เคยคิดบ้างไหมว่า ผู้หญิงจากในบรรดาประเทศต่างๆ ทั่วโลก ถึงมีความสวยแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ ลักษณะสุขภาพผิว ที่ต่อให้ผิวดำตึ๊ดตื๋ออย่างไร หรือขาววิ๊งอย่างไร ก็จะมีสุขภาพผิวที่ดูสดใสและน่าสัมผัส แล้วบางประเทศมีภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยแก่การดูแลผิวเลย เรียกว่า หากผิวโดนแดดแม้แต่นิดเดียวแล้ว รับรองได้เสียไปหลายเดือนเลยทีเดียว วันนี้จะมาไขเคล็ดลับของความงาม ทั่วโลกกัน ว่า สาวๆ แต่ละประเทศนั้น เค้ามีเคล็ดลับในการดูแลผิวกันอย่างไรถึงมีสุขภาพผิวที่ดีได้

จากข้อความที่กล่าวกันว่า ที่ประเทศอินเดีย ส่วยด้วยขิงและน้ำผึ้ง ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่น จะใช้ร่มเป็นอาวุธลับความสวย ด้านประเทศสเปน นิยมน้ำแครนเบอรี่เพื่อเพิ่มความสวย เมื่อลองเปรียบเทียบดูแล้ว ข้อสรุปของจุดเด่น ในเคล็ดลับความงามของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนของโลก ล้วนแต่รักสวยรักงามทั้งสิ้น และต่างก็มีวิถีทางในการทำให้ตัวเองดูดีมีความงามอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่การพึ่งพามีดหมอหรือสารเคมีใดๆ อย่างประเทศบางประเทศที่ศัลกรรม เป็นเรื่องธรรมดาที่ถูกยึดถือมาเป็นการเติมความสวยแบบทางลัด

จากบทความของคอลัมนิสต์ชื่อดังอย่าง เคลลี เบเกอร์ ก็ได้แอบไปรวบรวมข้อมูลมาและนำมาเผยแพร่โดยอวดอ้างว่าเธอไปศึกษาเคล็ดความงามของผู้หญิงในมุมต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกมามากมาย ซึ่งทำให้คุณสาวๆ ทั้งหลายได้อ่านบทความของเธอแล้วไม่จำเป็นต้องเดินทางเพื่อไปทดลองทำเคล็ดลับความงามจากทุกมุมโลกเพราะคุณสามารถทำเองที่บ้านก็ได้

ซึ่ง เคล็ดลับความงาม ที่เคลลีระบุว่า โลกทั้งใบเป็นของผู้หญิง พวกเธอสามารถสรรค์สร้างวิธีทำให้สวยด้วยมือของพวกเธอกันเอง ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ เส้นผม ใบหน้า ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็หาได้จากสวนหลังบ้าน หรือไม่ก็ต้นไม้ในท้องถิ่นต่าง ๆ นั่นเอง โดยเธอบอกว่า โลชั่นหรือครีมมอยซ์เจอร์บำรุงผิวตามธรรมชาติของพวกผูหญิงไม่ต้องใช้เวลาเร่งรีบ แต่พวกเธอจะบ่มเพาะวิธีการทำครีมบำรุงแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกระบวนการของเธอจนเป็นที่มาของความลับแห่งความงาม และยกตัวอย่างจากการไปท่องเที่ยวรอบโลกเพื่อตามล่าหาเคล็ดลับความงามของสาว ๆ เช่น

สาวอินเดีย สาวที่อาศัยอยู่ในแถบภูเขาหิมาลัยซึ่งมีอากาศหนาวเหน็บตลอดทั้งปี ผู้หญิงที่นี่จะใช้เวลาตอนเช้าพิถีพิถันกับเครื่องดื่มที่ทำให้พวกเธอดูอ่อนวัยได้อย่างเหลือเชื่อ นั่นคือ น้ำขิงมาผสมกับน้ำผึ้ง และใส่น้ำร้อนดื่มกินแทนน้ำเป็นประจำทุกวัน

สาวญี่ปุ่น สาวแดนอาทิตย์อุทัยแทบทุกคนจะเอาใจใส่ในการปกป้องผิวสีขาวดั่งนมชงไม่ให้หมองคล้ำ ด้วยการแต่งกายหรือใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดแทนการใช้ครีมป้องกันแสงแดด และการอาบน้ำแร่ออนเซนผสมเปลือกส้มแมนดาริน นอกจากนั้นยังต้องเพิ่มเคล็ดลับความสวย ด้วยการเสริมกำแพงมิให้แสงยูวีมีทำลายผิวพรรณด้วยการถือร่ม เป็นอาวุธประจำกายตลอดเวลาหากต้องอยู่ในกลางแจ้ง และนี่คือเคล็ดลับที่ทำให้ผิวของสาวญี่ปุ่นสดใสท้าทายกาลเวลา

เคล็ดลับ บำรุงผิวสวย แบบดารา

สาวที่ออสเตรเลีย สาวอะบอริจินหรือสาวพื้นเมือง มักจะพึ่งพารากไม้ที่เรียกว่า yarrow ทำครีมบำรุงผิวเพื่อช่วยป้องกันผิวพรรณมิให้เกิดริ้วรอยและยังช่วยเรื่องการสร้างความมีน้ำมีนวลให้แก่ผิวอีกด้วย

สาวจากสาธารณรัฐโดมินิกัน พวกเธอมีเคล็ดลับทำให้เล็บงาม สดใส และแข็งแรง ตลอดเวลาจาก กระเทียม ซึ่งไม่ใช่นำมารับประทานเหมือนสูตรลับของประเทศอื่น ๆ แต่เธอฝานเป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำมันมาถูกับเล็บสัปดาห์ละครั้ง เมื่อขึ้นสัปดาห์ใหม่พวกเธอจะบรรจงตัดเล็บให้สวยตามอำเภอใจ แล้วก็นำกระเทียมมาถู บ้างก็มาขยี้กับซอกเล็บ ซึ่งเธอบอกว่า เป็นการกำจัดแบคทีเรียใต้เล็บได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

สาวงามจากประเทศสเปน มีสาวสวยนัยน์ตาคมแดนวัวกระทิงส่วนใหญ่ พวกเธอมักจะมีผมที่สลวยสวยงามและสีแปลกตาตามธรรมชาติ ปรากฏว่าเคล็ดลับการไฮไลต์ผมของพวกเธอก็คือ การใช้น้ำแครนเบอรี่นำไปหมักผมหลังจากที่สระผมด้วยแชมพูเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นน้ำมะนาวก็สามารถนำมาใช้ทดแทนได้ในกรณีนี้ได้หากขาดแคลนแครนเบอรี

สาวจากเบลีซ เป็นชาติขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง ริมทะเลแคริบเบียน มีอาณาเขตจรดประเทศเม็กซิโกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และจรดประเทศกัวเตมาลาทางทิศตะวันตกและทิศใต้ มีประเทศฮอนดูรัสเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงนั้น พวกเธอใช้น้ำมันมะพร้าวที่เป็นเหมือนขุมทรัพย์มหาสมบัติที่สำคัญ ทำให้สาวเบลีซเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการใช้ประทิวผิวหน้า ป้องกันรอยตีนกา และแก้ปัญหาผิวแห้ง นอกจากนั้นใช้เป็นเครื่องป้องกันแสงแดดที่จะทำลายผิวด้วย

แม้บทความนี้ไม่ได้บอกเคล็ดลับความงามเกี่ยวกับสาวไทย แต่สาวไทยอย่างเราก็มีขมิ้นชันและสมุนไพรอีกหลายตัวที่ทั่วโลกให้การยอมรับถึงคุณค่าการสร้างความงามแบบสปาของสาวเอเชียอย่างจริงแท้

เห็นได้ว่า เคล็ดลับความสวย มีได้จากทั่วทุกมุมโลก เราสามารถดัดแปลงธรรมชาติที่มี เพื่อความสวยที่ยั่งยืน ไม่เจ็บตัวเหมือนการไปศัลกรรมความงาม ที่ต้องแลกมาด้วยหลายสิ่ง

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.kapook.com