ในแต่ละวันๆ นั้น ร่างกายคนเราจะได้รับสารปรุงรสหลากหลายชนิดเกินความจำเป็นและพอดี โดยเฉพาะน้ำตาลในหลายรูปแบบ

ทั้งน้ำตาลที่มีอยู่ในอาหารเองตามธรรมชาติ และน้ำตาลที่เติมเข้าไปเพิ่ม โดยน้ำตาล 1 กรัมเมื่อบริโภคเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี่ และนอกจากนี้แล้ว น้ำตาลยังทำให้ฟันผุ ถ้ากินมากเกินไปก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดการสะสมของพลังงานในรูปแบบของไขมันส่วนเกินที่ร่างกายใช้ไม่หมด จนเกิด โรคอ้วน อันเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนขึ้นได้

กินหวานเท่าไหร่ จึงถือว่า พอดี

จากบทเรียนที่ว่า หากกินน้ำตาลหรืออาหารจำพวกแป้งเข้าไปมากๆ ร่างกายจะสะสมพลังงานในรูปของไขมันส่วนเกิน จึงเป็นการสร้างนิสัยใหม่ด้วยการใช้ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือ น้ำตาลเทียม มากขึ้น การใช้สารให้ความหวานแต่ละชนิดแทนน้ำตาลในอาหาร มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป สารให้ความหวานที่เป็นกลุ่มที่ให้พลังงาน จะมีรสชาดใกล้เคียงกับน้ำตาลมากที่สุด ยกเว้นไซลิทอลที่ให้ความรู้สึกเย็นซ่าในปากร่วมด้วย แต่ก็ยังให้พลังงานอยู่ดี จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแคลอรี่ต่ำ หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ใช้แทนน้ำตาลในเคกหรือไอศกรีมได้ ถ้าเป็นในรูปผงก็สามารถใช้ในปริมาณใกล้เคียงกับน้ำตาลทรายในสูตรอาหารเพื่อให้ได้ความหวานเท่าเดิม และจะไม่ทำให้เนื้อสัมผัส ความแน่น และความข้นของอาหารเปลี่ยนไป

ถ้าเป็นน้ำเชื่อม ต้องดูด้วยว่าในน้ำเชื่อมนั้นมีสารให้ความหวานอยู่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วจะเข้มข้นประมาณ 70% แล้วเทียบว่าต้องใช้ปริมาณเท่าใดจึงจะหวานเท่ากับที่ต้องการ อย่าลืมลดน้ำที่ผสมด้วย เพราะน้ำ จะทำให้ความหวานของสารให้ความหวานลดลง สารให้ความหวาน กลุ่มที่ให้พลังงาน นี้เป็นอาหารปราศจากน้ำตาลและมีพลังงานต่ำ แต่หากกินมากไปก็อาจทำให้ได้รับพลังงานเทียบเท่าน้ำตาลปกติ และอ้วนได้

nutritive-sweetener น้ำตาลเทียม เท่าไหร่ถึงพอดี

สารให้ความหวาน กลุ่มที่ไม่ให้พลังงาน ไม่ทำให้อ้วน และไม่มีพลังงานสะสม อาหารที่มีสารกลุ่มนี้อยู่จะเป็นอาหารจำพวกให้พลังงานต่ำ อาหารแคลอรี่ต่ำ นิยมใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับควบคุมน้ำหนัก และอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน รวมถึงเครื่องดื่มประเภทไดเอตหรือไลด์ แต่มีข้อจำกัดในการเติม เพราะมีรสชาดไม่เหมือนน้ำตาล บางตัวมีรสหวานปนขม หรือมีกลิ่นรสคล้ายโลหะปนอยู่ มีเพียง ซูคราโลสเท่านั้น ที่มีรสชาดคล้ายน้ำตาลมากที่สุด

สารให้ความหวาน แทนน้ำตาล ดีจริงหรือ?

สารให้ความหวานเหล่านี้ ใช้เพื่อทดแทนน้ำตาล เพื่อให้ความหวานเท่ากับน้ำตาล ทำให้เนื้ออาหารที่ได้มีความข้นและใสแตกต่างกันออกไปจากเดิม เนื่องจากหวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่า จึงต้องใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่สามารถวัดปริมาณน้ำหนักได้เลย ทำให้น้ำหนักในสูตรอาหารหายไปหรือไม่มีอยู่

น้ำตาลเทียมยี่ห้อต่างๆ จึงมักจะผสมสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงานนี้หลายๆ ชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีรสชาดใกล้เคียงกับน้ำตาลมากที่สุด และต้องผสมสารบางชนิดลงไปเพื่อเพิ่มเนื่อให้มีปริมาณการใช้และความหวานเท่ากับน้ำตาล ในปริมาณเท่าๆ กัน เราจึงสามารถใช้น้ำตาลเทียมเหล่านี้เทียบเท่าปริมาณน้ำตาลจริงในอัตราส่วนเท่าๆ กันได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ แต่เนื้อสัมผัสของเค้กหรือไอศกรีมอาจต่างไปจากเดิม เพราะโครงสร้างอาหารบางชนิดจำเป็นต้องใช้น้ำตาลแท้

ถ้าน้ำตาลเทียมมีแอสปาเทมเป็นส่วนผสม ก็ไม่ควรใช้ปรุงอาหารบนเตาหรือเติมลงในอาหารร้อนๆ และไม่ควรเก็บไว้นานหรือทำให้ถูกแสง เพราะโครงสร้างจะถูกทำลายและทำให้รสหวานหายไป แอสปาเทม ยังเป็นอันตรายกับผู้ป่วยที่เป็นโรคฟินิลคีโตนูเรีย ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถนำกรดอมิโนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของแอสปาเทมไปใช้ได้

การกลัวน้ำตาลที่ให้พลังงาน จึงหันมาใช้สารให้ความหวานทดแทน หลายคนคิดว่าอาจไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ก่อนที่เราจะหันมาบริโภคสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจะมีผลร้ายผลดีต่อร่างกายอย่างไร และไม่ควรกลัวน้ำตาลเกินเหตุ เพราะอย่างไรแล้ว เราก็ต้องการน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงานให้แก่สมอง และร่างกายส่วนอื่นๆ ก็จำเป็นต้องได้รับน้ำตาลเช่นกัน แต่ก็ขอให้ทานน้อยๆ หน่อยก็เพียงพอแล้ว

ที่มา สารให้ความหวานแทนน้ำตาล http://bodyhealth.1daynight.com/แทนความหวาน-น้ำตาลเทียม.html

เคล็ดลับสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับผิวสวยใส

เคล็ดลับหน้าใส ไร้สิว ด้วยธรรมชาติ

ทราบหรือไม่ว่า ขิง สามารถทำให้ผิวหน้าของสาวๆ มีความชุ่มชื่น ขาวใสอมชมพู ได้

โรคภัยไข้เจ็บ

เมนูอาหารต้านโรคมะเร็ง

เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ดีขึ้น วันนี้มาเสนอหลักการทานอาหารและเมนูต้านโรคมะเร็งกัน

โรคภัยไข้เจ็บ

ลดความดันโลหิต ด้วยอาหาร Dash Diet

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า อาหาร DASH คืออะไร อาหารแดช หรือ DASH Diet

เคล็ดลับผิวสวยใส

การรักษา กระแดด อย่างถูกวิธี

กระแดด เป็นปัญหาอย่างนึงของสาวๆ ที่ทำให้ใบหน้าอันสวยงามขาวผุดผ่อง หม่นหมองลงอย่างง่ายดายและรวดเร็ว

เคล็ดลับสุขภาพดี

การนอนน้อย ทำให้ แก่ มากขึ้น

นอนน้อยทำให้แก่มาก ตัดทอนอายุให้ส้ันลงไปได้ มากถึง 7 ปี ไม่ว่าหญิงหรือชาย หากได้นอนวันละไม่ถึง 6–8 ชม.

เคล็ดลับความงาม

การดูแลผิวสวย สุขภาพดี สมวัย

เคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสมวัยนั้นทำได้ไม่ยาก ปกติแล้วผิวสวยคือสิ่งสำคัญในอันดับแรกที่สาวทุกคนปรารถนา