เคล็ดลับแต่งหน้าวันนี้ บิวตี้ฟูลออลเดย์ขอนำเสนอเทคนิคการแต่งหน้า ในวันแบบพิเศษๆ ซักเล็กน้อย เนื่องจากสาวๆ หลายๆ คนไม่ค่อยชอบแต่งหน้าเวลาอยู่กับบ้านมากนัก เพราะคิดว่าตัวเองสวยแล้ว หรือไม่ได้ไปไหนจะแต่งหน้าไปให้ใครดูกันล่ะ หรือขี้เกียจ ฯลฯ แต่จริงๆ แล้วแต่งหน้าก็สามารถแต่งได้ทุกวันแม้ว่าวันนั้นจะไม่ได้ไปไหนเลยก็ตาม อย่างน้อยก็ให้ดูสวยอยู่ตลอดเวลา วันนี้บิวตี้ฟูลออลเดย์เลยอยากจะแนะนำเกี่ยวกับวันพิเศษๆ สักเล็กน้อยค่ะ

การแต่งหน้าในวันพิเศษ วันที่สาวๆ ต้องออกจากบ้านไปทำธุระ หรือไปงานใดๆ ก็ตาม เคล็ดลับแต่งหน้านี้ทำง่ายในการแต่งหน้าสำหรับวันพิเศษให้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเด้งเนียนใส แม้จะผ่านไปนานสักกี่ปีการแต่งหน้าของคุณก็จะดูสวยอยู่เสมอทีเดียว เพราะไม่ว่าสาวไหนๆ ก็อยากดูดีที่สุดในวันพิเศษกันทั้งนั้น ทั้งงานรับปริญญา งานแต่ง งานบวช งานรื่นเริง หรือแม้กระทั้งวันธรรมดาๆ ที่ต้องไปพบเจอเพื่อนฝูงมากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องเจอแน่ๆ คือการถ่ายรูป แล้วจะแต่งหน้ายังไงให้ขึ้นกล้องล่ะ

เคล็ดลับการแต่งหน้าวันนี้ที่เรานำมาฝาก เป็นวิธีการแต่งหน้าให้ถ่ายรูปแล้วสวยเริด ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่เมื่อกลับมาดูภาพอีกครั้งคุณก็ยังจะดูสวยอยู่เสมอและไม่ดูเชยเคล็ดลับแรกคือต้องแต่งหน้าในแสงธรรมชาติ แต่ถ้าอยู่ในอาคารก็ให้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในห้องที่มีไฟสีเหลืองนวล เพราะจะทำให้สีเพี้ยนหรือแต่งหน้าหนาเหมือนงิ้วได้ง่ายๆ ทางที่ดีควรจะแต่งหน้าในแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งถ้าแต่งหน้าในแสงไฟสว่างๆ แล้วสวย ไม่ว่าคุณจะออกไปอยู่ในสภาพแสงแบบไหนก็จะดูสวยสำหรับขั้นตอนพื้นฐานที่ทำได้ทั้งหญิงและชายคือทาแป้งฝุ่น เมื่อถ่ายรูปแล้วเปิดแฟลชหน้าจะได้ไม่มันเงา โดยใช้แปรงหัวใหญ่ขนแปรงนุ่มปัดบางๆ บริเวณที่จะถูกแสงกระทบมากที่สุดคือ จมูก แก้ม และหน้าผาก โดยอาจต้องเติมแป้งเป็นระยะเมื่อเห็นว่าแป้งเริ่มหลุดหรือหน้าเริ่มมัน

หากคุณต้องอาศัยช่างมืออาชีพให้ช่วยแต่งหน้าให้ ควรลองซ้อมแต่งหน้าดูก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบ และลองถ่ายรูปทั้งในแสงธรรมชาติและเปิดแฟลชด้วยว่าออกมาพอดีหรือไม่ เพราะบางทีการแต่งหน้าที่ดูไม่ค่อยสวย เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้วอาจดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าการแต่งหน้าแบบที่แต่งในชีวิตประจำวัน

makeup artist เทคนิคการแต่งหน้า เคล็ดลับการแต่งหน้าใส แบบดารา

ถ้าเป็นงานที่ยาวนานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรองพื้นดีๆ ที่จะไม่ไหลเป็นคราบเมื่อถูกเหงื่อ และไม่เปลี่ยนสีหรือไหลเยิ้มเมื่อเจอความร้อน และเมคอัพ 3 อย่างที่ต้องมีติดตัวคือดินสอเขียนขอบตา ชิมเมอร์อายแชโดว์ และลิปกลอสสีสวยๆ เพื่อจะได้เติมหน้าให้ดูสวยสดใสเหมาะกับงานช่วงกลางคืนด้วย ข้อควรระวังคืออย่าแต่งหน้าอินเทรนด์เกินไป เช่นลากอายไลเนอร์ยาวเฟื้อย แต่งตาแบบสโมคกี้อาย หรือปัดแก้มแดงแจ๋ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วกลับมาดูรูปอีกครั้งคุณจะดูเชย ทางทีดีควรแต่งหน้าแบบคลาสสิคในโทนนู้ดจะได้ดูเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ขึ้นไป สามารถแต่งหน้าให้ดูสดใสโดยใช้เมคอัพโทนสว่างที่จะสะท้อนแสงทำให้หน้าดูมีน้ำมีนวล แต่ต้องกลมกลืนกับโทนสีผิวด้วยจะได้ดูไม่หลอกตา และทาชิมเมอร์บางๆ ลงบนโหนกแก้มเพื่อเพิ่มประกายสดใสให้ใบหน้า

ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับการดูแลผมสำหรับวันพิเศษสักเล็กน้อย เพราะถ้าหน้าเด้งแต่ผมแห้งกรอบก็จะทำให้ความสวยลดลงกว่าครึ่ง อยากให้ผมสวยสุขภาพดีควรหมักผมสัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรืออย่างน้อยสองสัปดาห์ครั้งอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันงาน และหากต้องการตัดผมควรตัดผมก่อนวันสำคัญประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพราะหากมีข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขทัน

อ้างอิง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่งหน้าในวันพิเศษ