เผยถึงกลเม็ดเคล็ดลับผิวสวยกับปัญหาการลบรอยแผลเป็นตามผิวหน้าและร่างกาย ด้วยวิธีรักษาแผลเป็นที่ได้ผลจากธรรมชาติ ซึ่ง แผลเป็น เกิดขึ้นจากกระบวนการซ่อมแซมเซลผิวของร่างกาย เมื่อผิวหนังเกิดเป็นแผลฉีกขาด แผลเป็น คือส่วนหนึ่งที่ได้มาซึ่งสภาพการซ่อมแซมของเซลล์เสร็จสิ้น

ซึ่งการเกิดแผลเป็นอาจเกิดมาจากการเกิดแผลจากอุบัติเหตุ หรือโรคบางชนิด เช่น สิว หรือเกิดจากแผลหลังการผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้ว แผลที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลานานในการหายจะมีโอกาสที่จะเกิดเป็นแผลเป็นได้มาก แผลเป็นที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น ในระยะแรกจะเห็นได้ชัดเจนแต่จะค่อยๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยอาจใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี ซึ่งการที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่นั้น ขึ้นกับสี ความเรียบ ความลึก ความยาว และความกว้างของแผลนั้นๆ และสภาพผิวที่อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ

โดยทั่วไปสาวๆ ที่มักจะเลือกใช้วิธีรักษาแผลเป็นนั้น ก็ใช้วิธีการรับประทานยาผิวขาว โดยสรรพคุณของยาผิวขาว ผิวผ่องใส ทำให้ขาวทั้งตัว จากภายในสู่ภายนอก พวก whittening skin ซึ่งตามที่โฆษณาไว้ว่า เป็นนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ที่ทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม เพียงแค่รับประทานก็ขาวได้แล้วซึ่งวงการแพทย์ยอมรับ และตัวยาจะไปปรับสภาพเมลานิล ของผิวให้เป็นสีขาวและผ่องใสขึ้น รับประทานเพียง 1 เดือนจะเห็นผลแตกต่างได้ชัดเจน โดยที่อาจยังไม่มีการรับรองจากทางการแพทย์จริงๆ

ลักษณะแผลเป็นที่เกิดขึ้นนั้น จะมีลักษณะแผลที่ต่างกัน การรักษาจึงต้องแตกต่างกันด้วย โดยถ้าแผลที่เกิดแเป็นแผลนูนแบบคีลอยด์ (Keloid) การรักษาแผลเป็นวิธีนี้จะทำได้คือ

  • ฉีดยาเฉพาะที่ (Intra lesional kenacorte) ฉีดที่ตัวคีลอยด์เลย ผลการรักษาพอใช้ได้ แต่ปัญหาคือ ผู้ป่วยมักจะเจ็บตอนที่ฉีดยา และต้องมาฉีดเป็นระยะ ตามที่แพทย์นัด
  • ทายากลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ทาบริเวณ แผลช่วยระงับอาการคัน ตึง ปวด เพื่อที่จะได้ ไม่ลุกลามขึ้น แต่ แผลคีลอยด์อาจไม่ยุบลงมากเท่าที่ควร
  • แผ่นซิลิโคนใส ใช้ แผ่นซิลิโคนใส ปิด แผลคีลอยด์ มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อ วัน จะช่วยให้ แผลเป็นนี้ยุบลงได้ โดยที่ไม่เจ็บ แต่อาจใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ตัว แผ่นซิลิโคนใสนี้ สามารถนำมาล้างทำความสะอาด ใช้สบู่ฟอก ใช้น้ำสะอาดล้าง แล้วผึ่งให้แห้ง นำมาใช้ปิด แผลเป็นใหม่ได้อีกจนกว่าจะปิดไม่อยู่
  • ใช้แสงเลเซอร์ ได้ผลปานกลาง ขึ้นอยู่กับขนาดคีลอยด์
  • การผ่าตัด วิธีนี้มักไม่ได้ผล เพราะส่วนใหญ่ ถ้าตัดเอาเนื้อ คีลอยด์ออกไปแล้ว ภายหลังการผ่าตัด มักจะเกิด แผลเป็นคีลอยด์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ แผลเก่า แถมจะมีขนาดยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสียอีก
  • ยากินกลุ่มแอนติฮีสตามีน เพื่อระงับอาการคัน ในกรณีที่คันมาก จะได้ไม่เกา ไม่ลุกลาม ใหญ่ขึ้นไปอีก

การรักษาแผลเป็นมีลักษณะเป็นหลุม

Scar Care skin face วิธีรักษาแผลเป็น วิธีลบรอยแผลเป็น

  • การฉีดคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นสารที่ผลิตจากโปรตีนของสัตว์ ใช้ฉีดเข้าไปในแผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นเรียบขึ้น เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นมานานและ รักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยได้ผล ผลข้างเคียงคือ ผู้ป่วยอาจแพ้ได้และผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก 6-12 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายได้
  • การรักษาโดยการปลูกหนังใหม่ เทคนิคนี้ทำโดยการผ่าตัดแผลเป็นออกและนำผิวหนังจากบริเวณอื่นมาใส่ลงไปแทนที่ ทำให้แผลเป็นเรียบขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นหลุมลึก
  • การรักษาโดยใช้สารเคมี วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นชนิดตื้นๆ สารเคมีที่ใช้มีหลายชนิดคือกรดไทรคลออาซิติก กรดอัลฟาไฮดรอกซี่และอื่นๆ การเลือกใช้ชนิดใดขึ้นอยู่กับระดับความลึกของแผลเป็น การรักษาจะต้องให้แพทย์ผิวหนังรักษา หลังทำผู้ป่วยจะรู้สึกแสบๆ เล็กน้อย จากนั้นบริเวณที่ทำจะดำและหลุดลอกออกภายใน 4-5 วัน หลังแผ่นดำหลุดออกบริเวณที่ถูกทำอาจดำหรือแดงเล็กน้อยและค่อยๆ จางหายไปในที่สุด ผู้ที่ได้รับการรักษาต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาแผลเป็น ที่มีขายทั่วไป

  • Hirudoid cream (ฮิรูดอยด์ ครีม) เป็นยาทาชนิดครีม รักษาอาการอักเสบ และบรรเทาอาการฟกช้ำ ห้อเลือด บวมและมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือดดำ รอยฟกช้ำ ห้อเลือดบริเวณผิวหนัง และทำให้รอยแผลเป็นที่แข็ง นุ่มลงได้
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน อี และ ซี ซึ่งวิตามินซีจะช่วยทำให้สีผิวจางลงโดยช่วยให้เกิดการหลุดลอกของ cell ผิว และวิตามินอี เป็นสาร antioxidant ช่วยลดริ้วรอย ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้รอยแผลที่ดูคล้ำจางลง เช่น skar care cream
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัด aloe vera จากว่านหางจรเข้ ซึ่งสารนี้จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบและเพิ่มการเจริญทดแทนของเนื้อเยื่อที่เป็นแผลได้ เช่น Smooth e cream , Nomarks
  • กรดวิตามิน เอ จะช่วยให้สีผิวจางลง ช่วยให้รอยแผลที่คล้ำจางลง
  • ผลิตภัณฑ์ Hansaplast scar reduce เป็นผลิตภัณฑ์ปิดแผลลดรอยแผลเป็นที่นูน และมีสีคล้ำ
  • Mederma เป็นยาทาชนิดเจลที่มีส่วนผสมของสาร allantoin มีฤทธิ์ช่วยในการสมานแผล มักใช้กับแผลนูน และคีลอยด์

จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ส่วนมากที่มีในท้องตลาดจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องของการลดสีผิวของรอยแผลเป็นให้จางลงเป็นส่วนใหญ่ และถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถทำให้ผิวหนังที่เกิดรอยแผลเป็นกลับมาสู่ปกติได้ 100% แต่จะทำให้รอยแผลเป็นดูจางลง และการใช้ยาทารักษารอยแผลเป็นต้องใช้เวลาทาติดต่อกันนาน ซึ่งตามธรรมชาติแล้วแผลเป็นที่เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไปจะค่อยๆจางลงได้เอง แต่การทายารักษารอยแผลเป็นจะช่วยให้รอยแผลเป็นจางลงเร็วขึ้น ถ้าแผลเป็นมีลักษณะนูนหรือเป็นหลุม แผลกว้าง การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับลักษณะแผลที่เกิด

ก็น่าจะเป็นความรู้เพื่อนำไปปรับปรุงใช้กันกับการรักษาแผลเป็น และการลบรอยแผลเป็น ให้ดูดี เพื่อสุขภาพผิวที่ดูขาว สดใส และสวยงามต่อไปค่ะ หากชอบบทความก็ร่วมติชม comment กันได้นะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานต่อไป