โรคปวดหลัง บริเวณเอวด้านซ้าย

โรคปวดหลัง บริเวณเอวด้านซ้าย

พี่ชายน้องบิวเป็น โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง Musculotendinous Strain ตรงบริเวณเอวด้านซ้าย ปวดมาหลายปีแล้ว แต่อาการไม่รุนแรงมาก เพิ่งจะมาหนักเอาตอนปลายปีที่แล้วและต้นปีนี้ (55-56) อาการประมาณว่า ปวดกล้ามเนื้อส่วนหลัง บริเวณเอว แต่ไม่ถึงกับปวดหลังเลย และเป็นเฉพาะด้านซ้าย

อาการปวดก็ประมาณปวดกล้ามเนื้อ ช่วงที่เป็นหนักๆ จะก้มไม่ได้เลย เวลาไอ จาม ขึ้นบันได จะปวดมาก ไม่นึกเลยว่าทุกอริยาบท ทั้งการเดิน นั่ง ไอ ตาม ต้องใช้กล้ามเนื้อหลังทั้งหมด มันเลยเป็นสิ่งที่ปวดในทุกๆ อริยาบท โดยเฉพาะตอนเช้าๆ ตื่นนอนนี่แทบจะลุกไม่ไหวกันเลยทีเดียว ก้มไม่ได้ เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ พักหลังๆ ใช้การบริหารขา เดินบ่อยๆ นั่งและยกขาบ่อยๆ นอนก็ยกขาบริหารบ่อยๆ อาการปวดก็ค่อยทุเลาลงบ้าง แต่ยังไม่หายขาด

สอบถามหลายๆ คนก็ว่าเป็นโรคไต น้องบิวก็ว่าไม่น่าใช้ เพราะพี่เป็นคนทานน้ำเก่งวันนึงอย่างต่ำๆ ก็ 2 ลิตรเข้าไปแล้ว หาข้อมูลดูก็ปรากฏว่ามีดังนี้

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง Musculotendinous Strain ลักษณะทั่วไป มักเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็นๆ หายๆ เรื้อรังได้

สาเหตุที่พบโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน หรือ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัว เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย หากพบแพทย์ก็มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

โรคปวดหลัง บริเวณเอวด้านซ้ายการรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง

  • สังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไปหรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทนถ้าปวดหลังตอนเย็นก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูงก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยน
    เป็นรองเท้าธรรมดาแทน ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก
  • ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉากสักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้ ถ้าไม่หายก็ให้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน, พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด จะกินควบกับ
    ไดอะซีแพมขนาด 2 มก.ด้วยก็ได้ ถ้ายังไม่หายอาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บามอล, คาริโซม่า ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6-8 ชั่วโมง ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็งและหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
  • ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำ ผู้ป่วยไปโรงพยาบาล อาจ ต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนา กรรมกรที่ทำงานหนัก และในหมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่า เป็นอาการของโรคไต โรคกษัย และซื้อยาชุด ยาแก้กษัย หรือยาแก้โรคไต กินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้นจึงควรแนะนำชาวบ้านเข้าใจถึง สาเหตุของอาการปวดหลัง และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็น โดยทั่วไปการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้างและอาจมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

การป้องกันโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ และนอนบนที่นอนแข็งพอเหมาะสม โรคปวดหลังป้องกันได้ไม่ยาก

share on: