รองเท้าส้นสูง เสี่ยง หมอนรองกระดูกเคลื่อน

รองเท้าส้นสูง เสี่ยงต่อการเกิด อาการ หมอนรองกระดูกเคลื่อน

ความน่าสนใจของ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน เป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดมายังเนื้อหาในส่วนนี้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนนี้ เป็นอาการยอดฮิตของคนปัจจุบันเลยก็ว่าได้ หมอนรองกระดูกสันหลัง หรือ Intervertebral Disc เป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายหมอนรองศีรษะ หน้าตาเหมือนดังในรูป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งนิ้วเศษ หนาประมาณหนึ่งเซนติเมตร เชื่อมต่ออยู่ระหว่าง กระดูกสันหลัง แต่ละข้อ ตั้งแต่ระดับคอจนถึงก้นกบ เมื่อนับทั่วแล้วในคนปกติมีทั้งหมด 23 ชิ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเองก็ยังมีไส้อ่อนนุ่มอยู่ตรงกลางมีชื่อว่า นิวเคลียส พัลโพสุส (Nucleus Pulposus) ไส้อ่อนนุ่มกลางนี้ตอนวัยเด็กจะมีลักษณะคล้ายเจล และค่อยๆ มีลักษณะแห้งลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งทำให้คุณสมบัติ ที่ยืดหยุ่นรองรับแรงกระแทกของหมอนรองกระดูกหลังนี้ ค่อยๆ ลดลงไปด้วยตามวัย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหว กระดูกสันหลัง เวลาก้ม-เงยได้น้อยลง

แล้วรู้หรือไม่ว่า รองเท้าส้นสูง คือภัยร้ายของสาวแฟชั่น เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ ก่อนหน้านี้สาวๆ หลายคนใส่รองเท้าส้นสูง 3 นิ้วลุยไป 7 ย่านน้ำทุกวัน ภายในเวลาไม่กี่เดือน ก็เริ่มรู้สึกปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลังแถวบั้นเอว จากที่เคยนั่งทำงานได้หลายชั่วโมง เดี๋ยวนี้นั่งแค่ครึ่งชั่วโมงก็เริ่มปวดจนไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งถ้าก้มตัวเก็บของจะมีความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนไฟฟ้าช็อตลงมาที่โคนขา หลังจากพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และคุณหมอวินิจฉัยว่า น่าจะเป็นผลมาจากการใส่รองเท้าส้นสูงมานานจนกระทบไปถึงกระดูกสันหลัง อาการแบบนี้มีความเสี่ยงสูง อยากสวยแต่ต้องทนเจ็บ

บทความนี้จากการเรียบเรียงใหม่ จากต้นฉบับหลายๆ แห่ง ถูกรวบรวมไว้ในเนื้อหาสำคัญภายใต้หัวข้อ รองเท้าส้นสูง เสี่ยงอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน จาก www.beautyfullallday.com เท่านั้น

รองเท้าส้นสูง เสี่ยงอาการ หมอนรองกระดูกเคลื่อน Intervertebral Disc

แม้ว่าความสวยงามกับผู้หญิงนั้นจะนับเป็นของคู่กันมายาวนานแต่ในอดีต แม้สาวๆ จะรู้ว่าการใส่รองเท้าส้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่หลายครั้งเราละเลยเพราะอยากเป็นดาราดัง ที่เฉิดฉายอยู่ในจอภาพยนต์มากกว่า แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณหมอแนะนำว่า หากสาวๆ อยากจะใส่ส้นสูง 3 นิ้วออกงานให้เป็นจุดเด่นสร้างความมั่นใจแต่พองามสัก 2-3 ชั่วโมงนั้น ยังพอรับได้ แต่ถ้าจะใส่ทำกิจวัตรประจำวันทุกวัน วันละหลายชั่วโมงนั้น อาจส่งผลร้ายไปถึงกระดูกสันหลังมากกว่าที่คิด เรียกว่า ส้นสูงปรี๊ด เจ็บจี๊ดไปถึงหลัง

