คราวก่อนบอกไปแล้วถึงการฟื้นฟูผิวให้สวยแบบเร่งด่วน วันนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับการล้างหน้า เพราะการล้างหน้าไม่เพียงแต่เป็นการขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหน้าให้หมดไปแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะแค่การใช้น้ำธรรมดา ไม่สามารถล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้หมด และแม้แต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวบางชนิด ก็ไม่ส่งผลดีต่อสภาพผิวหน้าของสาวๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่เป็นเคล็ดลับผิวสวยกับการใช้ครีมล้างหน้าที่มักมีฟอง…

แล้วครีมล้างหน้าไม่มีฟอง ดีอย่างไร? เราพบว่าวันหนึ่งๆ ครเราต้องล้างหน้าอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน และเป็นการล้างน้ำเปล่าเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ และควรเลือกที่มีคุณสมบัติล้างสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจด แม้ไม่หมด 100% แต่คงเหลือไว้ให้น้อยที่สุดและมีสรรพคุณทำร้ายผิวน้อยที่สุด

การทำความสะอาดผิวหน้า ต้องเลือกที่ ไม่มีฟองจากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานด้านการแพทย์ผิวหนังมาเป็นระยะเวลายาวนาน ของ พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ ได้ผ่านการรักษาคนไข้ที่มีปัญหาเรื่อง ผื่น แพ้ คัน หน้าลอก ผิวหน้าบาง บริเวณใบหน้ามาก็มาก แต่ปัญหาอันดับต้นๆ ที่มีให้เห็นทุกวันกลับเป็นปัญหาเรื่องสิว แพทย์ส่วนใหญ่มักสั่งยาทา ยากิน แต่นอกเหนือจากปัจจัยเหล่านี้คือการทำความสะอาดผิวด้วยตัวเองที่บ้าน โดยเฉพาะการล้างหน้า และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ควรเป็นชนิดไม่มีฟอง

ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมเวลาไปพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาปัญหาเรื่องสิวบนใบหน้า แพทย์มักแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดไม่มีฟอง ด้วยเหตุนี้จึงนำมาซึ่งคำถาม ทำไมเวลาไปพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาปัญหาเรื่องสิวบนใบหน้าแพทย์มักแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดไม่มีฟอง อาจพอชี้แจงได้ถึงประโยชน์ต่างๆ ได้ดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดไม่มีฟองปราศจากสารเคมีเติมแต่งที่ทำให้เกิดฟอง (Sodium Lauryl Sulfate : SLS) จึงไม่ทิ้งประจุไฟฟ้าอันเป็นสาเหตุสำคัญของอาการอักเสบในชั้นผิวภายใน ลดการเกิดผื่นคัน แพ้ ระคายเคือง
  • หลังใช้อย่างสม่ำเสมอติดต่อกัน ผิวหน้าจะปรับสู่สภาพที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เพราะผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดไม่มีฟอง มักมีค่าสมดุลของกรด-ด่าง (pH) ในระดับที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ

เคล็ดลับการล้างหน้าของสาวๆ จากป้าจีน เป็นเคล็ดลับหน้าใสได้บอกเอาไว้ว่า การล้างหน้าเป็นสิ่งสำคัญ สาวๆ ต้องหัดให้ชินเป็นนิสัย โดยขั้นตอนแรกคือการลบพวกเมกอัพถาวรออกไปก่อน ด้วยการนำสำลีแผ่นชนิดรีดขอบชุบน้ำยาหรือ Makeup Remover ให้ชุ่มแล้วแปะไว้ที่บริเวณดวงตาและปาก 3-5 นาที แล้วลูบออกด้านข้าง ถ้าล้างมาสคาร่าหรืออายไลเนอร์ที่เข้มมาก ให้พับสำลีที่ชุบ makeup remover รองไว้ใต้ตาแล้วใช้คอตต้อนบัตเขี่ยๆ ลากลงมา

เคล็ดลับหน้าใส การบำรุงผิวหน้าให้ขาว ใสทำไม makeup remover หรือบางชื่อคือ eye & lip remover ถึงมีความสำคัญ? ก็เพราะว่าส่วนผสมของเครื่องสำอางบางตัว ไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงแค่ส่วนผสมของน้ำมัน การใช้ makeup remover ทำให้ขนตาไม่ร่วง ไม่หัก แล้วก็ช่วยถนอมผิวบริเวณรอบดวงตาไม่ให้ถูกเช็ดถูอย่างแรง จากการพยายามเยื้อมาสคาร่าออกจากขนตา ส่วนการใช้ makeup remover แปะที่ริมฝีปากในกรณีที่ทาลิปสีเข้มๆ ก็เพื่อ ช่วยให้เม็ดสีพิกเม้นท์ไม่ตกค้างที่บริเวณปากซึ่งจะมีผลทำให้ริมฝีปากคล้ำนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 2 ของเคล็ดลับผิวสวยจะเป็นการทำความสะอาดเครื่องสำอางประเภทครีม แป้ง และสิ่งตกค้างที่อาจอุดตันรูขุมขนซึ่งเป็นบ่อเกิดของสิว ขั้นตอนนี้จะใช้ makeoff ประเภท cleasing balm / cleasing oil / cleasing milk แล้วแต่สภาพผิวและความชอบ นวดวนประมาณ 5-15 นาที ให้ไขมันจาก cleasing แตกตัวไปดึงให้สิ่งสกปรกลอยขึ้นมาจากผิว ถ้าเป็น cleansing oil บางยี่ห้อ จะใช้น้ำหยดลงไปให้ oil กลายเป็นสีน้ำนมแล้วนวด จะช่วยให้พวก makeup ออกง่ายขึ้น ซึ่งการนวดในขั้นตอนนี้อย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดสิวในกรณีสิวเสี้ยนบึ้มได้อีกด้วย

ขั้นตอนเคล็ดลับหน้าใสนี้การใช้ Cleansing Milk ให้นวดจากครีมสีขาวๆ ให้แตกตัวกลายเป็นน้ำมันใสๆ ก่อน เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่ไม่นวดถึงจุดนั้นจึงทำให้ไม่สะอาดเท่าที่ควร การนวดแล้วเช็ดหรือล้างหน้าต่อเลย ทำให้เครืองสำอางยังตกค้าง ไม่สะอาด อาจเป็นที่มาของการเป็นสิวอุดตันได้ ต้องนวดเบาๆ ให้เป็นน้ำมันใสๆ จากนั้นก็ให้เช็ดด้วยกระดาษเช็ดหน้า หรือ เช็ดออกด้วยสำลี สปองชีท หรือ ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำอุ่น แล้วค่อยล้างด้วยโฟมจ้า และต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดเยอะๆ

สุดท้ายคือการล้างทำความสะอาดทั่วไป เพื่อเพิ่มความสดชื่น และล้างคราบไขมันจากขั้นตอนที่ 2 ออก ในขั้นตอนนี้สามารถใช้ล้างเดี่ยวๆ ได้ในกรณีที่อยากล้างหน้าระหว่างวัน อุปกรณ์ที่ใช้สามารถพบเจอได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันคือ สบู่ล้างหน้า ทั้งชนิดก้อน สบู่เหลว โฟม และเจล ก็เลือกกันไปตามสภาพผิวและความถนัด

เสร็จแล้วล้างน้ำเปล่าเยอะๆ ก่อนจบด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน ถ้าใครชอบโทนเนอร์ก็สามารถใช้ต่อจากขั้นตอนนี้เพื่อเตรียมผิวสู่ขั้นตอนดูแลผิวต่อไปได้เลย

อ้างอิงข้อมูล lifestyle.th.msn.com / www.jeban.com (ป้าจีน)