เคยรู้หรือไม่ว่าผิวหน้าของสาวๆ นั้นเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อนส่วนหนึ่งเลยทีเดียว สาวๆ ทั้งหลายควรดูแลผิวหน้าและต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือเช้า และเย็น หากการล้างหน้าบ่อยๆ อาจทำให้ผิวหน้าแห้งได้ และหากว่าล้างน้อยเกินไป สิ่งสกปรกก็จะคั่งค้างอยุ่บนผิวหน้า เกิดการอุดตันทำให้เป็นสิว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าไม่สวยตามมาได้นะคะ

การทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น ส่วนใหญ่เราให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากที่สุด เพราะเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกส่วนใหญ่ของร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดสำคัญอย่างหนึ่งของผู้หญิงนั่นคือผิวกาย และผิวหน้า การทำความสะอาดเฉพาะจุดเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการล้างหน้านั้นก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการอาบน้ำทำความสะอาดผิวทั่วร่าง เพราะผิวหน้าเป็นหน้าต่างบานแรกที่จะทำให้คนทั่วไปได้รู้จัก เราจึงควรเอาใจใส่ดูแลใบหน้าของเราให้สะอาดอยู่เสมอ แต่บางคนก็มองข้ามไปโดยเฉพาะผู้ชาย

เคยรู้ไหมว่าผิวหน้านั้นเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อนส่วนหนึ่งเลยทีเดียว ต้องการการเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ โดยสาวๆ ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งคือเช้า และเย็น อีกทั้งไม่ควรล้างบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้งได้ โดยบิวตี้ฟูลออลเดย์นั้นดูรายการฉลาดสุดๆ ทางช่องเก้า นักวิจัยเค้าพิสูจน์แล้วว่า การล้างหน้าบ่อยครั้ง หรือหลายครั้ง เช่น ล้างน้ำเปล่า ล้างด้วยโทนเนอร์ ล้างด้วยครีม ล้างด้วย ฯลฯ ตบท้ายด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง จะทำให้ผิวหน้าแห้งกร้าน ส่งผลเสียต่อรอยย่นบนผิวหน้าได้ง่ายกว่าการล้างหน้าแบบธรรมดา แล้วจะมีวิธีไหนที่จะรักษาผิวหน้าให้ดูดี สวยใส ไปตลอดวัน บิวตี้ฟูลออลเดย์มีคำตอบค่ะ

ก่อนจะล้างหน้าให้ถูกวิธีนั้น ต้องรู้ก่อนว่าสภาพผิวหน้าของเรานั้นเป็นแบบไหน โดยส่วนใหญ่ผิวหน้าคนเราจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  • ผิวมัน เป็นผิวที่มีต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานและผลิตน้ำมันออกมาหล่อลื่นผิวหน้าและผิวกายมาก และจะยิ่งมากขึ้นเมื่อมีอายุ 14 ปีขึ้นไป เมื่อถูกอากาศและเหงื่อออก จะมองเห็นถึงความมันได้อย่างชัดเจน ข้อเสียคือมักมีสิวและผิวอักเสบง่าย
  • ผิวผสม ลักษณะของผิวที่แห้งและมันเป็นจุดๆ บริเวณที่มีความมันคือ T-Zone ได้แก่บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนอื่นจะแห้ง เช่นแกม ผิวใต้ดวงตา
  • ผิวธรรมดา คือผิวปกติทั่วไป สภาพผิวจะสดใส อ่อนนุ่ม และเรียบ เนื่องจากมีปริมาณไขมันพอเหมาะ เป็นผิวในอุดมคติของใครหลายๆ คนในนี้
  • ผิวแห้ง คือผิวที่ไม่ค่อยดูดซับความชื้น และสูญเสียความชื้นจากผิวหนังมาก จะพบมากในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะผิวจะมีลักษณะแห้งมากจนมีอาการคัน และตกสะเก็ดร่วมด้วย พบได้ทั่วบริเวณใบหน้า

วิธีการที่จะทำให้สาวๆ รู้ว่ามีสภาพผิวเป็นแบบไหนนั้น ทดสอบได้ด้วยวิธีล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไป แล้วเช็ดหรือซับหน้าให้แห้งสนิท เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ลองใช้มือสัมผัสผิวหน้าโดยรวมๆ ถ้าผิวมันถึงมันมากแสดงว่ามีลักษณะผิวมัน แต่หากมันเพียงบางส่วนแสดงว่าอยู่ในกลุ่มผิวผสม หรือถ้าผิวหน้าไม่มันเลย ก็แสดงว่าเป็นคนผิวธรรมดาถึงผิวแห้งค่ะ

เราควรล้างหน้าบ่อยแค่ไหน? บิวตี้ฟูลออลเดย์ตอบค่ะว่า ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านตามปกติ เนื่องจากผิวที่มีคราบเหงื่อและอื่นๆ ในขณะนอน 8 ชั่วโมงนั้น ทำให้มีสิ่งสกปรกเกิดขึ้นบนผิวหน้า และในระหว่างวันในแต่ละวัน หากมีกิจกรรมที่ทำให้มีสิ่งสกปรกบนในหน้าเพิ่มเติมไปจากสภาพปกติ สามารถล้างหน้าหลังจากเสร็จกิจกรรมนั้นๆ ได้ด้วยน้ำเปล่าธรรมดาๆ และเย็นก่อนนอนล้างปกติตามที่สาวๆ ทำกันนั่นแหละค่ะ ดีที่สุดแล้ว