ลองสังเกตกันดูดีๆ ว่าเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงแล้ว ตัวเราจะโน้มไปด้านหน้า ทำให้เราต้องแอ่นหลังกลับเพื่อให้ตั้งลำตัวให้ตรง แม้จะดูสง่างามอย่างนางพญา แต่ท่านี้ทำให้อวัยวะหลายส่วนต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะฝ่าเท้าหรือหน้าเท้า เพราะน้ำหนักถูกถ่ายเทลงไปบริเวณนั้นหมด ทำให้เกิดการปวดเมื่อยตามมา อีกส่วนหนึ่งคือกล้ามเนื้อน่องที่ต้องหดตัวตามความสูงของส้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังของกล้ามเนื้อเดิมลดลง หนักที่สุดคือกล้ามเนื้อหลัง ต้องทำงานหนักในการดึงตัวเรากลับมา ระยะแรกของอาการปวดหลังจากรองเท้าส้นสูง จึงมักเริ่มจากการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบั้นเอวหรือหลังก่อน แต่หากยังใส่ส้นสูงต่อไป นานเข้าก็ส่งผลประทบไปถึงหมอนรองกระดูก ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับน้ำหนักคล้ายโชกอัพ เมื่อต้องรับน้ำหนักมากๆ เข้าตลอดเวลาหลายปี หมอนรองกระดูกสันหลังอาจเสื่อมหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาท ความแตกต่างคืออย่างแรกมีอาการปวดแบบลึกๆ อยู่ข้างในเพียงอย่างเดียว ส่วนประเภทหลังมักมีอาการปวดหรือเจ็บแปล๊บปล๊าบ และลามมาถึงสะโพกหรือขาที่ไม่ใช่กล้ามเนื้อ และยิ่งเจ็บมากในตอนยกของหรือเวลาก้ม-เงย อีกหนึ่งจุดสังเกตคือ เมื่ออาการปวดรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น แต่ก่อนนั่งได้ 2-3 ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้นั่งได้ครึ่งชั่วโมงก็ปวด หรือปวดเวลายืน เวลาเดิน หรือกิจวัตรประจำวัน นานติดต่อกัน 2-4 สัปดาห์ ให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาจมีสาเหตุมาจาก หมอนรองกระดูกเคลื่อน

วิธีตรวจและรักษา อาการ หมอนรองกระดูกเคลื่อน

หากสงสัยว่ามีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูก คุณหมอจะขอให้ตรวจโดยการเอ็กซ์เรย์และทำ MRI Scan เพราะการเอ็กซ์เรย์อย่างเดียวนั้นเห็นแค่ตัวกระดูก แต่เครื่อง MRI Scan จะเห็นชัดเจนไปจนถึงหมอนรองกระดูกและรายละเอียดต่างๆ ของกระดูกสันหลัง ที่สำคัญไม่ต้องยุ่งยากกับการฉีดสีและไม่เสี่ยงกับรังสี เพราะใช้หลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเมื่อพบแล้ว คุณหมอจะแนะนำให้รักษาด้วยการใช้ยา ควบคู่ไปกับการกายภาพบำบัด เช่น โปรแกรมอัลตร้าซาวด์ กระตุ้นด้วยไฟฟ้า หรือดึงตัว ซึ่งส่วนใหญ่คนไข้กว่า 80% จะมีอาการดีขึ้นภายในเวลา 2 เดือนแต่หากไม่ดีขึ้น ต้องผ่าตัดเพื่อล้วงเอาหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมาทับเส้นประสาทออก หรือใช้ซิลิโคนแท่งเสริมเข้าไปช่วยพยุงหลังในกรณีหมอนรองกระดูกเสื่อม

