อย่างที่ได้เคยว่าไว้ ความแก่ ความชรา เป็นสาเหตุที่ทำให้บรรดาสาวๆ หันมาใส่ใจในสุขภาพผิวมากขึ้น จนถึงขนาดต้องเข้าไปจัดการกับระบบ เซลล์ เพราะความชรานี้เกิดการสั่งสมความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบชีววิทยาตามกาลเวลา ที่นำไปสู่การตายของเซลล์ ความล้มเหลวของการทำงานของร่างกายนี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มมากขึ้นตามวัยที่สูงขึ้น ร่วมกับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำรงชีวิตหรือโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดและเพิ่มความเสื่อมให้กับร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ

ตามธรรมชาติแล้วร่างกายของเราเมื่ออายุมากขึ้น ก็ต้องมีความเสื่อมของเซลล์เกิดมากขึ้นเป็นธรรมดา แต่ทำไมคนบางคนอายุเท่ากัน แต่ดูอายุห่างกันเป็นสิบปี ทำไมคนบางคนแม้อายุที่เพิ่มขึ้นแต่กลับดูไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงดูดี อ่อนกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันมากมาย คำตอบของคำถามโลกแตกข้างนั้นก็คือ เซลล์ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เซลล์ต้นกำเนิดจะลดลงไปตามวัยหรือเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้ผมหงอก ผมร่วง ผิวเหี่ยวย่น แผลหายช้า มนุษย์จึงพยายามหาวิธีชะลอวัยเพื่อความเป็นอมตะ จึงมีคำถามว่าเซลล์ต้นกำเนิดสามารถช่วยชะลอวัยได้จริงหรือ

บางคนยอมลงทุนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปฉีดเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์เป็นประจำทุกปีเพราะมีความเชื่อว่า จะช่วยให้สุขภาพดีและอ่อนเยาว์ อย่างเช่นดาราหรือนักร้องดังในอเมริกาที่มีกระแสข่าวว่าพวกเขาดูอ่อนวัยทั้งหน้าตาและสุขภาพ ก็เนื่องมาจากการฉีดเซลล์ต้นกำเนิด จริงเท็จแค่ไหนคงมีเจ้าตัวเท่านั้นที่จะตอบได้ เมื่อกระแสสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดโด่งดัง จึงมีการนำชื่อสเต็มเซลล์มาใช้โฆษณาผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย ทำให้หลายๆ คนคลางแคลงใจว่า สเต็มเซลล์ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีประสิทธิภาพจริงหรือ หรือการฉีดเซลล์ต้นกำเนิดจะช่วยให้สุขภาพดีหรืออ่อนวัยจริงหรือเปล่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน ซึ่งดร.นพ.พัฒนา เต็งอำนวย อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและผู้อำนวยการบริษัทสเต็มเซลล์ฟอร์ไลฟจำกัด ได้อธิบายไว้ว่า

cell-therapy เซลล์บำบัดช่วยชะลอวัยจริงหรือ

เหตุที่คนเราแก่ก็เพราะว่าเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ของเราเสื่อมสภาพหรือลดจำนวนลง เช่น ผมที่เคยดกดำก็กลับหงอก บางคนผมร่วงแล้วเส้นผมไม่งอกคืนมาเหมือนเดิมจึงส่งผลให้ศีรษะโล้น แผลที่เคยเป็นและหายง่ายสมัยเป็นเด็ก แต่พอเป็นผู้ใหญ่เมื่อเป็นแผลแล้วกลับหายยาก ฉะนั้นคนเราจึงเชื่อกันว่า เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์มีหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อเราถึงวัยชราและเซลล์เหล่านี้ได้ตายจากไปจึงทำให้เราแก่ ทั้งนี้นักวิจัยเชื่อกันว่า คนเราสามารถนำเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ได้ 2 วิธีคือ

  • ฝากเก็บไว้ก่อน โดยมีบริษัทรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด อย่างเช่น เจ้าชายเฟลิเป้และเจ้าหญิงเลติเซียแห่งประเทศสเปนได้นำเซลล์ต้นกำเนิดของพระธิดาองค์โตไปฝากไว้กับธนาคารเลือดแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ยืมเซลล์ต้นกำเนิดจากที่อื่น หรือการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน

นอกจากนี้ในทางการแพทย์ยังได้มีการนำเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เป็นเวลานานแล้วโดยไม่รู้ว่านั่นคือเซลล์ต้นกำเนิด เช่น ใช้รักษาสตรีที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ให้กลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น ฯลฯ และเมื่อถามถึงเรื่องเกล็ดเลือดที่มีข่าวว่ามีการนำมาปั่นเพื่อใช้ทางด้านความงามนั้น คุณหมออธิบายว่า ตามทฤษฎี หากมีการนำเกล็ดเลือดมาปั่นแล้วมีการกระตุ้นด้วยสารแคลเซียมเพื่อให้เกล็ดเลือดสร้างสารชีวภาพ (สารชีวภาพมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ) อย่างเช่น ถ้าเป็นแผลเลือดออกไม่หยุด ถ้าเรากดตรงบาดแผลไว้สักพัก เกล็ดเลือดจะทำงาน มันจะหยุดไหล และมีการพบว่าบริเวณที่เลือดหยุด แผลจะหดตัวตึงขึ้น เป็นหลักการเดียวกันกับการฉีดเกล็ดเลือดไปใต้ผิวหนังซึ่งส่งผลให้ตัวสารเคมีที่สร้างขึ้นมาช่วยให้ผิวหนังห่อตัวขึ้น แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในระยะยาวว่าจะดีมากน้อยแค่ไหน

ส่วนในเรื่องผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่โหมโฆษณาว่ามีสเต็มเซลล์เป็นส่วนผสม คุณหมอกล่าวว่า “ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เซลล์ต้นกำเนิดที่ใช้ฉีดหรือเสริมความงามเป็นเซลล์จริงๆ หรือเป็นผลิตภัณฑ์จากเซลล์ เพราะตามหลักทฤษฎีแล้ว ถ้าเอาเซลล์ไปใส่ในครีม เซลล์ที่ใส่ไปจะตาย แต่เป็นไปได้ว่า เขาอาจสกัดมาจากสเต็มเซลล์ของแอปเปิ้ลโดยที่สเต็มเซลล์ได้ตายจากไปแล้ว เมื่อมีคำว่าสเต็มเซลล์จึงทำให้คนตื่นเต้นตามกระแส แต่ในความเป็นจริงแล้ว สเต็มเซลล์ที่เป็นผง เป็นน้ำใสๆ หรือเป็นครีม ถ้าเป็นเซลล์ตัวจริง หากอยู่ในอุณหภูมิห้อง มันจะตายหมด เขาอาจมีผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากเซลล์หรืออื่นๆ คือถ้าเป็นเซลล์จริงๆ จะต้องแช่แข็ง ปัจจุบันมีการผลิตเซลล์ในประเทศจีนหรือประเทศเยอรมนี

stem-cell-therapy เซลล์บำบัดช่วยชะลอวัยจริงหรือ

แต่เราไม่รู้ว่า เป็นเซลล์อะไร เป็นสเต็มเซลล์รุ่นไหน ที่เขาทำกันคือ เป็นเซลล์ของสัตว์ตัวอ่อนซึ่งนักวิจัยพบว่า ถ้าเอาเซลล์ตัวอ่อนของสัตว์มาแยกให้บริสุทธิ์แล้วฉีดจะได้ผลในแง่ของสุขภาพและความงามซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนได้ผลดีหรือบางคนอาจไม่ได้ผล ดังที่เราเห็นกันว่า ดาราต่างประเทศดูเด็กทั้งตัว ไม่ได้เต่งตึงแค่ผิวพรรณเพราะบางคนอาจมีใบหน้าเต่งตึงแต่ถือไม้เท้า พูดเสียงสั่น เมื่อคนเรากลัวแก่ จึงพยายามไขว่ขว้าหาความอ่อนเยาว์ทั้งสุขภาพภายในและภายนอกซึ่งไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปทำอะไรมา บางประเทศยอมรับว่าการฉีดเซลล์เป็นแพทย์ทางเลือกโดยการฉีดเซลล์ของแกะหรือใช้เซลล์จากปลา แต่รกแกะไม่มีเซลล์ มันเป็นสารสกัดธรรมดาที่นำมาฉีด ซึ่งมันไม่มีเซลล์แล้ว หรืออาจเป็นสารสกัดจากเซลล์ซึ่งในสารนั้นมีสารชีวภาพ มีโมเลกุลที่อาจมีผลต่อสุขภาพและความงาม ที่สำคัญคือมีการนำสารสกัดดังกล่าวมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ใช้ประทินผิวซึ่งต้องดูผลลัพธ์ ถ้าใช้แล้วไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจะเสียเงินไปทำไมให้เปล่าประโยชน์ หรือบางประเทศที่เสรีมีโฆษณาว่า มีการนำเซลล์ตัวอ่อนของคนมาใช้ได้ คนที่ต้องการอมตะตลอดชีวิตก็อยากจะเชื่อตามนั้นเพราะความกลัวแก่นั่นเอง”

เซลล์บำบัดที่มาแรงในปัจจุบันคือ เซลล์มีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cell) พบว่าเป็นสเต็มเซลล์ที่อยู่ในไขกระดูก ทั้งนี้มีการทดลองแล้วพบว่า ถ้าเราทำการปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้สเต็มเซลล์เม็ดเลือดไปปลูกถ่ายไขกระดูก จะได้ผลระดับหนึ่ง แต่เมื่อใส่สเต็มเซลล์มีเซนไคม์เข้าไปด้วย จะได้ผลดีกว่า ปัจจุบันสเต็มเซลล์มีเซนไคม์โด่งดังเพราะมีการนำไปใช้รักษาโรคปวดเข่า ปวดข้อ หรือแม้กระทั่งเซลล์ไขมันที่ฉีดเสริมเต้านม ก็คือสเต็มเซลล์มีเซนไคม์ ชนิดเดียวกัน ข้อดีของสเต็มเซลล์มีเซนไคม์คือ สามารถใช้ข้ามคนได้ ไม่มีปฎิกิริยาต่อกัน

เมื่อถามถึงเซลล์ไขมันคุณหมออธิบายว่า “มันมีเซลล์อยู่แล้วและพร้อมที่จะโตเป็นไขมัน แต่มันไม่พร้อมที่จะโตเป็นอย่างอื่นเพราะมันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเซลล์ไขมัน เซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่พร้อมจะแบ่งตัวเป็นเซลล์อื่น ตามสภาวะแวดล้อมที่มันอยู่ อย่างเช่น การนำเซลล์มีเคนไซม์จากไขกระดูกฉีดเข้าไป ถ้าร่างกายมีการอักเสบ เซลล์จะมีสัญญาณบอกให้เซลล์ไปซ่อมที่นั่น แต่ถ้าร่างกายปกติ เซลล์ส่วนใหญ่ก็ไม่ทำอะไร ฉะนั้นเซลล์จะต้องมีสิ่งแวดล้อมที่จะมาบอกให้มันเจริญเติบโต อย่างเช่น ฉีดเข้าเต้านมหรือสะโพก มันจะแบ่งตัวอย่างที่มันเป็น แต่เมื่อมีการนำเซลล์ไขมันมาเพาะเลี้ยงโดยสกัดเอาไขมันออกแล้วเลี้ยงในจานทดลอง จากนั้นใส่สารชีวภาพบางชนิดลงไป เซลล์จากไขมันจะโต บางตัวโตไปเป็นกระดูก หรือกลายเป็นกระดูกอ่อนซึ่งขึ้นอยู่กับสารชีวภาพที่เลือกใส่ ฉะนั้นเซลล์ต้นกำเนิดยังไม่ได้กำหนดบทบาทตัวเองว่า มันจะเป็นเซลล์อะไร แต่ร่างกายเป็นตัวกำหนดบทบาทให้มัน”

ส่วนการนำไขมันจากคนไข้เองมาฉีดเสริมบางส่วนของร่างกายนั้น บางครั้งก็ไม่ได้ผล เหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นที่คาดกันว่า ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและวิธีการ มีการพบว่าการดูดไขมันส่งผลมากต่อจำนวนเซลล์ที่ได้ การใช้อัลตร้าซาวด์หรือใช้เลเซอร์จะมีผลให้เซลล์ส่วนใหญ่ตาย ฉะนั้นการดูดไขมันจากที่หนึ่งไปใช้อีกที่หนึ่งไม่ควรใช้ความรุนแรงเพราะแม้ว่าเซลล์อาจไม่ตายแต่มันอาจไม่โตหรือไม่พร้อมที่จะแบ่งตัวซึ่งยังไม่มีการศึกษาว่ามีสาเหตุจากอะไร แพทย์บางคนจึงนิยมใช้วิธีการดูดไขมันแบบโบราณซึ่งเป็นวิธีที่นุ่มนวลก็จะไม่ทำให้เซลล์ตายซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้เลเซอร์หรืออัลตร้าซาวด์

“แพทย์ปัจจุบันรู้ว่า เซลล์ทุกเซลล์และร่างกายมีพลังงาน บางทีเราได้นำพลังงานมาใช้รักษาโรคแต่เราไม่ยอมรับมันหรือเราไม่รู้ว่ามันเป็นพลังงาน เช่น การฝังเข็มเป็นพลังงานสาร ในอดีตคนป่วยไปเดินย่ำชายทะเลและรับแสงแดดก็ช่วยให้อาการป่วยดีขึ้นซึ่งเป็นการรับพลังงานนั่นเอง คนที่เชื่อเรื่องพลังงานศาสตร์เป็นกลุ่มที่เชื่อเรื่องธรรมชาติบำบัด คือเข้าไปสู่ธรรมชาติ อยู่บ้านดิน เวลาจะกินผักจะแนะนำให้กินผักสดแทนการต้มจนเปื่อย พลังงานศาสตร์เป็นสิ่งหนึ่งที่ศึกษายากและพิสูจน์ยากเช่นเดียวกับการนำเซลล์มาฉีด”

อ้างอิง mycosmeticbeauty.com เรื่อง เซลล์บำบัดช่วยชะลอวัยจริงหรือ?