AHA Acid เคมีในผลิตภัณฑ์ ครีมผิวขาว

เคล็ดลับผิวขาว ผ่องใส ผู้หญิงอยากสวย การทำให้ผิวขาวขึ้น

สารเคมีที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ผิวขาว เพื่อให้ผิวได้ผลัดเซลล์ผิวเก่าสร้างผิวใหม่นั้น ชื่อว่า AHA (Alpha Hydroxy Acid) และยังมีอีกหลายตัว แต่จะขอกล่าวไปทีละตัว เริ่มจาก AHA นี้ที่เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงามจำพวกครีมผลัดผิว ครีมผิวขาว ฯลฯ โดยส่วนใหญ่จะได้จากผลไม้ตามธรรมชาติ เช่น

AHA (Alpha Hydroxy Acid) มีอยู่มากใน

  • Glycolic acid – จากอ้อย
  • Malic acid – จากแอปเปิ้ล
  • Citric acid – จากผลไม้ตระกูลส้ม
  • Lactic acid – จากนมเปรี้ยว
  • Tartaric acid – จากไวน์และมะขาม

AHA นั้นจะช่วยทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ชั้นบนสุดลดน้อยลง ทำให้เซลล์ผิวลอกหลุดได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันจะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังใหม่เจริญขึ้นมาแทนที่ และช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ (คอลลาเจน) ในชั้นหนังแท้ด้วย (เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน) เป็นผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน และขาวสดใสกว่าเดิม

AHA สารเคมีในผลิตภัณฑ์ผิวขาวในกลุ่มกรด AHA ทั้งหมดแล้ว กรดไกลโคลิก (Glycolic acid) เป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีขนาดโมเลกุลเล็ก จึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ง่าย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุด ส่วน Lactic acid จะนิยมรองลงมา เหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย และต้องการความชุ่มชื้น

สำหรับริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าของเราที่สามารถรักษาได้ด้วย AHA นั้น หมายถึงริ้วรอยที่ไม่ลึกเกิน ถ้าเป็นริ้วรอยตื้น มักจะเห็นผลชัดเจนในระยะ 1 – 2 เดือน ส่วนริ้วรอยขนาดปานกลางจะใช้เวลานาน 3 เดือนขึ้นไป สำหรับริ้วรอยที่ลึกมาก AHA จะไม่ช่วยอะไรเลย

ระดับความเข้มข้นของกรด AHA ที่จะใช้เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีนั้น จะต้องมีสภาวะความเป็นกรด (pH < 7) และต้องมีความเข้มข้นมากกว่า 10 % ขึ้นไป (แนะนำ 30 – 70 %)

ปัจจุบันมีกรด AHA ขายอยู่ทั่วไปและราคาก็แตกต่างกันมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานพอที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ ด้วยเหตุนี้จึงควรเลือกซื้อกรด AHA (หรือกรดไกลโคลิก – Glycolic acid) จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

ถ้ามีความเข้มข้นมากก็จะได้ผลมากขึ้น แต่จะรู้สึกระเคืองที่ผิวค่อนข้างมากตามไปด้วย จึงไม่ควรเริ่มต้นใช้ด้วยความเข้มข้นที่สูง ควรเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นสูงขึ้นไปเท่าที่ผิวของแต่ละคนจะรับได้ โดยที่ไม่รู้สึกแสบร้อนเกินไป (การใช้ในช่วงระยะแรกอาจจะรู้สึกคันยิบที่ผิว เกิดจาก Stinging effect ทิ้งไว้ไม่กี่นาทีก็จะทุเลา แต่ถ้าเห่อแดงคันขึ้นมา แสดงว่าเกิดอาการแพ้ ควรหยุดและทาด้วยยาแก้แพ้หรือ 0.02 TA gel)

ที่มา brecosmeticlab.com

share on: