กินอาหารเสริม แอล-คาร์นิทีน เร่งเส้นเลือดอุดตัน พบกินร่วมเนื้อสัตว์จุลินทรีย์ในลำไส้จะเปลี่ยนให้กลายเป็นสารพิษ
หลายประเทศเร่งพิจารณาการใช้เป็นอาหารเสริม สารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์ และโทษในตัวเองขึ้นกับปริมาณ และช่วงจังหวะเวลาของการใช้ ถึงแม้ว่าแอล-คาร์นิทีนจะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใดๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ แต่พบว่าวิตามิน อาหารเสริมหลายชนิดไม่มีการยืนยันประสิทธิผลตรงตามการโฆษณา อย่างสารประกอบแอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) ที่มีการอนุญาตให้เป็นอาหารเสริมและโฆษณาว่าทำให้หุ่นกระชับ ผอม เพิ่มการเผาผลาญ
โดยตามธรรมชาติจะอยู่ในเนื้อสัตว์ เนื้อแดง ถั่ว เป็นต้น แต่จากรายงานการค้นพบใหม่ของวารสารทางการแพทย์ชั้นนำ เนเจอร์ ของสหรัฐอเมริกา พบว่า สารแอล-คาร์นิทีน และโคลีน จะเปลี่ยนจุลินทรีย์ในลำไส้ เป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวเร่งทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันได้
“หากรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วทานแอล-คาร์นิทีน เสริมเข้าไป จะเปลี่ยนจุลินทรีย์ในลำไส้ เป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อเส้นเลือดสมอง และหัวใจ แต่หากกินมังสวิรัส หรือไม่กินเนื้อสัตว์ พบว่าจุลินทรีย์ในลำไส้จะไม่เปลี่ยนแอล-คาร์นิทีนเป็นสารพิษ เนื่องจากจุลินทรีย์ในกลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์จะเป็นคนละชนิดกัน อย่างไรก็ตาม พบว่า ยังมีงานวิจัยที่พบว่า การได้รับแอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มคนไข้ที่มีอาการเส้นเลือดหัวใจ สมอง ตีบตันอยู่แล้ว อาจช่วยให้อาการเจ็บแน่นหน้าอกจากเส้นเลือดหัวใจตีบให้มีอาการน้อยลงบ้าง” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า รายงานทางการแพทย์ดังกล่าวถือเป็นการค้นพบใหม่ ซึ่งทำให้หลายประเทศกำลังมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเนื่องจากมีการอนุญาตสารแอล-คาร์นิทีน เป็นอาหารเสริมในผลิตภัณฑ์หลายประเภท โดยในการบริโภคอาหารประจำวันจะได้ แอล-คาร์นิทีน ในขนาด 20-200 มก.แต่ในคนที่กินมังสวิรัติจะเหลือเพียง 1 มก.ต่อวัน
แต่ในอาหารเสริม 1 เม็ด อาจมีปริมาณมากกว่า 500 มก. ทำให้ร่างกายได้รับมากเกินไป ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นจำนวนมาก บางชนิดก็ไม่มีงานวิจัยรองรับที่ชัดเจนว่าสามารถช่วยให้เกิดผลได้ตามที่โฆษณา การควบคุมโฆษณาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริม จึงควรมีกำกับ ไม่ให้เกิดการโฆษณาเกินจริงมากจนเกินไป
ข้อควรรู้ของแอล-คาร์นิทีน
- คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลง ในเหตุผลแรกนี้ก็ชวนให้เราหลงใหลใคร่อยากกินคาร์นิทีนกันแล้ว ที่คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงก็เพราะเหตุผลที่ว่าเซลล์ในร่างกายทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ของร่างกายทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อได้รับพลังงานเพียงพอ และเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และคาร์นิทีนนี่เองทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น
- คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับต่ำ และช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ (HDL-คอเรสเตอรอล) ในเลือด
- คาร์นีทีนช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)
- คาร์นีทีนช่วยให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ
- คาร์นีทีนช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกายเหมือนกับที่พบในสารสกัดจากพืชสกุล Ephedra
- คาร์นิทีนช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ
- คาร์นิทีนและ อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีน (Acetyl-L-carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
- อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาท อันเนื่องมาจากความเครียด และอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้
- อะซีทีล-แอล-คาร์นีทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวก และลดภาวะความเครียด
- คาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา
ข้อควรระวังในการใช้แอลคาร์นิทีน
สารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์ และโทษในตัวเองขึ้นกับปริมาณ และช่วงจังหวะเวลาของการใช้ ถึงแม้ว่าแอล-คาร์นิทีนจะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใดๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น
มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว และเกิดอาการผื่นแดง สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอลคาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ และไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าจำเป็นก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์


เคล็ดลับสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
เคล็ดลับสุขภาพดี
อาหารเช้า สำคัญต่อสุขภาพที่สุด
ในสังคมปัจจุบันนี้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ที่คนส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า
เคล็ดลับสุขภาพดี
การใช้ยาขณะให้นมบุตร
Medications in the Breast-feeding mother หรือ การใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร โดยหลักการทั่วไปในการใช้ยาของมารดาที่ให้นมบุตรนั้นมีดังนี้
เคล็ดลับความงาม
ปลา สุดยอดอาหารบำรุง
โดยทั่วไปแล้ว ปลา เป็นแหล่งโปรตีนที่หาได้ง่ายในบ้านเรา ทุกครัวเรือนล้วนหาปลามารับประทานเป็นอาหารได้อย่างไม่ลำบาก
โรคภัยไข้เจ็บ
เลือดข้น โรคที่ไม่ดีต่อร่างกาย
อาการ เลือดข้น ถือว่าเป็นอาการผิดปกติของร่างกาย และถือเป็น โรคชนิดหนึ่งเรียกว่า “โรค เลือดข้น” เป็นภัยเงียบที่หลายคนอาจยังไม่รู้ตัว
ลดและควบคุมน้ำหนัก
โลว์คาร์บ ไฮโปรตีน อย่างถูกวิธี
หลายๆ คนอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการลดความอ้วนสูตรที่บอกว่า ลดแป้งและน้ำตาล แต่เพิ่มโปรตีนอื่น เพื่อหุ่นสวยและดูดี
เคล็ดลับสุขภาพดี
ข้อห้ามตอนเข้านอน
หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว การนอน จึงถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง แต่จะนอนอย่างไรให้ได้สุขภาพดี