สาวๆ ทั้งหลายอาจเกิดอาการกลุ้มใจกับปัญหา รอยแดง และแผลเป็น ที่เกิดจากสิว ไม่ว่าจะบีบสิว หรือหาหมอรักษาแล้ว แต่การเกิดรอยแดงจากหัวสิวยังคงเป็นปัญหาหนักอกที่สาวๆ หลายคน หาทางไปไม่เจอ

เนื่องจากว่ามันยังคง แดงอยู่บนใบหน้าไม่หายไปง่ายๆ แล้วจะมีเคล็ดลับหน้าใสด้วยการลบรอยแผลเป็นวิธีไหนให้หน้าเนียนเกลี้ยงสุด จะทำอย่างไรให้รอยแดงที่เกิดจากสิว หายไปจากใบหน้า ให้มีใบหน้าใส สวย เหมือนเดิมได้

คำตอบนั้นไม่ยากเลยกับเคล็ดลับผิวสวย เพราะโดยปกติรอยแผลเป็นจากสิวถ้าไม่ได้มีการทำอะไรกับมันเลย รอยแดงรอยแผลที่เกิดจากสิวเหล่านั้นจะเริ่มเลือนและยุบหายไปเอง ในช่วงประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แต่สาวๆ คงไม่อยากเสียเวลานานขนาดนั้นเป็นแน่

เคล็ดลับหน้าใส ไร้สิว ด้วยการลบ รอยแดงจากสิว

รอยแดงที่เกิดขึ้นหลังปัญหาสิวนั้น เกิดจากการรักษาสิวที่ไม่ถูกวิธี หรือกรณีที่เป็นสิวอักเสบมาก หลังหายแล้วส่วนมากมักจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เสมอ เนื่องจากปฏิกิริยาการอักเสบของสิวทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ใต้ผิวหนังของเราลงไป

ผิวชั้นหนังแท้ซึ่งมีเส้นเลือดเป็นหลักสำคัญที่คอยกำหนดควบคุมการสร้างหรือจัดระเบียบเซลล์อื่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโพรงขน ต่อมไขมัน รวมถึงใยคอลลาเจน และใยอีลาสติน รอยแดงนี้เกิดจากการอักเสบ บวม ขยายตัวของเส้นเลือดฝอยลึกลงไปใต้ผิวหนังซึ่งร่างกายสร้างเป็นภูมิลำเลียงขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบ การที่รอยแดงจะหายไปนั้นก็ต้องรอเวลาให้มันสร้างเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปให้เกิดใหม่ขึ้นมาเอง แล้วรอยแดงจะค่อยๆ จางหายไป

ลบรอยแผลเป็น ที่เกิดจาก สิว เคล็ดลับความสวย เคล็ดลับความงาม เคล็ดลับหน้าใส ผิวสวยแม้ว่าไม่ได้แกะหรือบีบสิวก็สามารถทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้เสมอ เมื่อมีสิวควรรีบรักษาเพื่อลดการอักเสบของสิว และลดการเกิดแผลเป็นจากสิวที่จะตามมา ในกรณีที่เกิดในคนผิวคล้ำ บางครั้งจะมีลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลหรือดำร่วมด้วย และในบางคนจะมีลักษณะของหนังที่ยุบตัวลงซึ่งเป็นลักษณะเริ่มแรกของการเกิดรอยแผลเป็นชนิดบุ๋มตามมาอีก

การรักษารอยแดงที่เกิดจากสิว มี 5 วิธีการ ที่ระบุไว้ในเคล็ดลับหน้าใสคือ

  • ปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติ ให้ร่างกายเราซ่อมแซมตัวเราเอง ซึ่งอาจจะใช้เวลานานแรมเดือน
  • ทายาที่มีส่วนผสมของสารที่สามารถทำให้สีจางลง เช่น กรดผลไม้ (AHA, BHA) กรดวิตามิน A (RETINOIC ACID), LICORICE, ARBUTIN, VITAMIN C เป็นการผลัดเซลล์ผิวหนังด้านบนชั้นหนังกำพร้า
  • ทานอาหารเสริมจำพวกวิตามิน A, วิตามิน E วิตามิน C เป็นการฟื้นฟูสภาพผิวและเร่งการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังจากภายใน
  • พึ่งพานวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์รักษารอยแดง รอยคล้ำจากสิว ลดการเกิดแผลเป็นสิว และลบเลือนรอยแผลเป็นหลักจะมีเลเซอร์รักษารอยแดงที่เป็นหลักอยู่ในเมืองไทย คือ V-beam Laser เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวอย่างรวดเร็ว สะดวกและปลอดภัยด้วย
  • Photodynamic therapy (PDT) โปรแกรมการรักษาสิวที่ได้ผลรวดเร็วที่สุด รอยดำ รอยแดงสิว แผลเป็นที่เกิดจากสิว เป็นวิธีการใช้เคมีและแสงร่วมกันเพื่อทำให้ต่อมไขมันถูกทำลาย ซึ่งได้ผลเหนือการกินยารักษาสิว เป็นการรักษาผิวมันอย่างดี และให้ความสดใสกับผิวไปในตัว

หมายเหตุ

การยิง V-beam เพื่อทำลายเส้นเลือดให้ฝ่อไปแล้วกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ การใช้เวลายิงเลเซอร์ของเอิ๊กรอยมีแค่ช่วงหน้าผากเป็นหย่อมๆ คุณหมอยิงประมาณ 1-2 นาที หลังการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็จะสังเกตเห็นว่ารอยแดงใหม่ๆ จากสิวจะจางลง ประมาณ 60-70% สำหรับรอยที่มีมาซักพักจะจางประมาณ 20-40% และรอยบุ๋มที่เกิดจากสิวก็สามารถตื้นขึ้นและมีขนาดเล็กลงได้บ้าง หลังการรักษามีเพียงรอยแดงเพิ่มตรงบริเวณที่ยิงใหญ่ขึ้นเล็กน้อยแล้วก็จะจางหายไป ทำแล้วไม่มีแผล ใช้ชีวิต แต่งหน้าได้ตามปกติ ดูเทคนิคหน้าใสได้จาก เคล็ดลับหน้าใส

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ เคล็ดลับความงามหัวข้อนี้ เป็นเคล็ดลับผิวสวย ไร้ริ้วรอยและปัญหาสิวโดยแท้ ไม่ต้องไปสรรหาวิธีลบรอยแผลเป็นที่ไม่ได้ผลอีกต่อไป ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ

ที่มาข้อมูล celeb-online.net