ผู้เขียนเกิดภาวะมึนงงบ่อย ร่วมกับอาการปวดหัวเป็นพักๆ แสบคอ อาการเหล่านี้ในตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นโควิด-19 แต่สืบที่มาที่ไปก็หาเหตุไม่เจอ

ว่าผู้เขียนเองไปติดมาจากไหน เพราะวันๆ อยู่แต่ในบ้าน อยู่ในสวน อยู่แต่กับหมากับแมว ไม่ได้ออกไปเจอผู้คนนานเป็นปีแล้ว จะมีก็การไปจ่ายตลาด แต่ก็ไปอาทิตย์ละครั้ง ปรึกษาแพทย์ เค้าก็แนะนำให้ไปตรวจหาเชื้อ แต่จุดตรวจมันเสี่ยงที่จะพาเชื้อกลับบ้านมาให้ผู้แก่ที่บ้าน จึงลองกักตัวเองดูนานนับเดือน อาการก็ไม่หาย เป็นอยู่อย่างนี้ สรุปจึงได้ไปตรวจโควิด-19

แล้วสรุปก็คือไม่พบเชื้อ แล้วอาการปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เหล่านี้เกิดได้อย่างไร?



อาการมึนหัว เวียนศีรษะ เกิดขึ้นได้เพราะใส่หน้ากากอนามัยนานเกินไป

ภาวะหนึ่งที่เกี่ยวกับเลือดเป็นกรด ลองหาดูรายละเอียด เค้าบอกว่า ใส่หน้ากากอนามัยแล้วทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรด เรื่องนี้ไม่น่าจะจริง แต่อาการมึนหัว เวียนหัว เกิดขึ้นจริง เพราะจากข้อมูลของกรมควบคุมโรค บอกว่าอาการเลือดเป็นกรดยังไม่มีผลวิจัยใดยืนยันว่าการใส่หน้ากากเป็นเวลานานจะทำให้เลือดเป็นกรด เพียงแต่จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ การสวมหน้ากากอนามัยยังทำให้เราสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซได้ปกติ ภาวะเลือดเป็นกรดจะเป็นภาวะที่เลือดมีค่า PH น้อยกว่า 7.35 ซึ่งภาวะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ได้แก่ โรคทางเดินหายใจอุดกั้น การรับประทานยากดประสาท การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก หรือการได้รับบาดเจ็บทางช่องอก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด อึดอัด หายใจไม่ออก สบสน มึนงง เวียนศีรษะ

ปวดหัว เพราะใส่หน้ากากอนามัย นานเกินไป

ใช่ ผู้เขียนใส่ออกไปทำงานที่สำนักงานอยู่ 1 อาทิตย์เต็มๆ แทบไม่ได้หายใจในแบบปกติตั้งแต่ 6.00 – 18.00 ทุกวันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาการเหล่านั้นจึงแสดงออกมาในอีก 3-4 วันหลังผ่านการใส่หน้ากากอันแสนยาวนานนั้น และในขณะที่เขียนเรื่องนี้อยู่ อาการดังกล่าวก็ไม่ได้ทุเลาลงเลย แม้ผลตรวจโควิด-19 รอบแรกจะออกมาเป็นลบ แต่การอยู่ในสำนักงานที่มีคนทำงานหลายคนก็ยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ดี ทำให้อาการปวดหัว เวียนศีรษะ ไม่หายไปซักที จนเหมือนจะเป็นอาการประจำตัวไปแล้ว

สาเหตุที่ทำไมถึงมีอาการเวียนศีรษะเวลาใส่หน้ากากอนามัย

อาการเวียนหัว มึนงงจะเป็นกับบางคน เพื่อนร่วมงานผู้เขียนบางคนไม่มีอาการเลย แต่บางคนก็เป็น จากข้อมูลกรมควบคุมโรคบอกว่า แม้การสวมหน้ากากในเวลานานจะไม่ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดอย่างที่มีข่าวลือกัน แต่บางคนอาจจะเกิดอาการมึนหัว เวียนศีรษะจากการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการสวมหน้ากากอนามัยแบบ N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่ออกแบบมาสำหรับวงการแพทย์ใช้ในห้องปฏิบัติการเชื้อโรค หน้ากากจึงแนบสนิทกับใบหน้า ไม่ระบายอากาศ ทำให้ต้องออกแรงหายใจมากขึ้น และอาจทำให้ขาดออกซิเจนจนถึงขั้นเป็นลมหมดสติได้ ดังนั้นควรเลือกใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา หรือแบบผ้าที่มีช่องลมระบายอากาศด้านข้างทำให้สามารถใส่ได้หลายชั่วโมงและไม่มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจนั่นเอง

ปกติผู้เขียนใส่แบบที่แนบสนิทกับใบหน้า คาร์บอนไดออกไซน์มันเลยเข้าไปแทนที่ออกซิเจนซึ่งน่าจะเป็นก๊าซหลัก จนทำให้เกิดภาวะอาการมึนหัว และเวียนหัวเป็นพักๆ ต้องใช้ยาแก้ปวดหัวอย่าง พาราเซตามอล บ่อยครั้งจนคิดว่า มันไม่ดีเลยจริงๆ และอาการอีกอย่างที่ผู้เขียนเป็นคือ ปวดหลังหูจนคิดว่าเป็นอาการปวดหัว เพราะสายรัดของหน้ากากอนามัยมันรัดใบหูทั้งวันจนปวดและอึดอัด ทรมานมาก

แม้การสวมหน้ากากอนามัย จะยังคงเป็นวิธีการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ดี แต่การเลือกหน้ากากอนามัยที่สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน และใส่หน้ากากอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่ควรพึงกระทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตนเอง และควรเปลี่ยนหน้ากากเป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย

สรุปตอนนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาส WFH กับเขาแล้ว หวังว่า อาการปวดหัว มึนหัวเพราะใส่หน้ากากอนามัยนานเกินไป จะหายไปนะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ใส่หน้ากากอนามัย/ผ้า นานๆ เกิดภาวะเลือดเป็นกรดหรือไม่? จากกรมควบคุมโรค : ddc.moph.go.th/odpc12/forecast_detail.php?publish=10003&deptcode=odpc12