โรคตาแห้ง ไม่ได้เป็นแค่อาการเคืองตาอย่างเดียว แต่ในระยะยาวนั้นจะทำให้กระจกตาเป็นแผลได้ โดยอาการตาแห้งเป็นภาวะที่มีน้ำตาไม่เพียงพอที่จะทำการหล่อลื่นให้ความชุ่มชื่นกับตา ความสำคัญของน้ำตาคือทำให้ผิวของตาอยู่ในสภาพดี และช่วยให้การมองเห็นชัดเจน คนทีมีตาแห้งจะไม่สามาถผลิตน้ำได้เพียงพอ หรือว่ามีน้ำตาแต่คุณภาพของน้ำตาไม่ดี

ภาวะตาแห้งพบได้บ่อย และมักจะเป็นปัญหาเรื้อรัง อาการตาแห้งเกิดได้กับทุกเพศทุกวัยแต่มักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยสามารถพบได้ง่ายในคนสูงอายุ และจะพบมากขึ้นตามวัยโดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากขาดฮอร์โมนทำให้สารคัดหลั่งในร่างกาย รวมทั้งน้ำตามีปริมาณลดลง ซึ่งวิธีแก้ปัญหาตาแห้งได้ดีที่สุดก็คือการพบจักษุแพทย์

การป้องกันและรักษาอาการตาแห้ง

ในการกระพริบตาแต่ละครั้ง จะมีการกระจายของน้ำตาไปทั่วผิวของตา ส่วนที่เป็นกระจกตา ซึ่งจะช่วยให้การหล่อลื่น ป้องกันการติดเชื้อกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในตา และทำให้ผิวของตาเรียบและใส น้ำตาส่วนที่มากเกินไปจะไหลเข้าไปในท่อเล็ก ๆ ทีอยู่ตรงหัวตาซึ่งจะไหลลงไปในจมูก หากมีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ จะมีแนวโน้มที่จะลดลงไปตามอายุ โรคต่าง ๆ หรือภาวะข้างเคียงจากยา ถึงแม้ว่าการผลิตน้ำตาจะเป็นปกติ แต่ปัจจัยภายนอกเช่น ลม ความชื้นในอากาศ ก็อาจจะมีผลต่อการระเหยไปของน้ำตาด้วย ภาวะที่พบบ่อยที่สุดของอาการแห้งตา เกิดจากปริมาณของส่วนที่เป็นน้ำไม่เพียงพอที่จะให้ความชุ่มชื่นกับดวงตา

อาหารป้องกันตาแห้ง และการรักษา ภาวะตาแห้ง

วิธีการบำรุงรักษาดวงตาเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการตาแห้ง

  • ทานอาหารที่มีโปตัสเซียมสูง เช่นกล้วย เพราะโปตัสเซียมจะทำงานร่วมกับโซเีดียมในการรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย และจะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • ทานอาหารประเภทถั่วต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวอลนัต ซึ่งสารนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา ถั่วเปลือกแข็ง เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัท ถั่วพิตาชิโอ ถั่วปากอ้า ถั่วประเภทนี้อุดมไป ด้วยโอเมก้า 3 ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา ยิ่งกินมากน้ำตาก็มากตามไปด้วย หรือจะเปลี่ยนไปทานปลาทะเลที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูงอย่าง ปลาทูน่า หรือ ปลาแซลมอนก็ได้
  • ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการทำงานในบริเวณที่มีแสงแดดจ้าหรือลมแรง รวมถึงการใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องออกแดด
  • หลีกเลี่ยงสถานที่มีอากาศแห้งและเย็นจัด เช่นห้องปรับอากาศ หลีกเลี่ยงฝุ่นละอองและควัน เข่นบุหรี่
  • พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
  • น้ำมันปอหรือน้ำมันเมล็ดลินิน อาจจะใหม่อยู่บ้างสำหรับวงการอาหารเพื่อสุขภาพ แต่รับรองว่าน้อง ใหม่เจ้านี้มาแรง เพราะมีกรดวิตามินที่สำคัญที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้ดีขึ้น

การรักษาภาวะตาแห้ง

ภาวะตาแห้ง เป็นภาวะที่มักจะเป็นเรื้อรัง ทางหนึ่งที่ง่ายในการจัดการภาวะตาแห้ง ที่อาการไม่รุนแรง คือ การหยอดน้ำตาเทียม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา นอกจากนั้น คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้งานคอมพิวเตอร์ การป้องกันลม การเลี่ยงการใช้คอนแทคเลนส์ และการป้องกันการอักเสบของเปลือกตา สำหรับคนที่มีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถซื้อน้ำตาเทียมตามร้านขายยามาใช้ได้ เพื่อช่วยเสริมน้ำตาที่ร่างกายสร้างไม่เพียงพอ โดยพยายามเลือกชนิดที่มีสารปรุงแต่งให้น้อยที่สุด แต่ในบางรายการใช้น้ำตาเทียมเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ อาจจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยก็จะได้ผลดีเช่นกัน

อีกทางหนึ่งที่ช่วยให้น้ำตาอยู่ได้นานขึ้น คือการบล็อคน้าตาไว้ โดยแพทย์จะใช้ เจล หรือ ซิลิโคนเล็ก ๆ เข้าไปที่ท่อน้ำตา ที่จะระบายน้ำตาไปยังจมูก ซึ่ง เจลหรือซิลิโคนนี้ สามารถเอาออกได้ แต่ในบางราย อาจจะจำเป็นจะต้องผ่าตัด เพื่อปิดท่อนี้อย่างถาวร

การให้ยาหยอดเพื่อช่วยเพิ่มการสร้างน้ำตา แพทย์อาจจะสั่งยาหยอดตาที่ช่วยเพิ่มการผลิตน้ำตาเทียม นอกจากนั้นอาจจะมีการเสริมอาหารกลุ่ม Omega-3 และการลดการอักเสบของเปลือกตา ถ้ามีอาการอักเสบชองเปลือกตา อาจจะให้ยาหยอดตา ใช้การประคบอุ่น และการนวดเปลือกตา เพื่อลดการอักเสบของตาร่วมด้วย

การดูแลตนเองของผู้มีอาการตาแห้ง

  • พยายามที่จะกระพริบตาให้เป็นบ่อยขึ้น ในขณะที่อ่านหนังสือ หรือจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ
  • พยายามเพิ่มความชื้นในห้องนอน หรือห้องทำงาน
  • สวมแว่นกันแดดเวลาออกภายนอก เลือกชนิดที่ค่อนข้างกว้าง เพื่อลดการสัมผัสกับลมและแดด
  • ทานอาหารเสริมประเภทที่มี Omega-3
  • ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
  • พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ

อ้างอิง : thaihealthonline.com / www.oknation.net เรื่องเกี่ยวกับการป้องกันอาการตาแห้ง และโรคตาแห้งอย่างย่อ