Sep
22/11

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อันตราย

advertisements

Last Updated on Friday, 18 May 2012 04:55Written by adminThursday, 22 September 2011 08:17

หากคุณกำลังรู้สึกว่ามีอาการวิงเวียน เวลาจะทำอะไรแล้วรู้สึกว่าโลกหมุนได้ทั้งใบ ทั้งๆ ที่ยังหลับตา หรือในขณะลืมตาก็ยังรู้สึก วิงเวียนหน้ามืด อยากจะอาเจียนเสียให้ได้ หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลื่อนไหวทั้งที่จริงแล้วคุณกำลังยืน นั่ง หรือนอนอยู่กับที่แท้ๆ และไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย ยิ่งหากว่าเราขยับก็จะเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างที่กำลังทำมีการเคลื่อนไหวมากกว่าที่เราขยับจริงๆ นั่นเป็นสัญญาณเตือนบ่งบอกให้คุฯรู้ว่า ระบบการทรงตัวของร่างกายในหูชั้นใน ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยรักษาการทรงตัวของร่างกาย รักษาการมองเห็นให้คงที่ ควบคุมการเคลื่อนไหวของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว และนี่บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเป็น โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ

ในทางวิชาการบอกว่าเป็นโรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ เกิดจากของเหลวที่อยู่ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและความสมดุล จึงทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้น เมื่อแรงดันมากขึ้นผู้ป่วยจะรู้สึกตึงๆ ในหูข้างที่ผิดปกติ ส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในกลุ่มที่ทราบสาเหตุจะเรียกว่า กลุ่มอาการมีเนีย ได้แก่ โรคซิฟิลิส หูน้ำหนวก

โรคนี้มีโอกาสเป็นได้ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด พบมากในวัยทำงานที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่มีปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินโรคได้ โดยพบว่าอาหารที่มีปริมาณเกลือโซเดียมสูง หรืออาหารที่มีรสเค็ม สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ความเครียด และสภาวะแวดล้อมที่มีเสียงดังอึกทึกครึกโครม

ฉะนั้นโรคนี้จึงรักษาไม่หายขาด เพียงแต่สามารถรักษาอาการเวียนศีรษะให้หายเป็นปกติได้เท่านั้น อาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ โดยในระยะแรกๆ มักเป็นข้างเดียว แต่เมื่อเป็นนานเข้า โอกาสที่หูข้างที่สองจะเป็นร่วมด้วยก็มีมากขึ้น ส่วนอาการของโรคที่พบบ่อย คือจะเริ่มต้นกันด้วย การมีอาการเวียนศีรษะที่รู้สึกเหมือนกำลังหมุนไปพร้อมๆ กับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ลักษณะอาการคือจะเกิดขึ้นในทันทีทันใด อาจจะเป็นอยู่นานกว่า 20 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรง แต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาต เมื่อหายเวียนศีรษะ ผู้ที่เป็นจะมีความรู้สึกเหมือนเป็นปกติ

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ

การรักษาทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการที่ตรวจพบ โดยจะให้ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน รวมทั้งยาขยายหลอดเลือด ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน การใช้ยากล่อมประสาท และยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ

พบว่ามีอาการหูอื้อร่วมด้วย อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ถ้าเป็นระยะแรกๆ จะสูญเสียการได้ยินแค่ชั่วคราว หลังจากหายเวียนศีรษะแล้ว การได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะบ่อยๆ หรือเป็นมานาน อาการหูอื้อมักจะเป็นถาวร บางครั้งอาจถึงขั้นหูหนวกไปเลยก็เป็นได้

พบว่ามีอาการที่มีเสียงดังในหู และอาการตึงๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติ และจะเกิดแรงดันของน้ำในหูเกิดขึ้น อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนี้อาจเป็นได้ตลอดเวลาหรือเป็นเฉพาะขณะที่เวียนศีรษะ