การล้างหน้าให้สะอาด ด้วยน้ำเปล่าธรรมดานั้น สามารถทำให้ใบหน้าสะอาดหมดจดได้ แต่ไม่ทั้งหมด เหมือนการอาบน้ำด้วยน้ำธรรมดาที่ไม่มีการฟอกสบู่ ดังนั้นสาวๆ จึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การล้างหน้านั้น สะอาดหมดจดมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ล้างหน้าอย่างถูกวิธี เคล็ดลับหน้าใส

  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป เช่น สบู โฟมล้างหน้า เจล ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างให้เท่ากับผิวหนังของเราได้ จะมีการเพิ่มเม็ดขัดผิวหรืออื่นๆ ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าและรูขุมขน ในบางยี่ห้อนั้น จะมีการเพิ่มสารที่ทำให้เกิดความชุ่นชื่นแก่ผิว ซึ่งสาวๆ ก็ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าด้วย
  1. ผู้ที่มีผิวมันและผิวผสมนั้น ควรเลือกเจลสำหรับล้างหน้า เพราะไม่มีฟอง จึงไม่ทำให้มีสารตกค้างบนใบหน้า ถ้าจะใช้โฟม ก็ควรเลือกโฟมที่มีส่วนผสมของค่า pH เป็นกลาง จะช่วยล้างความมันส่วนเกินบนใบหน้าออกได้ และควรเลือกที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์ประมาณ 1/4 ของผลิตภัณฑ์ จะช่วยคงความชุ่มชื่นแก่ผิวหน้าให้เนียนนุ่มได้มากขึ้น ไม่ทิ้งความมันหรือทำให้ผิวลื่นเกินไปหลังล้างหน้า
  2. ผู้ที่มีผิวธรรมดา สามารถใช้โฟมล้างหน้าได้เกือบทุกประเภท ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้ผิวหน้าเป็นอย่างไร หากต้องการให้หน้าขาวใส ก็ใช้โฟมไวเทนนิ่ง ผู้ที่มีสิวเสี้ยนก็ใช้โฟมป้องกันสิวเสี้ยน
  3. ผู้ที่มีผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์มากๆ เพราะจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นได้กว่าเดิม ไม่แห้ง ตกสะเก็ด
  • นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมต่างๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าแบบทั่วไปจะมีส่วนผสมของ สครับ เป็นเม็ดบีทเล็กๆ จะช่วยในเรื่องการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า ป้องกันสิวเสี้ยน ขจัดความมันส่วนเกิน เพราะเม็ดบีทเล็กๆ จะทำการขัดผิวไปในตัวเมื่อเราใช้มือนวดหรือลูบหน้าอย่างอ่อนโยน ทั้งยังเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออก และทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน
  • ผลิตภัณฑ์หลังการล้างหน้า เช่น โทนเนอร์ ใช้สำหรับเช็ดหน้าหลังจากการล้างหน้าแล้ว โดยจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำให้ลดความมันบนใบหน้าได้ ให้ความรู้สึกตึง กระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้ามันและเป็นสิวง่าย นอกจากนี้อาจทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นการปิดท้ายอีกด้วย เพื่อให้ผิวเนียนเรียบ และผ่องใสตลอดวัน ในกรณีการใช้โทนเนอร์หลังการล้างหน้าแล้วรู้สึกว่าแสบ เป็นเพราะการล้างหน้าและขัดหน้าทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอก เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดการระคายเคือง จึงไม่ควรล้างหน้าอย่างรุนแรง หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มาเป็นครีมหรือเจลสำหรับบำรุงผิวหน้าแล้วเช็ดออก จะดีกว่า

หลังจากได้รับรู้ถึงสภาพผิวและวิธีการล้างหน้าอย่างถูกวิธีไปแล้ว ก็มาเริ่มล้างหน้ากันเลย อย่างแรกคือควรเริ่มล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำเย็นธรรมดาๆ ก่อน แล้วใช้มือเปียกน้ำสัมผัสกับหน้าเพื่อให้ผิวหน้าพร้อมและปรับอุณหภูมิผิวหน้าให้เข้ากัน จึงทำการเริ่มล้างหน้าด้วยการกระจายน้ำทั่วทั้งมือ และช่วยทำให้ผิวหน้าตอบรับกับอุณหภูมิของน้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ควรออกแรงถูครีมบนในหน้าแรงเกินไป ควรถูอย่างสม่ำเสมอและทั่วทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ เสร็จแล้วล้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำเปล่า ซับหน้าให้แห้งสนิท ตามด้วยครีมบำรุงผิวหน้า หรือจะใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดอีกรอบก็ไม่ว่ากัน เท่านี้ก็ทำให้ผิวหน้ามีสุขภาพดี และอยู่กับเราไปนานๆ

การพยายามขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกมากเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ซึ่งจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มขึ้นเพื่อมาช่วยปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่น เป็นการสิ้นเปลืองและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราควรล้างหน้าให้ถูกวิธีด้วยเคล็ดลับการล้างหน้านี้ เป็นการล้างหน้าอย่างเหมาะสม เพื่อผิวที่สะอาด ผ่องใส จากภายใน มากกว่าจะไปบำรุงจากภายนอก เพราะธรรมชาติ สรรสร้างมาอย่างดีแล้ว

อ้างอิง narak.com / thaifitway.com / elib-online.com / bodyhealth.1daynight.com