รองเท้าส้นสูง เสี่ยงต่อการเกิด อาการ หมอนรองกระดูกเคลื่อน

เจ็บหนนี้ สาวๆ พึงตระหนักถึงภัยแฝงของรองเท้าส้นสูง ที่ส่งผลมากกว่าแค่เจ็บเท้า ที่สำคัญคุณหมอย้ำว่า ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ก็มีโอกาสเจ็บหลังได้อีก จนรบกวนชีวิตประจำวัน และอาจต้องเลิกใส่ส้นสูงไปตลอดชีวิต เสี่ยงแค่ไหน อย่าลืมว่าส้นสูงนั้นสวยแค่ชั่วครู่ แต่หลังกับเท้าต้องอยู่กับเราไปอีกนาน สวยแต่เจ็บ แถมยังเจ็บไปตลอดชีวิต คุ้มกันไหม??

เคล็ดลับการเลือกรองเท้าส้นสูง คู่ใจ

  • วิธีเลือกรองเท้าง่ายๆ ด้านในต้องนิ่ม และควรมีตัวรับอุ้งเท้านิ่มๆ อยู่ตรงกลาง ส่วนส้นรองเท้าคือฐานรับน้ำหนัก ยิ่งกว้างยิ่งมั่นคง ดังนั้นส้นตึกจะดีกับข้อเท้ามากกว่าส้นเข็ม เพราะมีโอกาสพลิกน้อยกว่า
  • รองเท้าส้นสูงที่พอดีไม่ควรสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง (ใส่ประจำ) ถ้าใส่สูงมาก ไม่ควรใส่ทั้งวัน ลดเวลาใส่ให้เหลือแค่ 2-3 ชม. แล้วหยุดพัก
  • แผ่นรองซิลิโคนรองเท้าส้นสูงนั้น เอาเข้าจริงไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะบางนิดเดียว ยังไงฝ่าเท้าก็รับน้ำหนักอยู่ดี ทางที่ดีอย่าใส่ส้นสูงมากจะดีกว่า

ผ่อนคลายและ พักเท้าบ้าง เมื่อไหร่ที่เริ่มปวดใต้ฝ่าเท้า คุณหมอแนะนำให้เอาเท้าแช่น้ำอุ่นเพื่อยืดเส้นเอ็น หรือบริหารเท้าด้วยการเอาผ้าขนหนูคล้องเท้า แล้วดึงกลับเข้าหาตัวนับ 1-5 ในใจ จะทำให้เส้นเอ็นยืดตัว ทำทุกวันตอนเช้าหรือก่อนนอน วันรุ่งขึ้นจะได้เดินปร๋อ

ใส่ใจเรื่องการรับน้ำหนักของสันหลัง

  • ระวังเรื่องน้ำหนักตัว หากน้ำหนักมาก กระดูกสันหลังยิ่งรับน้ำหนักมาก ทำให้สึกเร็ว
  • เลี่ยงเหล้าและบุหรี่ เพราะส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยลดความเสื่อม หรือจะลองสองท่าเด็ด เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกสันหลังนี้ก็ได้

ท่าที่ 1 ทำเหมือนซิตอัพทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ต้องขึ้นสุดลงสุด ให้เกร็งหน้าท้องค้างไว้จนหลังพ้นจากพื้นมา 20-30 องศา นับหนึ่ง 1-10 แล้วค่อยลง ทำ 10 ครั้ง/ 1 เซ็ต 3 เซ็ต/วัน
ท่าที่ 2 ก้มหน้านอน มือแนบข้างลำตัว ค่อยๆ เงยหน้าให้คางพ้นพื้นขึ้นมา เกร็งไว้นับ 1-5 ในใจ แค่นี้ก็เพียงพอ

ขอบคุณที่มา Health Check Up เรียบเรียงใหม่โดย beautyfullallday.com เกี่ยวกับ รองเท้าส้นสูง กับความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการ หมอนรองกระดูกเคลื่อน

share on: