การแก้ปัญหา ถุงใต้ตาบวม

ในบรรดาสาวที่น่ารักอย่างเราๆ นั้นเรื่องความสวยความงามต้องมาเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะปัญหาขอบตาบวมช้ำ หรือปัญหาถุงใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า จำเป็นที่จะต้องอาศัยเทคนิคความสวยเฉพาะหน้าเพื่อแก้ปัญหา พร้อมสำหรับการออกไปข้างนอกอย่างไม่ต้องกังวลใจ แต่ก่อนที่จะแก้ไข ลองมาดูสาเหตุกันก่อนเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้ขึ้น สำหรับปัญหาถุงใต้ตาบวมนั้น เกิดได้จากสาเหตุใดบ้าง มาดุกันเลย

ปัญหาถุงใต้ตาบวมช้ำ

ซึ่งแพทย์หญิงอัจจิมา สุวรรณจินดา แนะนำสาเหตุปัญหาขอบตาบวม ว่าอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นตาบวมเพราะมรดกตกทอดที่ได้มาจากพ่อแม่ เป็นถุงใต้ตาพิมพ์เดียวกันหมด ไม่ผ่าเหล่าแน่นอน ปัญหาภูมิแพ้ เกิดจากการบวมน้ำ น้ำคั่ง การชอบรับประทานอาหารเค็มอยู่ตลอด หรือ อาจมาจากเรื่องของอายุ ซึ่งเมื่อเวลาเราแก่ตัวลง ถุงใต้ตาจะหย่อนออกมามากกว่าช่วงหนุ่มสาว โดยกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาจะไม่สามารถพยุงถุงไขมันใต้ตาเอาไว้ได้ และทำให้ขอบตาป่องออกมา (บางคนก็บอกว่าทรัพย์ดี ของแบบนี้ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ) มาอ่านรายละเอียดของขอบตาบวมแต่ละแบบกันดังนี้

การแก้ปัญหา ถุงใต้ตาบวม ช้ำ

วิธีแก้ปัญหา ถุงใต้ตาบวม

  • ถุงใต้ตาบวมจากอาการแพ้อาหาร ในคนที่แพ้อาหารบางรายมักมีอาการใต้ตาคล้ำบวมร่วมด้วยอันเกิดจากการทำงานผิดปกติของไตซึ่งทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ลองสังเกตตัวเองดูว่า มีอาการถุงใต้ตาคล้ำบวมหลังจากทานอาหารบางประเภทเข้าไปหรือไม่ อาหารบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เช่น นมจากวัวที่ถูกเลี้ยงโดยการฉีดฮอร์โมน พืชผักจีเอ็มโอ หรือที่มาจากการตัดแต่งพันธุกรรม ฯลฯ หากทราบว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดใดแล้วก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่ทานในครั้งต่อไป แต่หากมีอาการร้ายแรงชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ เป็นผื่น หรือแน่นหน้าอกหายใจลำบากควรพบแพทย์โดยเร็ว
  • ถุงใต้ตาบวมจากอาการก่อนมีประจำเดือน หากคุณสังเกตได้ว่าอาการใต้ตาบวมนั้นเกิดเป็นประจำทุกเดือนในช่วงไม่กี่วันก่อนประจำเดือนจะมาอาจเป็นไปได้ว่าอาการใต้ตาบวมของคุณเป็นหนึ่งในอาการ PMS (Premenstrual Syndrome) หรืออาการผิดปกติของผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน การบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติสามารถทำได้โดยทานอาหารที่ช่วยขับปัสสาวะอย่างชาเขียว หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งมากรวมทั้งลดเมนูอาหารที่ประกอบด้วยน้ำหรือน้ำแกงในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนรอบเดือนจะมา สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาการบวมคล้ำใต้ตาอันเนื่องมาจากการคั่งของน้ำในร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของฮอร์โมน
  • ถุงใต้ตาบวมเนื่องจากกรรมพันธุ์ ลองสังเกตคุณแม่หรือคุณยายของคุณดูว่าท่านมีถุงใต้ตาด้วยหรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือใช่ล่ะก็คุณคงไม่สามารถทำอะไรมากเพื่อกำจัดถุงใต้ตาที่คุณมีอยู่ได้ ที่พอทำได้คือพยายามดูแลตัวเองหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้ใต้ตาของคุณบวมคล้ำมากขึ้น ถึงแม้จะไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตานี้ออกไปได้แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่หลงเชื่อคำโฆษณาจากเครื่องสำอางค์หรือคอร์สเสริมความงามว่า จะลบถุงใต้ตาให้อันตรธานไปจากใบหน้าคุณได้
  • ถุงใต้ตาบวมเป็นปกติและยิ่งบวมมากขึ้นเมื่อมีอาการเหนื่อยล้า ทำงานหนัก หากคุณมีอาการใต้ตาบวมมากกว่าคนทั่วไปเป็นปกติและยิ่งบวมมากขึ้นเมื่อรู้สึกอ่อนล้าหรือทำงานหนัก อาจมีสาเหตุมาจากการขาดโปรตีนจำเป็น กรดไขมันสำคัญ กรดโฟลิค และวิตามินบี คุณควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกทานอาหารที่มีโปรจำเป็นและมีวิตามินบี 12 อย่างเนื้อสัตว์และปลาและดื่มนมหรือทานผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนม เช่น ชีส ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี 6
  • ใต้ตาบวมเนื่องจากนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การเพ่งหน้าจอเป็นเวลานาน อาการใต้ตาบวมอันมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน อย่างนอนดึก เครียด ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทีวีเป็นเวลานาน ชั่วโมงการทำงานต่อเนื่องยาวนาน ความอ่อนล้าสะสม ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ ล้วนปรากฎออกมาในรูปของสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมและตาคล้ำบวม วิธีการบรรเทาอาการที่ดีที่สุด คือการหาเวลานอนหลับยาวๆ สักงีบ ให้ร่างกายได้พักผ่อนฟื้นตัวและซ่อมแซมตัวเองบ้าง โดยระหว่างนั้นคุณอาจใช้ถุงชาแช่เย็น แตงกวาสไลด์ หรือมาส์กสำหรับดวงตาแปะทิ้งไว้ที่ดวงตาด้วย และเพื่อแก้ปัญหาให้เห็นผลในระยะยาวคุณควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองเข้านอนเร็วขึ้นหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเครียด พักสายเป็นระยะหากต้องเพ่งมองหน้าจอเป็นเวลานานและเวลาพักผ่อนยามที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนล้า

กรณีขอบตาบวมเพราะอายุ

กรณีของขอบตาบวมที่เกิดจากถุงใต้ตานั้น จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดศัลยกรรมเข้าช่วย โดยอาจทำในแบบที่ผ่าตัดจากภายนอกแล้วเย็บเก็บหนังส่วนเกินที่ตัดทิ้ง หรือใช้วิธีผ่าตัดจากภายใน เอาถุงไขมันออก (วิธีหลังเหมาะกับผู้ที่อายุยังไม่มาก) โดยไม่ว่าวิธีใด ให้เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อที่จะสามารถให้คำปรึกษาได้ว่า จริงๆ แล้ว ถุงใต้ตาที่เป็นปัญหาขอบตาบวมของคุณควรเอาออกหรือไม่ อย่างไร เพราะบางครั้งคุณอาจเข้าใจผิดกับกล้ามเนื้อใต้ตาที่บวมโตผิดปกติ ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนใต้ตาเหมือนกัน หรืออาจเกิดจากการที่คุณมีร่องใต้ตาที่ลึก มองดูแล้วเหมือนผิวหย่อนเป็นถุงใต้ตา ซึ่งการแก้ไขปัญหาในแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน กรณีที่เกิดจากกล้ามเนื้อ อาจมีการใช้สาร Botulinum Toxin ฉีดให้กล้ามเนื้อคลายตัวเล็กลง เพียง 2-3 วัน ก้อนเนื้อกวนใจคุณก็จะหายไป แต่ถ้าเป็นจากร่องใต้ตาที่เกิดจากความเสื่อมของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จะแก้ปัญหาด้วยการฉีดสารเติมลงไปเท่านั้นเอง เช่น สารไฮยารูลอนิก คอลลาเจน หรืออาจเป็นไขมันของตัวเองก็ได้ทั้งนั้น ขอให้ปลอดภัยและสวยเป็นใช้ได้ คราวนี้ หน้าตาคุณก็ดูมีมิติ อิ่มเอิบ อ่อนเยาว์ และไม่ดูเศร้าสร้อย อดหลับอดนอนอีกต่อไป

ข้อควรระวังในการดูแลรักษาอาการถุงใต้ตาบวม

  • หากคุณมีอาการแพ้ชาบางชนิดควรใส่ใจกับประเภทของชาที่คุณนำมาใช้ประคบดวงตา
  • ไม่ใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งสัมผัสผิวหนังบริเวณรอบๆ ดวงตาโดยตรง
  • ใส่ใจกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาหรือการมาส์กดวงตาเองที่บ้าน หากอาการถุงใต้ตาบวมกลับเป็นมากขึ้นหรือมี
  • อาการข้างเคียงอื่นให้หยุดใช้ในทันทีและเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำปรึกษาและทำการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะอาการบวมใต้ดวงตาเกิดได้จากหลายสาเหตุการใช้ครีมสำหรับกระชับถุงใต้ตาหรือการบำบัดเองที่บ้านอาจไม่ใช่คำตอบที่ตรงจุด
  • ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนตัดสินใจทำทรีตเม้นต์เกี่ยวกับดวงตาใดๆ การทำความเข้าใจในปัญหาและวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างถูกต้องจะทำให้คุณไม่ต้องสูญเงินไปกับการทำทรีตเม้นต์โดยใช่เหตุ

ทราบสาเหตุและวิธีป้องกันไปแล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่าสาวๆ ทั้งหลายก็พร้อมที่จะเริ่มต้นกับความสวยในตลอดทั้งวันได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว

share on: