ผิวแห้งในหน้าหนาว อันตราย

วิธีป้องกันผิวแห้ง ในหน้าหนาว เคล็ดลับท้าลมหนาว สำหรับสาวผิวสวย

หน้าหนาวเป็นสภาวะความกดอากาศต่ำ ซึึ่งในประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากลมหนาว มาทางตอนบนของประเทศ หรือทางประเทศจีน ระยะทางที่ลมพัดมา ส่วนใหญ่เป็นพื้นดินทำให้ประเทศไทยมีอากาศเย็นแห้ง และมีความชื้นต่ำ จึงทำให้คนไทยหรือผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศ พบกับภาวะผิวแห้ง

ผิวแห้ง เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลักๆ คือ

ภาวะผิวแห้งจากปัจจัยภายใน ผิวของเราจะมีความชื้นอยู่ในระดับหนึ่งและมีไขมมันธรรมชาติเคลือบผิวอยู่ เพื่อไม่ให้สูเสียความชื้น ไขมันธรรมชาติจะพบมากในวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนทำงานแล้ว ในขณะที่วัยเด็กหรือวัยชรา จะมีการสร้างไขมันธรรมชาติมาปกป้องน้อย อันเนื่องมาจากการทำงานของฮอร์โมนนั่นเอง ทำให้ร่างกานหรือผิวหนัง สูญเสียความชื้นได้เร็วกว่าปกติ เรียกว่า Tran-epidermal Water Loss ซึ่งเป็นภาวะอาการที่ผิวมีการสูญเสียน้ำมาก และถ้าร่างกายมีฮอร์โมนน้อย ก็จะมีแนวโน้มที่จะเกิดผิวแห้งง่าย จนอาจกลายเป็นผื่้่นแพ้จากผิวแห้งได้

ภาวะผิวแห้งจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ สภาพอากาศ การอาบน้ำร้อน การใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างสูง หรือการใช้เครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการทำความสะอาดร่างกาย เช่น ใยขัดตััว ฯลฯ สิื่งเหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะผิวแห้งมากขึ้น การอาบน้ำนานๆ หรือการแช่น้ำนานๆ รวมถึงการทานยา หรือวิตามิน A ก็จะเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งมากขึ้นอีกด้วย

อาการเมื่อร่างกายเกิดอาการ Tran-epidermal Water Loss หรือ ภาวะการสูญเสียน้ำมาก ผิวจะแสดงอาการบ่งบอกถึงภาวะผิวแห้งคือ มีริ้วรอยย่น มีความรู้สึกแห้งสากของผิว โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีต่อมไขมันของผิวน้อย ได้แก่ ต้นแขนด้านนอก บริเวณเอวจนถึงสะโพกด้านข้าง ด้านหน้าของต้นขา และครึ่งล่างของหน้าแข้งลงไป แล้วจะแสดงอาการมากขึ้น คือ ผิวจะมีรอยแตกเล็กๆ และมีอาการผิวหนังอักเสบตามมา อาการของผื่นผิวหนังอักเสบนั้น เริ่มจากผิวจะเริ่มแดง มีอาการคัร จากนั้นเริ่มมีน้ำเหลืองซึมตามรอยแตกบริเวณผิวที่แห้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคว่าเป็นระดับใด

อันตรายจากผิวแห้งในหน้าหนาว

วิธีการดูแลผิวที่ดีในหน้าหนาว

เนื่องจากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสภาวะอากาศหนาวได้ ดังนั้นวิธีการดูแลสุขภาพผิวก็คือ การลดภาวะการสูญเสียน้ำของผิว และการทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ด้้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่

  • การทาครีมบำรุง เพราะเนื้อครีมเหล่านี้จะมีสารอุ้มน้ำอยู่ (ซึ่งต้องเลือกผลิตภัณฑ์ทีี่มีสารอุ้มน้ำที่สามารถอยู่ได้นานเพียงแค่ทา ครั้งเดียว) เมื่อทาบนผิว จะทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนการได้รับน้ำมาหล่อเลี้ยงเพิ่ม ทำให้ผิวหนังแห้งแตกน้อยลง
  • การทาน้ำมันทาผิว (Oil) เนื่อง จากน้ำมันทาผิวจะเป็นตัวเคลือบผิว ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากร่างกายไป เมื่อผิวไม่สูญเสียน้ำ หรือความชื้น ความแห้งแตกก็จะลดน้อยลง แต่มีข้อเสียคือ จะเหนอะหนะ ไม่สบายตัวหลังทา
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของวาสลีน ที่เป็นแบบขี้ผึ้ง ซึ่งมีลักษณะเหนียว เมื่อใช้ทาผิว ตัวขี้ผึ้งจะอยู่บนผิว และป้องกันการสูญเสียน้ำได้ดีมากกว่าชนิดอื่นๆ (สำหรับผิวแห้งมาก) และมีข้อเสียแบบเดียวกับ (Oli)

แต่ถ้ามีอาการของผื่นแพ้จากผิวแห้งร่วมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อาจเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวแห้งได้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถรักษาผื่นให้หายไปได้ ดังนั้นจึงควรใช้ยาในการรักษาผื่นร่วมด้วย

ขอบคุณ kinhospital.co.th บทความโดย นายแพทย์ประยูร เจนตระกูลโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง (Dermatologist)

share on: