เผยหนทางหนีแคลอรี่แบบง่าย ทำได้ง่ายมากสำหรับคนที่อยากผอมและอยากลดหุ่นให้สวยเพรียวลม หลายๆคนกินอาหารที่ไปเพิ่มปริมาณแคลอรี่อย่างไม่จำเป็นเพราะไม่ใส่ใจในสิ่งที่กำลังกินอยู่นั่นเอง งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงนิตยสาร British Journal of Nutrition ระบุว่า การกินอาหารแบบไม่ใส่ใจนั้นทำให้คุณไม่สนใจสัญญาณของร่างกายที่บอกว่าคุณอิ่มแล้ว พูดสั้นๆ ก็คือมันส่งผลให้คุณกินมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นหากอยากลดแคลอรี่ลง คุณก็ต้องกินอาหารที่บนโต๊ะไม่ใช่ที่หน้าทีวีหรือคอมพิวเตอร์ จะได้รู้สึกถึงปริมาณอาหารของคุณได้เต็มๆ จริงๆ

เพราะโดยปกติแล้ว…

เพศชาย ปกติทั่วไป จะต้องการพลังงานที่ใช้ต่อวัน ประมาณ 1,800-2,000 แคลอรี่ ส่วนผู้ชายที่ต้องทำงานหนัก หรือนักกีฬา ต้องการแคลอรี่ประมาณ 2,500-3,000 แคลอรี่ ต่อวัน
เพศหญิง ปกติทั่วไป จะต้องการพลังงานที่ใช้ต่อวัน ประมาณ 1,500-2,500 แคลอรี่ ส่วนหญิงที่มีการทำงานหนัก หรือนักกีฬา ต้องการแคลอรี่ประมาณ 2,000-2,500 แคลอรี่

หากใครได้รับแคลอรี่ที่เกินความจำเป็น ร่างกายจะเก็บสะสมเป็นพลังงานสำรองไว้ตามส่วนต่างๆ ทำให้เกิดส่วนเกินมากมาย แต่วันนี้น้องบิวเอง จะมานำเสนอวิธีหนีและห่างไกลแคลอรี่แบบง่ายๆ กันค่ะ เริ่มกันเลย..

หนทางหนีแคลอรี่แบบง่าย

การลดน้ำหนักอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะถ้าท้องของคุณเอาแต่ครืดๆคราดๆร้องหาจานโปรดอยู่นั่นแหละ แต่เราก็มีวิธีช่วยให้คุณลดปริมาณแคลอรี่ได้ง่ายๆ และนี่คือ 10 หนทางหนีแคลอรี่ โดยที่คุณไม่ต้องรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอยู่ตลอดเวลา

การทำอาหารจากของเหลือๆในตู้เย็นเป็นวิธีที่นอกจากจะประหยัดสตางค์แล้วยังประหยัดแคลอรี่ได้อีกด้วย แต่ขอให้ใส่ใจว่าคุณกำลังทำอาหารบนภาชนะแบบไหน เพราะการใช้น้ำมันจะเพิ่มปริมาณแคลอรี่ในอาหารได้ง่ายๆอีกเป็นร้อยๆแคลอรี่ (น้ำมันทั่วๆไป 1 ช้อนโต๊ะมีถึง 120 แคลอรี่) ที่คุณสามารถลดแคลอรี่ได้ส่วนนี้ได้ง่ายๆด้วยการใช้กระทะที่เคลือบสารเทฟลอนกันอาหารติด จะได้ใช้น้ำมันได้น้อยลงหรืออาจจะไม่ต้องใช้เลยก็ได้นะ

การทำอาหารเมนูสุดโปรดด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณสามารถลดแคลอรี่ลงได้ เพราะคุณรู้ว่าคุณใส่อะไรลงไปบ้างและจะเปลี่ยนอะไรที่ช่วยลดแคลอรี่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนน้ำตาลเป็นน้ำหวานดอกโคม(ที่หวานกว่าจึงใช้ปริมาณน้อยกว่า) เปลี่ยนครีมเป็นนมหรือโยเกิร์ตพร่องมันเนย ใช้กะทิไขมันต่ำในแกงจานโปรด ฯลฯ นอกจากนี้การลงมือทำอาหารยังเป็นการเผาผลาญพลังงานได้ฟรีๆอีกซะด้วย

วิธีห่างไกลแคลอรี่ ง่ายๆ

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีการลดแคลอรี่ในจานอาหารของคุณ ก็ลองใส่พวกเครื่องเทศ สมุนไพร หรือพริกลงในอาหารของคุณดูสิ การเติมเครื่องเทศและสมุนไพรจะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารจานโปรดโดยที่ไม่ต้องไปเพิ่มปริมาณแคลอรี่แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เครื่องเทศอย่างพริก ซินนามอน พริกไทย และขิงยังมีส่วนช่วยลดน้ำหนักคุณได้จริงๆ เสียด้วย

ถ้าคุณคิดว่าคุณกินอาหารรักสุขภาพพอแล้วแต่ก็ยังน้ำหนักขึ้นอยู่ดี คุณอาจต้องลองดูว่าคุณใช้เครื่องปรุงอาหารแบบไหนบ้างแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุงมันๆ น้ำตาลเยอะๆ หรือซอสอะไรที่อาจจะไปเพิ่มแคลอรี่ได้หรือเปล่า ถ้ามีก็ลองเปลี่ยนเป็นเครื่องปรุงที่มีแคลอรี่น้อยๆอย่างซอสซัลซา บราวน์มัสตาร์ด หรือไม่ก็เลิกใช้เครื่องปรุงไปเลยก็ยิ่งดี

แม้ว่าเราจะกินอาหารแค่ 3 มื้อต่อวันตามธรรมดา แต่บางคนอาจจะเคยชินกับการกินอาหารที่เยอะเกินจำเป็น ซึ่งนั้นก็หมายความว่าอันที่จริงเราอาจจะกินอาหารในปริมาณที่มากเกิน 3 มื้อต่อวันไปไกลแล้วก็ได้ หลายๆคนคงคุ้นเคยกับการตักอาหารให้พอดีจาน ดังนั้นคุณอาจจะลองเปลี่ยนไปใช้จานที่เล็กลงเผื่อว่ามันจะช่วยลดความอยากของคุณได้ แม้ว่าไซส์ใหญ่อาจจะดูคุ้มกว่า แต่ถ้าอยากควบคุมน้ำหนักคุณก็ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้นะ

ปกติแล้ว ร่างกายเราใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพื่อที่จะรู้สึกว่ากินอิ่มพอแล้ว นั่นหมายความถ้ารีบกินเร็วๆ คุณก็จะกินได้มากขึ้นก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าอิ่มแล้วนั่นเอง รายงานการวิจัยที่ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร American Journal of Clinical Nutrition ระบุว่าคนที่เคี้ยวอาหารมากกว่า 40 ครั้งก่อนกลืน จะได้รับปริมาณแคลอรี่ที่น้อยลงกว่า 12% เมื่อเทียบกับคนที่เคี้ยวแค่ 15 ครั้ง รู้แล้วก็ลองใช้เวลาเคี้ยวอาหารของคุณนานๆ ดูนะ เผื่อจะผอมลงได้

ในขณะที่หลายๆคนใส่ใจเรื่องแคลอรี่ในอาหาร แต่กลับละเลยแคลอรี่ในเครื่องดื่มซะอย่างงั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นแหล่งแคลอรี่ชั้นดี รวมไปถึงน้ำอัดลม น้ำปั่น กาแฟ หรือแม้แต่น้ำผลไม้ก็สามารถอุดมไปด้วยแคลอรี่ได้มากมายทั้งๆที่ไม่ได้มีคุณค่าทางอาหารที่คุ้มค่ากันเลย ทีนี้ก็ลองเปลี่ยนเครื่องดื่มของคุณเป็นอะไรที่มีแคลอรี่ต่ำๆ อย่างน้ำสมุนไพร หรือน้ำเปล่าไปเลยก็ได้นะ

วิธีห่างไกลแคลอรี่ ง่ายๆ

วิธีการลดแคลอรี่ที่ไม่ต้องพยายามที่สุดก็คือการนอนนั่นเอง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบว่า คนนอนน้อยจะกินอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่สูงกว่าเมื่อตอนที่นอนพักมาพอถึง 300 แคลอรี่ต่อวัน นี่เป็นเพราะว่าการอดนอนจะไปกระตุ้นการสร้างฮอร์โมน Ghrelin ที่ทำให้รู้สึกหิว และยังไปลดระดับสาร Leptin ที่ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มอีกต่างหาก

ถ้าคุณอยากจะกินอาหารที่มีแคลอรี่ให้น้อยลง แต่ยังคงรู้สึกอิ่มอยู่ได้ คุณอาจจะต้องเลือกชนิดอาหารให้ถูกหน่อยซะแล้ว เลือกอาหารที่มีโปรตีนและใยอาหารสูงๆเข้าไว้ (เพราะมันทำให้คุณรู้สึกอิ่มได้มากและนานกว่า) พร้อมกับเลือกอาหารที่อยู่ท้องได้นานกว่าตามที่ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ได้ระบุว่ามีทั้งมันฝรั่ง ปลา ข้าวโอ้ต แอปเปิ้ล ส้ม พาสต้าแบบโฮลวีต เนื้อวัว ถั่ว องุ่น ขนมปังโฮลวีต และป๊อปคอร์น

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ความอ้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ทำให้มีความสนใจในการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักมากขึ้น อาหารเสริมลดน้ำหนักจึงเป็นที่นิยมกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักให้ได้ผลนั้น ต้องมีการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย หรือปรึกษาแพทย์หากจำเป็นต้องใช้ยา

ในการควบคุมอาหารนั้น ต้องเรียนรู้ว่าอาหารประเภทใดทำให้อ้วน ประเภทใดให้พลังงานมาก และควรเลือกรับประทานอย่างไร เช่น อาหารที่มีไขมันจะให้พลังงานมาก เพราะไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ น้ำตาลทรายเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมาก คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี่ ถ้ารับประทานกาแฟใส่น้ำตาล 3 ช้อนชา และคอฟฟีเมต 3 ช้อนชา จะได้พลังงานประมาณ 85 กิโลแคลอรี่ ถ้าดื่มกาแฟวันละ 3 ถ้วย จะได้พลังงานส่วนเกิน 255 กิโลแคลอรี่ และถ้ารับประทานคุกกี้ร่วมด้วย 2 อัน ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี่ พลังงานที่ได้รับก็จะเพิ่มขึ้นอีก ขนมหวานส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของทั้งแป้ง น้ำตาล และไขมัน ทำให้มีรสอร่อย และอาหารอีกประเภทหนึ่งที่มีไขมันมาก ได้แก่ อาหารที่มีแป้งและไขมัน เช่น มันแผ่นทอด ข้าวเกรียบทอด ขนมกรุบกรอบต่าง ๆ มักรับประทานได้เรื่อย ๆ ทำให้ได้รับพลังงานส่วนเกินมาก และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่รู้ตัว

อาหารคาวจำพวกอาหารจานเดียวที่รับประทานกันประจำ หลายชนิดให้พลังงานมาก รวมทั้งขนมหวานและขนมกรุบกรอบบางชนิด ปัจจุบันอาหารสำเร็จบรรจุถุงจะมีฉลากข้อมูลโภชนาการ ฉะนั้นก่อนรับประทานควรทราบว่า หนึ่งหน่วยบริโภค มีปริมาณเท่าไร และให้พลังงานกี่แคลอรี่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมพลังงานที่ได้รับได้ดีขึ้น

อ้างอิง msn dot com