สาวๆ คนไหนอยากหน้าขาวใส ไร้ฝ้า ลองเข้ามาอ่านบิวตี้ฟูลออลเดย์วันนี้ดู ด้วยหัวข้อนี้ ครีมรักษาผิว สิว ฝ้า ครีมผิวขาว กับปัญหาและคำถามมากมายว่า หากอยากขาวหน้าใส ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหน เพื่อให้ผิวหน้าไร้ฝ้า และจุดด่างดำบนใบหน้าไปตลอด

โดยปกติแล้ว ผิวของคนเรานั้นจะมีฝ้า ที่เป็นการเปลี่ยนสีผิวตามธรรมชาติของคนเรา การที่มีสีคล้ำกว่าผิวปกติ หรือมีจุดเป็นแผ่นกว้าง เป็นรอยแต้มสีน้ำตาลตามผิว ทำให้ผิวมีสีไม่เรียบ ซึ่งเกือบทั้งหมดพบเห็นในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มากกว่าผู้ชาย แต่ในผู้ชายก็ใช่ว่าจะไม่มีฝ้า

ครีมไวท์เทนนิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ฝ้าและจุดด่างดำหายไปนั้น ยี่ห้อไหน และแบบใด อยากหน้าขาวใสไร้ฝ้า ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ ฝ้า ก่อนว่าคืออะไร ฝ้าคืออาการอย่างหนึ่ง ตำแหน่งที่พบฝ้าได้บ่อย คือบริเวณใบหน้าที่มีโอกาสสัมผัสกับแสงแดดมาก อย่างที่โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือคิ้ว และบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งมักเป็นทั้งด้านซ้ายและขวาของร่างกายอย่างสมมาตรกัน ในบางคนอาจพบรอยดำได้บริเวณหัวนม รักแร้ ขาหนีบ ฝ้าไม่ก่อให้เกิดอาการอื่นๆ นอกเหนือจากการเปลี่ยนสีผิวใดๆ แต่อาจทำให้ไม่มีความมั่นใจกังวลกับใบหน้าได้ ซึ่ง ฝ้า แบ่งชนิดได้ 3 ประเภท

  • 1. Epidermal ที่เกิดขึ้นในชั้นบนของผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ฝ้าตื้น ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า มักมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว ฝ้าชนิดนี้ยังรักษาโดยการใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ และยากันแดด ก็สามารถลบเลือนให้หายได้
  • 2.ermis ฝ้าแบบลึกจะมีความผิดปกติอยู่ในชั้นที่ลึกกว่าชนิดแรก โดยจะเกิดฝ้าในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า และจะเกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงๆ อมน้ำเงิน ขอบเขตไม่ชัด รักษาได้ยากกว่า ฝ้าชนิดตื้น และไม่ค่อยหายขาด การใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ และยากันแดด เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น
  • 3. ชนิดผสม ทั้งแบบฝ้าตื้นและฝ้าลึก

ป้องกันฝ้า ทาครีมไวท์เทนนิ่ง และครีมกันแดดไปด้วย

ทาไวท์เทนนิ่ง ไม่ได้ออกแดดไปไหน ทำไมถึงมีฝ้าได้ เพราะในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์ป้องกันยูวีมีความสำคัญสูงสุด ในการรักษาฝ้าและกระแดดยิ่งกว่าครีมลดรอยดำเสียอีก จะต้องทาทุกวันและตลอดวันอย่างเคร่งครัด ต้องทาใหม่ทุกครั้งที่ล้างหน้า ถ้าทาครีมลดรอยดำโดยไม่ทาครีมป้องกันยูวีฝ้าจะไม่มีทางดีขึ้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันยูวีได้ประมาณ SPF 15– 30 ซึ่งจะป้องกันยูวีได้ดีเพียงพอในที่ร่ม

การทาครีมกันแดดแล้วลุยไปทุกที่ โดยไม่กลัวยูวีนั้นเป็นเรื่องผิด แม้จะทาครีมกันแดดดีแค่ไหน สูงแค่ไหน แต่ก็ป้องกันยูวีที่เกิดจากการตากแดดโดยตรงไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น แม้ทาครีมกันแดด ก็ควรหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดอยู่เสมอ เช่นกางร่ม ใส่หมวกปีกกว้าง

การรักษาและป้องกันฝ้าได้ดีนั้น ควรทาครีมลดรอยดำวันละ 1-2 ครั้ง ครีมรักษาฝ้ารุ่นเก่าที่สถานพยาบาลส่วนใหญ่นิยมใช้มานาน 10– 20 ปีจนถึงปัจจุบัน มักมีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน (HQ) ซึ่งจะทำให้ฝ้าจางเร็วแต่มีผลข้างเคียงสูงคือทำให้หน้าแดงในระยะแรก แล้วเปลี่ยนจากฝ้าชั่วคราวในชั้นหนังกำพร้า ให้ลงลึกลงไปสู่ชั้นหนังแท้ จนกลายเป็นฝ้าถาวรซึ่งไม่มีทางรักษาให้หายได้อีกเลย ยาทาฝ้ารุ่นใหม่จะไม่มีสารชนิดนี้ผสมแต่มีข้อเสียคือฝ้าจางช้าลง แต่ถ้าทาติดต่อกันเป็นเวลานานเพียงพอ ก็จะได้ผลดีพอๆกัน และไม่ทำให้หน้าแดงหรือกลายเป็นฝ้าถาวรเพื่อให้รักษาได้ผลเร็วขึ้นอาจผลัดผิวเพิ่มด้วย

ปัญหาผิว สิว ฝ้า และจุดด่างดำบนใบหน้า เคล็ดลับความสวย

การใช้ครีมทาฝ้าจนฝ้าจางหายแล้ว ไม่ควรหยุดทาครีมไวท์เทนนิ่งเด็ดขาด (จะยี่ห้อไหนก็แล้วแต่) ควรเปลี่ยนเป็นครีมลดรอยดำชนิดอ่อนบริเวณรอยฝ้าหรือกระเดิม และทาผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวให้ขาวผสมครีมป้องกันยูวีทั่วใบหน้าในเวลาเช้าและเที่ยง และไม่ให้ใบหน้าโดนแดดตรงๆตลอดไปเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก

ผ้ารักษาไม่หายขาด ที่ไหนบอกว่ารักษาหายขาดไม่เป็นอีก อย่าไปหลงเชื่อ ฝ้าทำให้หายจากบนใบหน้าได้ (ตามความรุนแรงของแต่ละคน) แต่ไม่หายขาดหรือถาวรสามารถกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ หากดูแลตัวเองไม่ดี แม้ว่าจะดูแลอย่างดีเพียงใด ฝ้าและกระแดดก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ทุกเวลา เพราะคงไม่มีใครที่จะป้องกันตนเอง ไม่ให้โดนแสงทุกชนิดได้ตลอด 24 ชั่วโมงตลอดปีเมื่อกำเริบให้กลับมาทาครีมลดรอยดำอีกตามขั้นตอนเดิม

การเลือกครีมทาฝ้าอย่างดี ครีมกันแดดที่ดี สำคัญพอๆ กับการเลือกครีมไวท์เทนนิ่ง ควรตรวจดูว่าครีมกันแดดที่คุณใช้ ดีพอหรือยัง อย่ามาตกมาตายตอนจบหลังจากเสียเงินซื้อไวท์เทนนิ่งมาแพงแสนแพง แต่ได้ประโยชน์ไม่เต็มก็เพราะครีมกันแดด ที่ใช้อยู่ไม่ช่วยอะไร

สารป้องกัน UVA ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือ Zinc oxide ความเข้มข้นเกินร้อยละ 2 ขึ้นไป จะป้องกัน UVA I ได้ถึงคลื่นความยาว 380 นาโนมิเตอร์ เมื่อผนวกกับสารกันแดดอีกชนิดหนึ่งคือ Titanium dioxide ซึ่งป้องกันคลื่นความยาวช่วง UVA II และ UVB จึงจะเป็นสารกัน UV ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คือป้องกันได้ครบทั้ง UVA I , UVA II และ UVB ถ้าทาเป็นประจำตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป จะป้องกันคอลลาเจนในผิวหนังให้ถูกทำลายช้าลงกว่าอายุจริงดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์กันยูวีเพื่อปกป้องความเยาว์วัย นอกว่าจะดูประสิทธิภาพในการป้องกัน UVB โดยดูที่ SPF 15 – 30 สำหรับทาในที่ร่ม และ SPF 50 – 60 ขึ้นไปสำหรับทาเมื่ออยู่กลางแจ้งแล้ว ควรมองหาส่วนผสมว่ามีสารป้องกัน UVA ทั้ง I , II นั่นคือ ทำให้เกิดรอยย่นและหย่อนคล้อยช้าผิดปกติ และป้องกันกระ มะเร็งผิวหนังได้ผลอย่างแท้จริงด้วยดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์กันยูวีเพื่อปกป้องความเยาว์วัย นอกว่าจะดูประสิทธิภาพในการป้องกัน UVB โดยดูที่ SPF 15 – 30 สำหรับทาในที่ร่ม และ SPF 50 – 60 ขึ้นไปสำหรับทาเมื่ออยู่กลางแจ้งแล้ว ควรมองหาส่วนผสมว่ามีสารป้องกัน UVA ทั้ง I , II นั่นคือ Titanium dioxide และ Zinc oxide ครบ

วันหลังมาต่อกันในเรื่องของการเลือกครีมไวท์เทนนิ่ง เพื่อลดปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า ให้หน้าสวย ใส