้ว

ในส่วนของผู้บริโภคเองก็ควรต้องมีความใส่ใจในการเลือกซื้อเครื่องสำอางด้วย อย. ได้ระบุรายชื่อเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายไว้ในเว็ปไซท์ http://www.fda.moph.go.th/ ซึ่งผู้บริโภคสามารถสืบค้นข้อมูลเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง

อย. ได้ให้ข้อสังเกตว่าเครื่องสำอางที่พบสารอันตรายมักให้รายละเอียดบนฉลากไม่ครบถ้วน เช่น ไม่ระบุแหล่งผลิตครั้งที่ผลิต และวันเดือนปีที่ผลิต ในการเลือกซื้อผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังและควรสังเกตฉลากเป็นลำดับแรก ฉลากที่ถูกต้องจะต้องเป็นภาษาไทยมีข้อความบังคับครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ชื่อที่ตั้งแหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต และปริมาณสุทธิการซื้อควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่ควรซื้อเพราะคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

share on: