ในปัจจุบันนี้ เรามักพบเจอแฟชั่นทรงผมกันหลากหลาย แต่หารู้ไม่ ทรงผมเหล่านี้แทบจะเกือบทั้งหมด ได้ถูกออกแบบและเคยเป็นที่นิยมมาแต่สมัยก่อนแล้วแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ผมทรงบ๊อบ ผมสั้น หน้าม้า ได้เคยผ่านการออกแบบมาจาก ปรมาจารย์ช่างผมชื่อดังระดับโลกชาวอังกฤษมาแล้ว

ถ้าคุณดูไม่ดี เราก็ดูไม่ดี (If you don′t look good, we don′t look good) เป็นสโลแกนหรือคำขวัญที่ติดปากของ วิดัล แซสซูน ปรมาจารย์ช่างผมชื่อดังระดับโลกชาวอังกฤษ เจ้าของร้านเสริมสวย โรงเรียน และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมยี่ห้อ วิดัล แซสซูน ยึดถือมาตลอดในการทำผมลูกค้าให้ออกมาดูดีสุดฝีมือ

คุณลองมองดูดีๆ แล้วคุณจะอึ้งไปเลย เมื่อพบว่าทรงผมที่ วิดัล แซสซูน เคยออกแบบไว้เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผมทรงบ๊อบ ผมสั้น หน้าม้า ที่แซสซูนเคยตัดให้แมรี ควอนท์ ดีไซเนอร์ชื่อดังของอังกฤษ และทรงผมซอยสั้นที่ปรมาจารย์ช่างผมชื่อดัง เคยตัดให้ มีอา ฟาร์โรว์ นางเอกดังฮอลลีวู้ดยุคซิกซ์ตี้ ตอนนี้ได้กลับมาฮิตอีกครั้ง และดูเก๋ไก๋ ทันสมัยมากในยุคนี้

แฟชั่นทรงผมสมัยใหม่ ย้อนยุคไปถึงสมัยเก่า ยังฮิต ของ Vidal sassoon

วิดัล แซสซูน ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนในวัย 84 ปี ที่บ้านพักในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยโฆษกส่วนตัวของช่างผมชื่อดังบอกว่า แซสซูนล้มป่วยด้วยโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือดขาวมาหลายปี นับเป็นช่างผมที่ลุกขึ้นมา ปฏิวัติ แบบผมในยุคฟิฟตี้ และซิกซ์ตี้ ที่ผู้หญิงยังต้องเสียเวลาในการเข้าร้านทำผมนานมาก เพื่อนั่งให้ช่างม้วนโรลผม ฉีดสเปรย์จนเส้นผมแข็ง หรือทำทรงผมแบบ จัดหนัก

แต่แซสซูนกลับรู้สึกว่า เขาอยากออกแบบทรงผมที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถประหยัดเวลา และสามารถดูแลได้เองง่ายๆ อันเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ วอช แอนด์ แวร์ (wash and wear cuts) ทรงผมที่หลังจากสระผม แล้วใส่มูส หรือเจลแต่งผมนิดหน่อยก็จบ แต่การจะได้ทรงผมแบบนั้น ช่างผมจำเป็นต้องมีฝีมือการตัดที่เนี้ยบมาก

ถ้าใครรู้ประวัติของแซสซูน คงไม่แปลกใจที่แซสซูนใช้ความรู้เรื่องรูปทรงเรขาคณิตมาประยุกต์ใช้ในการตัดผม ครั้งหนึ่งเขาเคยให้ สัมภาษณ์ว่า ถ้าหากครอบครัวเขาไม่ยากจน เขาฝันอยากจะเรียนเป็นสถาปนิก แต่เพราะเกิดมาในครอบครัวยากจน จากพ่อแม่ที่มีเชื้อสายยิวทั้งคู่ในกรุงลอนดอน ช่วงชีวิตหนึ่งแซสซูนยังต้องอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของชาวยิวถึง 7 ปี

หลังจากพ่อทิ้งแม่ไปมีภรรยาใหม่ แต่แซสซูนเองก็ผ่านการแต่งงานมีภรรยาถึง 4 คน และมีลูกกับภรรยาคนที่สอง 3 คน อย่างไรก็ตาม แซสซูนยอมรับว่า ที่ชีวิตคู่ของเขาพัง เป็นเพราะเขาเป็นคนบ้างาน และทะเยอะทะยานมากเกินไป แต่การใช้ชีวิตคู่กับรอนนี่ ภรรยาคนที่ 4 แซสซูนสามารถครองรักอยู่ด้วยกันมาถึง 20 ปี กระทั่งเสียชีวิต

ช่างผมระดับปรมาจารย์ผู้นี้ ไม่เคยเรียนตัดผมเป็นเรื่องราว แต่เรียนรู้จากการเป็นเด็กสระผมในร้านเสริมสวย จากนั้นด้วยความสามารถและพรสวรรค์ แซสซูนสามารถเปิดร้านทำผมร้านแรกของตัวเองในกรุงลอนดอนได้ในปี 2497 แต่อาชีพทำผมของเขามาเริ่มรุ่งในยุค 60 เมื่อได้เหินฟ้าไปออกแบบทรงผมให้กับ มีอา ฟาร์โรว์ ในภาพยนตร์เรื่องโรสแมรีส เบบี้ เมื่อปี 2511 ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยค่าจ้างถึง 3,000 ปอนด์ หรือราว 150,000 บาทในยุคนั้น

แฟชั่นทรงผมสมัยใหม่ ย้อนยุคไปถึงสมัยเก่า ยังฮิต ของ Vidal sassoon

จากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาตามภรรยาคนที่ 2 และเปิดร้านผมของตัวเองร้านแรกในนิวยอร์ก และลอสแองเจลิส สามารถทำรายได้มากมายจากผลิตภัณฑ์วิดัล แซสซูน ซึ่งเป็นที่รู้จักและดังมากช่วงหนึ่ง

ที่มา นสพ. มติชน