ครีมหน้าขาว ดีหรือไม่ อย่างไร

เทคนิคผิวขาวใส กับการ พิชิตฝ้า ด้วยวิธีอินเทรนด์

ขึ้นชื่อว่าเครื่องสำอางค์ มักมีสารเคมีเจือปน คุณรู้หรือไม่กับครีมหน้าขาว มีอะไรเป็นประโยชน์สำหรับผิวหน้าบ้าง จากรายงานข่าวหลายเดือนก่อนว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามข้อมูลเรื่องการใช้ครีมหน้าขาวพบว่าเป็นครีมที่มาจากเวียดนาม ผู้ป่วยเป็นชาวกัมพูชามารักษาที่โรงพยาบาลกัมพูชาก่อน จากนั้นจึงส่งต่อมาเมืองไทย โรงพยาบาลใน จ.สระแก้ว ในขณะที่อยู่ในอาการหมด สติแล้ว โดยส่งต่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลอรัญประเทศก่อน จากนั้นส่งต่อไปรักษา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว ซึ่งรักษาได้เพียงครึ่งวันก็เกิดอาการช็อค ความดันต่ำ และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งแพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

ส่วนครีมดังกล่าวได้ทำการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ทาง อย.ได้สั่งห้ามเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย หากตรวจพบถือว่าผิดกฎหมาย ทั้งข้อหาการจำหน่ายเครื่องสำอางไม่ปลอดภัย มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีการจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางที่ใช้ฉลากไม่ถูกต้อง จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้วจะเข้มงวดและตรวจสอบไม่ให้มีการจำหน่าย ต่อไป นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ครีมดังกล่าวฉลากเป็นภาษาเวียดนาม มีสารปรอทอยู่ด้วย ที่มีผิวขาวก็เพราะมีสารปรอท สำหรับการฉีดผิวขาว นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตรวจสอบครีมดังกล่าว พบสารไฮโดรควิโนนซึ่งเป็นอนุพันธ์ของปรอท ส่วนว่าจะทำให้ติดเชื้อหรือไม่นั้นยังสันนิษฐานได้ลำบาก เพราะแพทย์ที่รักษาระบุว่า การระบุสาเหตุที่ทำให้การติดเชื้อในกระแสโลหิตค่อนข้างลำบาก เพราะดูแล้วมีอาการหอบและไม่รู้สึกตัว ไม่มีข้อมูลของผู้ป่วยในขณะนี้ อีกทั้งไม่มีการผ่าศพพิสูจน์ดังกล่าว

นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับสารไฮโดรควิโนน กรณีที่เคยเจอมี 1 ในหมื่นหรือหลายหมื่นราย เหมือนโรคสตีเว่นจอห์นสัน ซินโดรม โอกาสแพ้มีทุกตัวคำตอบคือแพ้ได้ แต่ไม่รุนแรง ผิวที่ลอกไม่ได้ลอกทั้งตัว

ครีมหน้าขาว อันตราย

ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่นางปัญญา บุญจันทร์ อายุ 45 ปี ชาว จ.ระยอง ไปซื้อครีมทรีเดย์มาใช้จนใบหน้าเสียโฉม ว่าเครื่องสำอางยี่ห้อดังกล่าวเป็นเครื่องสำอางที่มีการลักลอบผลิต โดยนำสารต้องห้ามที่เป็นอันตรายมาใช้ อย.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ผลิตตามที่แจ้ง ในฉลากแล้วพบว่าเป็นสถานที่ตัดเย็บเสื้อผ้า เมื่อตรวจสอบกลับไปยังบริษัทผู้ผลิตคือ บริษัททรีเดย์ เนเชอรัล จำกัด จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าบริษัทได้ย้ายไปอยู่ย่านถนนบางนา-ตราด แต่เมื่อไปตรวจสอบกลับกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และให้ข้อมูลว่าผู้ผลิตได้เลิกกิจการแล้ว

ครีมหน้าขาว

ศ.ดร.ภักดีกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีเครื่องสำอางหลายยี่ห้อ อวดอ้างสรรพคุณว่ามีส่วนผสมของสมุนไพร ทำให้ใบหน้าขาวใสสวยงาม ส่วนใหญ่จะจำหน่ายตามตลาดนัด อย.นำมาตรวจสอบแล้วพบว่ามีสารต้องห้าม อาทิ ไฮโดรควิโนน กรดเรทิโนอิกและสารประกอบของปรอท อาจทำให้ผู้ใช้เกิดอาการระคายเคือง หน้าแดงแสบร้อน เกิดจุดด่างขาวที่ใบหน้า ผิวหน้าดำหรือกลายเป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย แม้ อย.จะมีการจับกุมผู้กระทำผิด โดยออกประกาศเตือนเครื่องสำอางที่มีสารอันตรายไปถึง 40 รายการ แต่ก็ยังมีผู้บริโภคหลงเชื่อหลงใช้อยู่ โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่อ้างว่ามีส่วนผสมสมุนไพรประกอบ

ศ.ดร.ภักดีกล่าวเตือนอีกว่า ขอยืนยันว่าไม่มีสมุนไพรชนิดใดที่ทำให้ใบหน้าขาวได้ นอกจากนี้ ยังมีโฆษณาเครื่องสำอางบางยี่ห้อ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อวดอ้างสรรพคุณว่ามีส่วนผสมของ ไวเทนนิ่ง ทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้น บางยี่ห้อบอกว่าจะเห็นผลภายใน 6-10 วัน ถือว่าเป็นการโฆษณาที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เป็นการฉวยโอกาส เพราะกฎหมายผ่อนผันไม่ต้องขอ อนุญาตก่อนโฆษณา ซึ่ง อย.ได้สั่งระงับโฆษณาดังกล่าวแล้วและจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะ กรรมการ เครื่องสำอางในวันที่ 27 มี.ค. นี้ เพื่อออกเป็นมติว่า ต่อไปถ้ามีการโฆษณาอวดอ้างว่าไวเทนนิ่งทำให้หน้าขาวจะผิดกฎหมายทันที

