เราพบว่าผิวพรรณทั่วไปส่วนใหญ่ของผู้หญิงและเด็กในวัย 2 เดือน – ขวบปีแรก จะเป็นส่วนของร่างกายที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เราทราบว่าอนุมูลอิสระมีผลต่อเราแล้วหรือยัง?
ผิวพรรณที่เริ่มเหี่ยวย่น ขาดความชุ่มชื่น ไร้ความผ่องใส สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่จะบอกให้เราทราบได้ว่า ความเสื่อมของสภาพผิวได้เริ่มมาเยือนท่านแล้ว ถ้าหากปล่อยปละละเลยต่อไปก็จะทำให้ยากต่อการรักษาเยียวยา และอาจจะแสดงผลต่อเนื่องกับเคล็ดลับความงาม และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ เส้นผม เล็บ ตามมาด้วย
ในกลุ่มสตรีที่นิยมรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พวกกรดไขมันจำเป็น อย่าง โอเมก้า 3 หรือ โอเมก้า 6 อยู่เป็นประจำและเป็นระยะเวลานานๆ นั้น จะพบว่าส่งผลให้เกิดขบวนการย่อยสลายกรดไขมันในปริมาณสูง และพบว่าขบวนการดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องในเรื่องของ กระ ฝ้า และปัญหาสิว จากปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นของเซลล์ แต่พบว่าหากรับประทานสารต้านการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นร่วมกัน ผลต่อเนื่องดังกล่าวก็จะไม่ปรากฏขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า เบต้าแคโรทีน ยังส่งผลให้เซลล์ผิวพรรณที่สร้างขึ้นใหม่มีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย
ผู้ที่ควรรับประทานเบต้าแคโรทีน จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ และผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง เพราะอนุมูลอิสระมีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งเนื้อร้าย การลดปริมาณอนุมูลอิสระ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงของมะเร็งนั่นเอง และนอกจากนี้ เบต้าแคโรทีน สามารถให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ทีเฮลเปอร์เซลล์ (T-helper Cell) ให้มีประสิทธิภาพการทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น จึงให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งดังกล่าว
สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพของดวงตา ก็ควรบำรุงด้วยสารนี้เช่นเดียวกัน เพราะ เบต้าแคโรทีน เมื่อโดนย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามิน เอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอฟซินในดวงตา ส่วนเรตินาทำให้เรามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และนอกจากนั้น เบต้าแคโรทีน ยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา และลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
เบต้าแคโรทีน สำคัญมากกับ ผู้ที่ต้องการชลอความแก่ เพราะจะให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมุลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดขบวนการแก่ ดังนั้นหากเราลดสาเหตุดังกล่าวเสีย ความแก่ก็จะมาเยี่ยมเยือนเราได้ช้าลง ในการรับประทานเบต้าแคโรทีนั้น หากต้องการรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพป้องกันความเสื่อม โดยทั่วไปสามารถทานได้ วันละ 4,000-5,000 IUs (International Unit) หากต้องการรับประทานเพื่อการรักษาภาวะความเสื่อมที่เป็นอยู่ สามารถทานได้ถึง 10,000-20,000 IUs ต่อวัน โดยให้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ผลข้างเคียงที่อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายจากเบตาแคโรทีน ขณะนี้ยังไม่พบ แม้จากการวิจัยพบว่าวิตามินเออาจเป็นพิษได้ถ้ารับประทานในปริมาณที่สูงกว่า 25,000 หน่วยสากล (IU) ต่อวัน แต่ไม่พบว่าเบต้าแคโรทีนมีความเป็นพิษ เมื่อรับประทานในปริมาณสูง ส่วนการมีปฏิกิริยากับสารอื่นไม่พบรายงานว่ามีปฏิกิริยาของเบต้าแคโรทีนกับยาสมุนไพร รวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ
แหล่งของเบต้าแคโรทีน จะพบได้ในผัก และผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง หรือ แดง เพราะเบต้าแคโรทีน คือตัวการทำให้พืชผัก และผลไม้มีสีสรรดังกล่าว เช่น แครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียว เช่น บรอคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า ผักตำลึง
ด้วยเหตุที่มีสีเขียวเพราะสีของเบต้าแคโรทีนถูกสีเขียวของคลอโรฟิลล์บดบัง เมื่อเบต้าแคโรทีนเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอ โดยเอมไซม์ในลำไส้ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งปกติเบต้าแคโรทีน 6 หน่วย จะสามารถเปลี่ยน ให้เป็นวิตามินเอได้ 1 หน่วย เบต้าแคโรทีนนั้น มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ อย่างมาก คือ ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ช่วยป้องกันผิวที่อาจเกิดจากอันตรายของ รังสีอัลตราไวโอเลต ที่มากับแสงแดดได้ จึงทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไม่มีริ้วรอยแก่ก่อนวัย แลดูสดใสอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสภาพปกติของ เซลล์เยื่อบุตาขาว กระจกตา ช่องปาก ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ รวมถึงทางเดินปัสสาวะให้เป็นปกติ และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายทำงานได้ดีอีกด้วย
นอกจากประโยชน์มากมายที่กล่าวมาแล้ว เบต้าแคโรทีนยังเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) ซึ่งคอยกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ก่อนที่มันจะไปทำปฏิกิริยา ทำลายส่วนประกอบต่าง ๆ จนทำให้เซลล์นั้นมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ เป็นต้นเหตุให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งในช่องปาก กล่องเสียง ตับ หรือกระเพาะอาหาร โรคเส้นเลือด หัวใจอุดตัน และโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ เป็นต้น ความจริงแล้ว ในแต่ละวันเรามักได้รับเบต้าแคโรทีนจากอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเบต้าแคโรทีนจะถูกทำลายได้โดยง่าย จากความร้อนในการประกอบอาหารอีก ทั้งร่างกายของคนเราจะสามารถดูดซึมเบต้าแคโรทีนไว้ได้เพียงร้อยละ 25-27 เท่านั้น จึงไม่เพียงพอที่จะสามารถป้องกันการเกิดของโรคมะเร็งได้
วันนี้คุณทานผักแล้วหรือยัง ด้วยความเป็นห่วงจาก www.beautyfullallday.com / ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth.or.th เรื่อง เบต้าแคโรทีน



เคล็ดลับสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
เคล็ดลับความงาม
ออทั่ม-วินเทอร์ 2011 แฟชั่นระดับโลกจากอังกฤษ
วันนี้ขอแหวกแนวเปลี่ยนไปเป็นแฟชั่นเครื่องแต่งกายชายกันหน่อย เพราะหลายๆ คนถามกันมาว่า อยากให้ลงเรื่องผู้ชายบ้าง ก็เลยคัดแฟชั่น ออทั่ม วินเทอร์ มาแนะนำกัน
เคล็ดลับสุขภาพดี
การใช้ยาขณะให้นมบุตร
Medications in the Breast-feeding mother หรือ การใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร โดยหลักการทั่วไปในการใช้ยาของมารดาที่ให้นมบุตรนั้นมีดังนี้
โรคภัยไข้เจ็บ
โรค และ อาการของ รากประสาทขาถูกกดทับ
โดยปกติแล้ว สันหลังคนเราประกอบด้วยกระดูกสันหลังชิ้นย่อยๆ กว่า 30 ชิ้น เรียงต่อกันเป็นแนวจากต้นคอจรดก้นกบ
โรคภัยไข้เจ็บ
ไข้เลือดออก ภัยจากยุงลาย
หน้าฝนนี้ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่หลีกหนียุงไม่พ้น แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าฝนก็ยังจะมียุงชุม ยุงแต่ละชนิดก็นำไข้ นำเชื้อโรคมาต่างกัน
เคล็ดลับสุขภาพดี
ใช้น้ำยายืดผม เสี่ยงเป็นมะเร็ง 2 เท่า
จากรายงานข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ จากสำนักข่าวเอเอฟพี เขาได้รายงานมาว่า มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่ได้รับการตีพิมพ์
ใส่ใจดูแลเท้า
ดูแลเท้า สร้างฐานของชีวิต
จากบทความไกลหมอของแพทย์เฉพาะทางด้านฝังเข็ม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ลงไว้ในกรุงเทพธุรกิจเมื่อ ตุลาคม 2554 นั้น