โรคนี้ไม่ได้พบบ่อยนัก ในจำนวนของคนไข้ที่เข้ามาพบแพทย์ ด้วยอาการเวียนศีรษะ อาเจียน และมึนงงพร้อมกับมีอาการหูอื้อเป็นพักๆ นั้นจะมีเพียง 7 คนใน 100 คนเท่านั้นที่เป็นโรคนี้ เนื่องจากการวินิจฉัยโรคจะต้องใช้อาการเฉพาะ เพื่อแยกโรคอื่นที่เกี่ยวกับหูออกไปเสียก่อน โดยใช้วิธีการตรวจเพิ่มเติมในส่วนของหูชั้นใน ซึ่งบางครั้งอาจไม่พบความผิดปกติ แต่อาจตรวจโรคอื่นที่ไม่ใช่โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เช่น หูน้ำหนวก ซึ่งเกิดในหูชั้นกลาง แต่ก็อาจจะกระทบไปถึงหูชั้นในด้วย

ภาวะหูชั้นในอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งจะประกอบไปด้วย 2 โรคที่เกี่ยวข้อง เรียกว่า ภาวะของการทรงตัวผิดปกติอย่างเดียวกับโรคที่หูชั้นในผิดปกติแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะมีทั้งที่ระบบการทรงตัวเสียและการได้ยินเสียไปด้วย และอีกโรคที่พบบ่อยคือ โรคหินปูนเกาะอยู่ในหูชั้นในหลุด ตรงนี้จะเป็นเรื่องของโรคเกี่ยวกับหูที่หมอจะแยกออกไปจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เมื่อแยกโรคออกแล้วคนไข้มาด้วยอาการเฉพาะจึงจะบอกได้ว่าคนนั้นเป็น โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

การป้องกันโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

ทำได้ เพราะหากทราบว่ามีภาวะที่จะกระตุ้นให้เกิดโรคแล้ว อะไรที่เป็นปัจจัยที่เสี่ยงก็ควรลดสิ่งนั้นเสีย เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ชา กาแฟ การสูบบุหรี่ ลดการบริโภคอาหารที่มีรสชาติเค็ม และนอกจากนี้การปฏิบัติตัวเพื่อให้ลดภาวะและอาการของโรคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน คือการลดอาการเครียด ควบคุมอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส ออกกำลังกายอยู่เสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น อยู่ในที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลานาน ตลอดจนแสงแดดจ้าหรืออากาศที่ร้อนอบอ้าว เป็นเวลานานๆ และบ่อยๆ โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยมากนัก ไม่ได้ทำให้ล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ถ้าเป็นมากจนกระทั่งรบกวนการทำงาน ควรดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ห่างไกลจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากันแล้ว

ขอบคุณที่มา panyathai.or.th / thaihealth.or.th

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ ที่คุณอาจต้องการรู้

  1. ผิวแห้งในหน้าหนาว อันตราย
  2. กาแฟลดความอ้วน อันตราย
  3. โรคเบาหวาน คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
  4. ความเครียด ทำให้เกิด โรค
  5. ไวรัสตับอักเสบ กับ การมีเพศสัมพันธ์

โรคภัยไข้เจ็บ


บทความและเนื้อหานี้เกิดขึ้นจากการเรียบเรียงใหม่ของต้นฉบับในหลายแห่ง ทั้งที่ได้ระบุแหล่งอ้างอิงและไม่ได้ระบุในเนื้อหา ถูกรวบรวมไว้ในเนื้อหาเดียวกันภายใต้หัวข้อ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อันตราย โดยเป็นเนื้อหาที่อนุญาตให้เผยแพร่ได้เฉพาะใน http://www.beautyfullallday.com นี้เท่านั้น การคัดลอกหรือทำ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใดๆ หรือเพียงเล็กน้อย โปรดอ้างอิงถึงแหล่งที่มาจากแห่งนี้ด้วย เพื่อเคารพสิทธิอันพึงมีต่อการเผยแพร่บทความ

หากเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีการทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข และเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของผู้อื่น ผู้เขียนและ webmaster จะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน




Comments are closed.
Beauty Tips for all age

beauty webboard

เคล็ดลับ ล่าสุด