เครื่องสำอางที่มีสารอันตราย

ได้มีผู้บริโภคที่ใช้เครื่องสำอางยี่ห้อ มิโกะมัสซูหรี แล้วเกิดอาการแพ้รุนแรง หน้าแดง เป็นขุย มาร้องเรียนกับ บก.ปคบ.และอย. จึงได้เข้าไปตรวจสอบและพบว่าเป็นเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายจริง โดยผู้บริโภคอนุญาตให้นำภาพถ่ายใบหน้าที่เป็นผลจากการใช้เครื่องสำอางมาเผย แพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้บริโภครายอื่นด้วย

นายจุรินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บก.ปคบ.ได้เข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 4 และ 6 ชั้นล่างของเจริญสุขอพาร์ทเม้นท์ ซอยวิภาวดี 64 แยก 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงทพมหานคร พบเป็นสถานที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางรายใหญ่ ซึ่งอย.เคยประกาศว่าเครื่องสำอางชนิดนี้ มีการผสมสารห้ามใช้ที่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคมาแล้วเมื่อปี 2550 โดยพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ มิโกะมัสซูหรี ซึ่งขายเป็นชุด ใน 1 ชุด ประกอบด้วย 1. สบู่ 2.ครีมมาญาวี 2 3.ครีมมาญาวี 3 และ4.ครีมมาญาวี 4 ผลการทดสอบทางเคมีเบื้องต้น พบว่าครีมมาญาวี 3 มีสารไฮโดรควิโนน และกรดวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ ผสมอยู่ด้วย

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สารไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าจะดำเป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย ส่วนกรดวิตามินเอ จะทำให้หน้าแดงแสบร้อนรุนแรง อักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ นอกจากนั้นยังพบครีมอีก 2 ยี่ห้อคือยี่ห้อ รันดา ครีมยี่ห้อ อัลฟ่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารไฮโดรควิโนน และกรดวิตามินเอ เช่นเดียวกัน รวมทั้งยังพบผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ยี่ห้อ มัสซูหรีอวตาร มีฉลากโฆษณาเกินจริง ชื่อในฉลากไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต ไม่มีชื่อที่ตั้งผู้ผลิต และพบกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อ บิวตี้ บอร์ดี้ แอนด์ เฟิร์ม คอฟฟี่ ฉลากไม่ตรงกับที่อนุญาตและไม่มีชื่อที่ตั้งสถานที่ผลิต ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดรวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท และได้ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจวิเคราะห์หาสารอันตรายต่อไป

นายจุรินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีของการจับกุมครั้งนี้ เกิดจากนโยบายที่ได้ให้ อย.และบก.ปคบ.ร่วมมือกันดำเนินการจัดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ผลิตอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตรายที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันต้องขอความร่วมมือผู้บริโภค ประชาชนทั่วไปได้กรุณาแจ้งเบาะแสด้วย ซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาเป็นจำนวนมากเพราะเห็นว่ากระทรวงสาธารณ สุขเอาจริง และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดขอให้แจ้งสายด่วน อย. 1556 หรือเขียนจดหมายส่งไปที่ เลขาธิการ อย. หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือที่ บก.ปคบ. จะมีรางวัลนำจับให้ด้วย เช่นกรณีนี้ก็จะจ่ายรางวัลนำจับให้ทันที ไม่ต้องรอให้ศาลพิพากษา

ครีมหน้าขาว เครื่องสำอางที่มีสารอันตราย

ขณะเดียวกัน อยากฝากผู้บริโภคให้ช่วยดูแลตนเอง และไม่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อการใช้เครื่องสำอาง อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ ในลักษณะอย่างนี้ ถ้าไม่แน่ใจก็ให้สอบถามที่สายด่วน อย.1556 เพื่อขอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเผยแพร่รายชื่อสินค้าที่ผิดกฎหมายทางเว็บไซด์ อย. www.fda.moph.go.th นายจุรินทร์ กล่าว

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขอให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องสำอางด้วยความระมัดระวัง โดยซื้อจากร้านค้าที่มีแหล่งผลิตแน่นอน มีฉลากภาษาไทยที่มีข้อความบังคับครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบสำคัญ วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งแหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ปริมาณสุทธิ และไม่ซื้อเครื่องสำอางที่ อย. เคยประกาศว่าเป็นเครื่องสำอางไม่ปลอดภัยในการใช้ โดยมีการผสมสารห้ามใช้ เช่น ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ สารประกอบของปรอท

อย่างไรก็ตาม อย. จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายอีกหลายประเภท เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคชาวไทยให้ได้รับความปลอดภัย ผู้บริโภคท่านใดที่ประสบปัญหาจากการใช้เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ โปรดให้ความร่วมมือ และแสดงตนร้องเรียนด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรืออย. กระทรวงสาธารณสุข หรือที่สายด่วน อย. 1556 หรือแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่พบการกระทำความผิดนั้น เพื่อจะได้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนและดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิด อย่างเคร่งครัด

share on: