ความเครียด ทำให้เกิด โรค

โภชนาการกับโรคหลอดเลือดสมอง

ความเครียด สามารถเกิดได้ทุกแห่ง ทุกเวลา อาจจะเกิดจากสาเหตุภายนอก อย่างเช่น การเปลี่ยนงาน ความเจ็บป่วย การหย่าร้าง ภาวะว่างงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว อื่นๆ หรืออาจจะเกิดจากภายในผู้ป่วยเอง เช่นความต้องการเรียนดี ความต้องการเป็นหนึ่งหรือความเจ็บป่วย คนเราทุกคนสามารถเครียดได้ทุกเรื่องกับสิ่งรอบตัว แต่หากเครียดแล้ว ความสวยความงาม จะหายไปจากใบหน้าในที่สุด

ความเครียด เป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น ความตื่นเต้นความท้าทายและความสนุก สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้งผลดีและผลเสีย

โรคเครียด และการแก้ปัญหา

ชนิดของความเครียด

  1. Acute stress คือความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีและร่างกายก็ตอบสนองต่อความเครียดนั้นทันทีเหมือนกันโดยมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เมื่อความเครียดหายไปร่างกายก็จะกลับสู่ปกติเหมือนเดิมฮอร์โมนก็จะกลับสู่ปกติ
  2. Chronic stress หรือความเครียดเรื้อรังเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวันและร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดนั้น ซึ่งเมื่อนานวันเข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง ตัวอย่างความเครียดเรื้อรัง

ฮอร์โมน กับ ความเครียด

เมื่อมีภาวะกดดันหรือความเครียดร่างกายจะฮอร์โมนที่เรียกว่า cortisol และ adrenaline ฮอร์โมนดังกล่าวจะทำให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นเร็วเพื่อเตรียมพร้อมให้ ร่างกายแข็งแรง และมีพลังงานพร้อมที่จะกระทำเช่นการวิ่งหนีอันตราย การยกของหนีไฟถ้าหากได้กระทำฮอร์โมนนั้นจะถูกใช้ไป ความกดดันหรือความเครียดจะหายไป แต่ความเครียดหรือความกดดันมักจะเกิดขณะที่นั่งทำงาน ขับรถ กลุ่มใจไม่มีเงินค่าเทอมลูก ความเครียดหรือความกดดันไม่สามารถกระทำออกมาได้เกิดโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้ฮอร์โมนเหล่านั้นสะสมในร่างกายจนกระทั่งเกิดอาการทางกายและทางใจ

การแก้เครียด และการแก้ไขภาวะเครียด

หากท่านมีอาการเครียดมากและแสดงออกทางร่างกาย เช่น

  1. อ่อนแรงไม่อยากจะทำอะไร
  2. มีอาการปวดตามตัว ปวดศีรษะ
  3. วิตกกังวล
  4. มีปัญหาเรื่องการนอน
  5. ไม่มีความสุขกับชีวิต
  6. เป็นโรคซึมเศร้า

โรคเครียด และการแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาเรื่องเครียด

  1. ให้นอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลา เวลาที่เหมาะสมสำหรับการนอนคือเวลา 22.00น.เมื่อภาวะเครียดมากจะทำให้ความสามารถในการกำหนดเวลาของชีวิต (Body Clock) เสียไป ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับหรือตื่นง่าย การกำหนดเวลาหลับและเวลาตื่นจะทำให้นาฬิกาชีวิตเริ่มทำงาน และเมื่อความเครียดลดลง ก็สามารถที่จะหลับได้เหมือนปกติ ในการปรับตัวใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ บางครั้งเมื่อไปนอนแล้วไม่หลับเป็นเวลา 45 นาที ให้หาหนังสือเบาๆมาอ่าน เมื่อง่วงก็ไปหลับ ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือให้ร่างกายได้รับแสงแดดยามเช้า เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายปรับเวลา
  2. หากเกิดอาการดังกล่าวต้องจัดเวลาให้ร่างกายได้พัก เช่นอาจจะไปพักร้อน หรืออาจจะจัดวาระงาน งานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนก็ให้หยุดไม่ต้องทำ
  3. ให้เวลากับครอบครัวในวันหยุด อาจจะไปพักผ่อนหรือรับประทานอาหารนอนบ้าน
  4. ให้เลื่อนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆในช่วงนี้ เช่นการซื้อรถใหม่ การเปลี่ยนบ้านใหม่ การเปลี่ยนงาน เพราะการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดความเครียด
  5. หากคุณเป็นคนที่ชอบทำงานหรือชอบเรียนให้ลดเวลาลงเหลือไม่เกิน 40 ชม. สัปดาห์
  6. การรับประทานอาหารให้รับประทานผักให้มากเพราะจะทำให้สมองสร้าง serotonin เพิ่มสารตัวนี้จะช่วยลดความเครียด และควรจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่เพียงพอ
  7. หยุดยาคลายเครียด และยาแก้โรคซึมเศร้า
  8. ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอาจจะมีการเต้นรำด้วยก็ดี

หากปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวแล้วยังมีอาการของความเครียดให้ปรึกษาแพทย์

อย่ามองข้าม “โรคเครียด” หลายคนอาจมองว่าโรคเครียดเป็นโรคธรรมดา ปวดหัวนิด ๆ หน่อย ๆ กินยาแก้ปวด เม็ดหรือสองเม็ด เดี๋ยวก็หาย…รู้ไว้ซะเลยนะว่า คุณคิดผิด

โรคเครียด แม้ว่าไม่เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ผู้ป่วยที่มีอาการเครียด หากไม่รีบรักษา อาจส่งผลทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน อาทิ โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหอบหืด, โรคปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น…นอก จากนี้ โรคดังกล่าวยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง เพราะโรคเครียด เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางด้านความกังวล ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการ วิตกกังวลมากเกินปกติ บางคนมีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น ตื่นเต้น ตกใจง่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก แน่น ท้อง ชาตามตัว

สาเหตุของโรคเครียด ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะของอารมณ์ที่ผู้ป่วยอยู่ในสถานการณ์ที่ น่าหวาดหวั่น น่ากลัว หรือมีภยันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเครียด หรือแม้กระทั่งการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง อากาศเสีย น้ำเสีย ฝุ่นละออง การอยู่อย่างแออัดยัดเยียด เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถเกิดความเครียดได้แล้ว

โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง บริษัทยักษ์ใหญ่ปลดคนงาน รวมถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ร้อนแรง ส่งผลให้ประชาชนป่วยเป็นโรคเครียดจำนวนมาก

อาการที่ส่อแววว่าจะเป็นโรคเครียด

ปวดศีรษะเป็นประจำ โดยอาจปวดข้างเดียว ปวดท้ายทอย ปวดกระบอกตาและบริเวณหัวคิ้ว มีผื่นแดงตามผิวหนัง มีอาการคันตามคอ หลัง หรือลำตัว มือเท้าเย็นเป็นประจำ นอนกัดฟัน นอนกรน ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ความต้านทานโรคต่ำ เช่น เป็นหวัดง่าย ท้องเสียง่าย ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารผิดปกติ มีอาการปวดท้อง อาเจียน อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องผูก มีความกังวลสูงและร้อนรนในการที่จะต้องทำงานให้เสร็จ หัวใจผิดปกติ อาจมีการหายใจสั้นๆ หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ นอนไม่หลับเป็นประจำ หรือต้องใช้ยานอนหลับ เป็นผู้ย้ำคิดย้ำทำ จำไม่ได้ว่าทำไปแล้วหรือยัง ต้องคอยตรวจสอบอยู่บ่อยๆ

ถ้าคุณมีอาการดังที่กล่าวมา จงรู้ไว้ว่า คุณได้ป่วยเป็นโรคเครียดแล้ว

การรักษาโรคเครียดแบบผิดๆ การแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเครียด มีด้วยกันหลายวิธี แต่หลายคนมักเลือกที่ใช้วิธีการรักษาแบบผิด ๆ เมื่อเกิดอาการเครียด โดยเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ หากว่าคุณเป็น สาวสวยที่สุดในประเทศไทย แล้วเครียด คงแย่ไม่น้อย ด้วยความเชื่อที่ว่า “เหล้า บุหรี่ ช่วยผ่อนคลายใจชั่ววูบหนึ่ง” …แต่หารู้ไม่ว่า!!!…เพียงแค่คุณได้สัมผัสกับแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ เท่ากับว่า คุณได้เปิดประตูต้อนรับโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง” เข้ามาสู่ร่างกายคุณโดยไม่รู้ตัว ข้อมูลจากร้านขายยาทั่วไป ยืนยันถึงยอดขายยาพาราเซตามอล ทั้งที่อยู่ในรูปแบบของยาสำเร็จรูป ซึ่งมีสรรพคุณว่าเป็นยารักษาไข้หวัดและบรรเทา ปวด รวมถึงยาพาราเซตามอลทั่วไป ว่ายอดขายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามียอดเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 15-20% จากปกติ และเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่ในช่วงฤดูหนาวจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 10% ซึ่งยอดขายที่สูงขึ้นในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น้ากังวลใจถึงอันตรายจากการใช้ยาเกินขนาด รวมถึงการใช้ยาพาราเซตามอลที่อาจะเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่การติดที่จะ ต้องบริโภคต่อเนื่อง

ด้าน นพ.วศิน บำรุงชีพ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุราและยาเสพติด โรงพยาบาลมนารมย์ เปิดเผยว่า สุขภาพจิตของคนไทยในปี พ.ศ.2552 มีแนวโน้มจะแย่ลง เพราะสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่แน่นอน บวกกับสภาพเศรษฐกิจที่เข้าขั้นวิกฤติส่งผลทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล และที่น่าเป็นห่วงมากในขณะนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ คนว่างงานไม่มีอาชีพ ทำให้หันมาขายยาเสพติด เช่น ยาบ้า การปราบปรามที่ไม่ต่อเนื่อง เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อย ทำให้นโยบายการปราบปรามไม่ต่อเนื่อง ยาเสพติดจึงอาจกลับมาระบาดได้ง่าย

share on: